InvestmentTalk – ลงทุนอย่างมีสไตล์ (1)

  ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM                 ในโลกการลงทุนมีนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จจากการลงทุนในตลาดหุ้นอยู่มากมาย ซึ่งนักลงทุนทั้งหลายเหล่านี้อาจมีแนวคิด และวิธีปฏิบัติที่อาจเหมือนหรือแตกต่างกันแบบสุดขั้วก็ได้ แท้จริงแล้วการลงทุนในหุ้นนั้นมีรูปแบบการลงทุน (Styles) ที่นำไปสู่ความสำเร็จที่หลากหลาย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางการเงินได้จำแนกรูปแบบการลงทุนที่หลากหลายนี้ให้เป็นหมวดหมู่ต่างๆเพื่อให้ง่ายแก่ศึกษาและเข้าใจ วันนี้จึงจะขอพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับการลงทุนในหุ้นในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนคำแนะนำ และข้อเสนอแนะ ที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์แก่การลงทุนของท่านผู้อ่านในอนาคต การลงทุนแบบเชิงรับ (Passive) การลงทุนแบบเชิงรับ หมายถึง การลงทุนที่ตั้งเป้าหมายจะสร้างผลตอบแทนที่เทียบเคียงได้กับผลตอบแทนของตลาด โดยการลงทุนในหุ้นตามน้ำหนักของหุ้นในดัชนีอ้างอิง (เช่น SET Index) ซึ่งในปัจจุบันมีเครื่องมือทางการลงทุนที่เอื้อแก่การลงทุนแบบเชิงรับนี้มากมาย เช่น กองทุนรวมดัชนี (Index Fund) กองทุนรวมดัชนีอีทีเอฟ (Exchange traded fund) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น การลงทุนรูปแบบนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสมมุติฐานตลาดมีประสิทธิภาพ (Efficient market hypothesis) ...

InvestmentTalk – จิตวิทยากับการลงทุน (4 จบ)

  ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM ในเนื้อหาสามตอนแรกได้แนะนำให้นักลงทุนรู้จักกับพฤติกรรมการลงทุนแบบต่างๆ ไปมากพอสมควรแล้ว ในครั้งสุดท้ายนี้จะขอนำเสนอข้อแนะนำการลงทุนที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับนักลงทุนที่สนใจ เตรียมตัวเองให้พร้อม นักลงทุนควรเริ่มต้นจากการสำรวจและทำความรู้จักกับตัวเองให้มากที่สุด โดยนักลงทุนควรตอบคำถามต่อไปนี้ให้ได้ นักลงทุนสามารถรับผลขาดทุนได้มากน้อยเพียงไร? นักลงทุนต้องการผลตอบแทนเท่าไร? นักลงทุนต้องการใช้เงินเมื่อไรบ้าง? ข้อจำกัดด้านภาษีและการลงทุนมีอะไรบ้าง? เพื่อนำมาตั้งเป้าหมายการลงทุนที่เหมาะสมและจัดสรรเงินลงทุนเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมาย การลงทุนโดยไม่สำรวจตัวเองก่อนมักส่งผลให้นักลงทุนมุ่งเน้นผลตอบแทนจากการลงทุนมากจนละเลยการพิจารณาความเสี่ยงและสภาพคล่องของการลงทุนเป็นผลให้ลงทุนเสี่ยงเกินตัว ในหลายกรณีพบว่ากว่านักลงทุนจะระลึกตัวได้ว่าเสี่ยงเกินไปก็สายเกินแก้เสียแล้ว เรียนรู้ให้รอบด้าน การเรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อขยายขอบเขตการลงทุนให้กว้างขวางเป็นสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากสินทรัพย์แต่ละประเภทอาจให้ผลตอบแทนที่ดีได้ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เช่น ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยตราสารหนี้จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตราสารอื่น ในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวหุ้นจะให้ผลตอบแทนที่น่าดึงดูด หรือในช่วงที่อัตราเงินเฟ้อสูงสินค้าโภคภัณฑ์อาจให้ผลตอบแทนที่โดดเด่น เป็นต้น การจำกัดตัวเองอยู่กับความรู้ในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งจะทำให้นักลงทุนเสียโอกาสในการลงทุน และจะทำให้การกระจายการลงทุนด้อยประสิทธิภาพได้ รักที่จะลงทุน นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ไม่ได้ลงทุนเพียงเพราะเขาเหล่านั้นต้องการเงินแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะรักที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่กับการลงทุน ชอบที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับมัน และยอมรับผลที่เกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุน การลงทุนโดยเอาผลกำไรเป็นที่ตั้งจะทำให้นักลงทุนขาดแรงจูงใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ และอาจทำให้ละเลยรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ซึ่งอาจมีนัยสำคัญกับผลลัพธ์ในการลงทุนได้ นอกจากนี้การมุ่งเน้นแต่จะเอากำไรมักทำให้นักลงทุนเสี่ยงเกินตัวโดยไม่รู้ตัว และรับไม่ได้กับผลขาดทุนที่เกิดขึ้นแม้เพียงช่วงสั้นๆ ก็ตาม กระจายความเสี่ยงให้เหมาะสม ...

InvestmentTalk – จิตวิทยากับการลงทุน (3)

ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM ในเนื้อหาสองตอนก่อนได้แนะนำให้นักลงทุนรู้จักกับ Behavioral finance ซึ่งเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการนำหลักจิตวิทยามาประยุกต์ใช้กับกระบวนการตัดสินในลงทุนไปพอสมควรแล้ว ครั้งนี้จะกล่าวถึงพฤติกรรมการลงทุนที่เหลือ เพื่อขยายขอบเขตความเข้าใจใน Behavioral finance ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น Cognitive dissonance เมื่อคนเราพบว่าความเป็นไปของสิ่งต่างๆ ในโลกแตกต่างไปจากความเชื่อที่ตนยึดมั่นถือมั่น มนุษย์มักมีพฤติกรรมต่อต้านโดยสัญชาติญาณ และพยายามจะทำให้ความจริงที่ประจักษ์และความเชื่อของตนเป็นไปในทางเดียวกัน เช่น ธรรมชาติของนักลงทุนมักเชื่อมั่นในความสามารถในการทำกำไรจากการลงทุน เมื่อเกิดผลขาดทุนขึ้น ข้อแก้ต่างมากมายเท่าที่จะนึกได้จะถูกนำมากล่าวอ้างเพื่อปกป้องความเชื่อมั่นในการลงทุนของตนไว้ เช่น “ถ้าตลาดหุ้นในภูมิภาคไม่ตกอย่างหนักในวันนี้ก็คงไม่ขาดทุน” “ถ้าบริษัทไม่ประกาศผลขาดทุนออกมาเสียก่อนก็คงได้กำไร” “ในพอร์ตมีหุ้นอยู่หลายตัวขาดทุนไปแค่ตัวเดียวไม่เป็นไร” เป็นต้น ตัวอย่างของผลที่ตามมาจากพฤติกรรมที่นักลงทุนพยายามจะหลีกเลี่ยง Cognitive dissonance ได้แก่ Selective recall คือ พฤติกรรมที่เลือกจำเมื่อการตัดสินใจของตนถูกต้อง เมื่อมีโอกาสพูดคุยก็คนอื่นๆ ก็มักพูดถึงเฉพาะการลงทุนที่ตนทำกำไรได้ บางครั้งนักลงทุนก็อาจไม่ได้ตั้งใจปกปิดการลงทุนของตนแต่เป็นเพราะว่าจำไม่ได้จริงๆ นักลงทุนจึงมีความสุขอยู่เสมอเมื่อนึกถึงการลงทุนของตน ...

InvestmentTalk – จิตวิทยากับการลงทุน (2)

ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM ในครั้งก่อนได้แนะนำให้นักลงทุนรู้จัก Behavioral finance ซึ่งเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการนำหลักจิตวิทยามาประยุกต์ใช้กับกระบวนการตัดสินในลงทุนไปพอสังเขป ในครั้งนี้จะขอนำเสนอพฤติกรรมการลงทุนที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนแบบอื่นๆ เพื่อขยายขอบเขตความเข้าใจใน Behavioral finance มากขึ้น Representativeness มนุษย์มักมีพฤติกรรมเปรียบเทียบสิ่งที่ตนกำลังประสพอยู่กับประสบการณ์ที่ตนเคยพบเห็นมาในอดีต และมีแนวโน้มที่จะพยายามหาหลักฐานหรือตัวอย่างของเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาเป็นเงื่อนไขในการพยากรณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามมาและช่วยให้การตัดสินใจของตนง่ายขึ้น เช่น ความเชื่อที่ว่านักเรียนที่สามารถทำคะแนนเฉลี่ยในการศึกษาระดับมัธยมปลายจะประสบความสำเร็จในการสอบเข้าและเรียนในระดับมหาวิทยาลัย เป็นต้น อย่างไรก็ดีเงื่อนไขง่ายๆ เหล่านั้นอาจไม่ใช่ปัจจัยบ่งชี้เหตุการณ์ที่จะเกิดตามมาได้ดีเพียงพอ เนื่องจากตัวอย่างที่นำมาเปรียบเทียบอาจไม่ใช่ตัวอย่างที่ดี และปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอาจมาจากหลายสาเหตุ หรือสาเหตุเดียวกันก็อาจทำให้เกิดผลที่ตามมาได้หลากหลาย การใช้เงื่อนไขง่ายๆ เพียงหนึ่งหรือสองเงื่อนไขจึงไม่อาจพยากรณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดตามมาได้อย่างแม่นยำ เช่น นักเรียนที่ได้เกรดเฉลี่ย 4.00 ในระดับมัธยมปลายอาจไปเลือกเรียนในสาขาวิชาที่ตนไม่ชอบหรือไม่ถนัดทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในระดับมหาวิทยาลัย เป็นต้น ตัวอย่างของ Representativeness ที่มักพบเห็นได้บ่อยในกระบวนการตัดสินใจลงทุนมีดังต่อไปนี้ 1) การลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดีจะเป็นการลงทุนที่ให้ผลกำไร บริษัทที่มีความแข็งแกร่งและผลประกอบการที่ดีอย่างสม่ำเสมอย่อมเป็นทางเลือกในการลงทุนที่ดี แต่นักลงทุนก็สามารถขาดทุนมหาศาลจากบริษัทที่มีผลประกอบการที่ดีได้ หากเข้าซื้อหุ้นดังกล่าวที่ราคาสูงเกินไป หรือเข้าซื้อหุ้นในขณะที่ผลกำไรของบริษัทปรับตัวสูงสุด ...

InvestmentTalk – จิตวิทยากับการลงทุน (1)

ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM ในทางปฏิบัติหุ้นก็เป็นสินค้าที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันเช่นเดียวกับสินค้าปกติ โดยนักลงทุนเป็นผู้กำหนดราคาของหุ้นตามอุปสงค์และอุปทานของนักลงทุนในแต่ละช่วงเวลาด้วยเหตุผลที่หลากหลาย เช่น ปัจจัยพื้นฐาน ปัจจัยเชิงเทคนิค การวิเคราะห์เชิงปริมาณ สภาพคล่อง หรือกระทั่งข่าวลือ ด้วยเหตุนี้ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นจึงมีส่วนถูกผลักดันด้วยจิตวิทยามวลชนของนักลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเชิงวิชาการมีการศึกษาผลกระทบของปัจจัยด้านจิตวิทยามวลชนที่มีต่อราคาของหลักทรัพย์ที่รู้จักกันในชื่อ Behavioral finance ซึ่งเป็นที่แพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา Behavioral finance เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการนำเอาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางสังคม อารมณ์ และความรู้สึกของมนุษย์มาอธิบายการตัดสินใจของนักลงทุนในสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงผลกระทบของการตัดสินใจดังกล่าวที่มีต่อราคาสินทรัพย์ในแต่ละช่วงเวลา การศึกษาด้าน Behavioral finance ได้แสดงให้เห็นข้อโต้แย้งเกี่ยวข้องกับสมมุติฐานประสิทธิภาพของตลาดทุน (Efficient market hypothesis) พร้อมทั้งอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ตลาดทุนไร้ประสิทธิภาพด้วยสาเหตุในด้านจิตวิทยา เช่น พฤติกรรมตอบสนองมากเกินไปหรือน้อยเกินไป (Over-react and Under-react) พฤติกรรมแห่ตามกัน (Herding ...