EconomicTalk – สภาพคล่องเงินดอลลาร์กับความบิดเบือนของโครงสร้างดอกเบี้ยในประเทศ [ตอนที่ 2 จบ]

ประเด็นในวันนี้ค่อนข้างยากนะครับ ผมจะเล่าให้ฟังถึงโครงสร้างของดอกเบี้ยภายในประเทศ ว่ามีความสัมพันธ์กับสภาพคล่องของเงินดอลลาร์อย่างไร ผู้อ่านจำเป็นต้องมีพื้นฐานจาก ตอนที่ 1 [หาอ่านได้ที่ http://fundmanagertalk.com ] FX Forward, THBFIX, CCS, IRS และ Yield ทั้ง FX Forward, THBFIX, CCS, IRS และ Bond Yield ต่างมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งครับ โดย USD/THB CCS หรือ [Cross Currency Swap] คือการตกลงกันระหว่าง 2 Party ในการแลก Cash Flow ที่เป็นสกุลดอลลาร์ ...

EconomicTalk – สภาพคล่องเงินดอลลาร์กับความบิดเบือนของโครงสร้างดอกเบี้ยในประเทศ: ตอนที่ 1 : Interest Rate Parity, FX Swap, CCS

เรื่องวันนี้อาจจะยากนิดนึงนะครับ แต่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการที่จะเข้าใจในเรื่อง Fund Flow จาก ต่างประเทศ รวมถึงเป็นพื้นฐานสำคัญเกี่ยวกับเรื่องตลาดเงินตราต่างประเทศ และโครงสร้างอัตราดอกเบี้ย ซึ่งสำหรับบทความนี้ ผมจะพยายามอธิบายให้เป็นภาษาง่าย ๆ และหลีกเลี่ยงการใช้สมการครับ Interest Rate Parity [หรือ IRP] IRP เป็น หลักการพื้นฐานเกี่ยวกับตลาดเงินตราระหว่างประเทศซึ่งหลักนี้มีอยู่ว่า ดอกเบี้ยของสองประเทศเมื่อรวมการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินแล้วจะต้องเท่ากัน เช่น หากดอกเบี้ยอเมริกา 6 เดือนเท่ากับ 0.5% [LIBOR] ดอกเบี้ยไทยเท่ากับ 1.5% [THBFIX] ตามหลัก IRP ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ [USD/THB] จะต้องอ่อนค่าลง 1% ต่อปี ใน 6 เดือนเท่ากับส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย ...

EconomicTalk – Emerging Markets ตัวเลือกแรกของการลงทุนในต่างประเทศ

ตลอดสามปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศมีความแตกต่างกันมากในแต่ละภูมิภาค โดยกลุ่มตลาดเกิดใหม่ทั้งในส่วนของเอเชียและละตินอเมริกาให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นที่สูงกว่ากลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างมีนัยสำคัญ ดังเห็นได้จากผลตอบแทนในเชิงเปรียบเทียบย้อนหลังสามปีระหว่างดัชนี MSCI EM Latin America, ดัชนี MSCI AC Asia Pacific ex Japan, ดัชนี S&P 500 และดัชนี MSCI Europe ที่พบว่าการลงทุนในตลาดหุ้นละตินอเมริกามีผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในตลาดหุ้น S&P 500 ของสหรัฐอเมริกาและตลาดหุ้นยุโรปถึงร้อยละ 34 และ 38 ตามลำดับ ในทำนองเดียวกัน ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่นสูงกว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้น S&P 500 ของสหรัฐอเมริกาและตลาดหุ้นยุโรปร้อยละ 15 และ 19 ตามลำดับ ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ตลาดเกิดใหม่มีผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดที่พัฒนาแล้วมีสองประการคือ (1). ...

InvestmentTalk – เส้นทางเศรษฐี

คำถามสำคัญสำหรับคนส่วนใหญ่ คงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า “ทำอย่างไรถึงจะรวย?” ส่วนตัวผม คิดว่ามีกฎง่ายๆ อยู่ 2 ข้อเท่านั้น คือ 1. สร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น และ 2. ประหยัดอดออม แต่จุดซึ่งคนไม่ค่อยพูดกันคือ วันนี้เราเน้นกันแต่ข้อ 2. ให้ประหยัดอดออม ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น กลั้นใจไม่ใช่เงินสุรุ่ยสุร่าย ออมเข้าไว้ จริงครับ ประหยัดก็ดีอยู่ แต่ประหยัดให้ตายอย่างไร (แม้แต่การได้เงินเดือนมาแล้วไม่ใช้สักบาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน) ก็ไม่มีทางเหลือเงินเกินรายได้ ถามตัวเองว่า วันนี้เงินเดือนเราเท่าไร เดือนหนึ่งๆ ใช้จ่ายไปแล้วจะเหลือเก็บเท่าไร ปีหนึ่งๆ จะเหลือเก็บเท่าไร อีก 10 ปีจะมีเท่าไร แล้วถามตัวเองซ้ำไปอีกว่า ด้วยกลไกแบบนี้ อีก 10 ปี ...

InvestmentTalk – ลงทุนอย่างมีสไตล์ (2)

ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM ในครั้งก่อนได้แนะนำแนวทางการลงทุนแบบเชิงรุกและเชิงรับในภาพกว้างให้นักลงทุนได้รู้จักแล้ว ในครั้งนี้จะขอนำเสนอการลงทุนเชิงรุกในรูปแบบต่างๆ แต่พอสังเขป เพื่อขยายขอบเขตความเข้าในในการลงทุนเชิงรุกให้มากขึ้น การลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investing) การลงทุนแบบเน้นคุณค่านี้มีพื้นฐานมาจากแนวคิดการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของเบนจามิน แกรแฮม และเดวิด ดอจจ์ แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ที่เน้นการลงทุนในหุ้นที่มีราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานซึ่งอ้างอิงจากอัตราส่วนทางการเงินต่างๆ เช่น อัตราส่วนกำไรต่อสินทรัพย์สุทธิ (P/E) อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/B) อัตราเงินปันผลตอบแทนที่ (Dividend yield) เป็นต้น โดยเชื่อว่าในระยะยาวราคาหุ้นจะปรับตัวเข้าสู่มูลค่าพื้นฐาน (Fundamental Value) การลงทุนในหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานจึงมีโอกาสกำไรมากกว่าขาดทุน แนวคิดของการลงทุนแบบเน้นคุณค่านี้ได้สร้างชื่อเสียงให้กับนักลงทุนระดับโลก อาทิ วอร์เรน บัพเฟต จอห์น เทมเพิลตัน จอห์น เนฟฟ์ เป็นต้น และการลงทุนแบบเน้นคุณค่านี้ยังได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยเชิงวิชาการมากมาย ...

InvestmentTalk – ลงทุนหุ้นแบบ Mosaic

เห็นขึ้นชื่อบทความมาอย่างนี้ไม่ใช่การลงทุนโดยใช้ กระเบื้อง Mosaic (โมเสก) นะครับ คำว่า Mosaic ที่นำมาใช้ในที่นี้นั้นหมายถึง Mosaic Theory ซึ่งเป็นแนวทางที่ผมเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนหุ้นแบบ วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานได้มากทีเดียวครับ Mosaic Theory (อ่านว่า โม-เซ-อิค) คือการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานบริษัท โดยเริ่มจากการ Brain Storm คือการรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นงบการเงิน, 56-1, Opportunity Day, Company Visit รวมไปถึงการใช้ Google และการอ่านเวบบอร์ดต่าง ๆ ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่เราสนใจ โดยนำข้อมูลทั้งหมดมารวบรวมและวิเคราะห์/สังเคราะห์หา “คุณค่า” ของบริษัท (จะว่าแนวทางนี้เป็นแนวทางแบบ Value Investor ชนิดหนึ่งผมก็ไม่ปฏิเสธครับ) ข้อมูลที่เรารวบรวมมาได้นั้นหลัก ...