InvestmentTalk – ความไม่เท่าเทียมกันของความคิด

นักลงทุนเมื่อได้รับข้อมูลข่าวสาร หรือความคิดเห็นของนักลงทุนท่านอื่นสำหรับบริษัทซักหนึ่งบริษัท ความคิดทางด้านลบสำหรับบริษัทนั้นจะมีผลกระทบกับความคิดมากกว่าความคิดทางด้านบวก สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะนักลงทุนกลัวความสูญเสียหรือผลของการขาดทุนมากกว่าสิ่งที่จะได้รับหรือกำไรที่จะเกิดขึ้น ผมขอเรียกความคิดนี้ว่า “ความไม่เท่าเทียมกันของความคิดทางด้านบวกและลบ” ซึ่งความไม่เท่าเทียมกันนี้จะส่งผลกระทบกับการลงทุนของเราอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากเรามีหุ้นอยู่ 2 ตัวในพอร์ตการลงทุน หุ้นตัวหนึ่งมีผลกำไร 50% และอีกตัวหนึ่งขาดทุน 50% เราจะมีความรู้สึกอย่างไรกับหุ้นสองตัวนี้ ความรู้สึกของหุ้นที่ได้กำไรอีกตัวหนึ่งสามารถหักล้างกับความรู้สึกของหุ้นที่ขาดทุนอีกตัวได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ เพราะเราจะมีความรู้สึกทางด้านความสูญเสียหรือผลของการขาดทุนมากกว่าความรู้สึกทางด้านกำไรเมื่อเปรียบเทียบในสเกลเดียวกัน ความไม่เท่าเทียมกันทางความคิดนี้ ส่งผลให้เวลาหุ้นตกอาจทำให้ความรู้สึกกังวลหรือความกลัวที่จะขาดทุนครอบงำจิตใจนักลงทุนมากกว่าช่วงเวลาที่หุ้นขึ้น ทำให้โอกาสที่นักลงทุนจะขายตามคนอื่นเป็นไปได้มากกว่าช่วงเวลาที่นักลงทุนจะซื้อตามเวลาหุ้นขึ้น พูดง่ายๆคือ นักลงทุนกลัวติดดอยมากกว่ากลัวตกรถไฟ เพราะการตกรถไฟเป็นการสูญเสียที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงเป็นเพียงความคิดที่ไม่ได้กำไรเท่านั้น แต่การติดดอยนั้นเป็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นจริง ทำให้เวลาหุ้นตก ตลาดหุ้นมีแนวโน้มที่จะมีคนอยากขายมากกว่าคนที่อยากซื้อ ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว อีกตัวอย่างหนึ่งของความคิดไม่เท่าเทียมกันคือ เราจะไม่ซื้อหุ้นเมื่อมีความคิดทางด้านลบกับหุ้นตัวนั้น แต่ก็ยังไม่แน่อีกว่าการซื้อหุ้นสำหรับความคิดทางด้านบวกกับหุ้นซักหนึ่งตัวจะเกิดขึ้น เพราะว่าเรายังคงให้น้ำหนักของการสูญเสียมากกว่าสิ่งที่จะได้รับ นี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เราพลาดโอกาสในการทำกำไรจากผลของความคิดทางด้านลบโดยปราศจากการวิเคราะห์โดยใช้หลักเหตุผล หากความไม่เท่าเทียมกันของความคิดทางด้านลบมีมากกว่าด้านบวก เหตุใดยังมีนักลงทุนยังคงมีหุ้นที่ขาดทุนอย่างมากและไม่ยอมขายออกไป สาเหตุน่าจะมาจากการขายขาดทุนหรือการยอมรับความสูญเสียที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการยอมรับความผิดพลาดของนักลงทุนเอง เป็นการยอมรับว่าสิ่งที่ตัวเองคิดมันผิด ...

Investment Talk – รู้จักสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ แล้วระดับไหนที่น่าเชื่อถือ?

สืบเนื่องมาจากปัญหาหนี้ในกลุ่มประเทศ PIIGS (โปรตุเกส, ไอร์แลนด์, อิตาลี, กรีซ และ สเปน) ได้สร้างความกังวลให้กับตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลก จนทำให้จากกำไรที่นักลงทุนทำได้มาตลอดต่อเนื่องตั้งแต่หลัง Subprime Crisis ตอนนี้กลายเป็นแค่ฝันที่ยังรอคอยให้มันเป็นความจริง ผ่านมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้ ใครกระจายการลงทุนออกไปต่างประเทศ กลับรู้สึกเหมือนเดินย้ำอยู่กับที่ NAV กองทุนไม่เห็นวิ่งขึ้นเหมือนเก่า แถมทรุดเอาๆด้วยซ้ำไป ความเสี่ยงอันเกิดจากหนี้ของประเทศดังกล่าวที่สูงขึ้น อาจวัดได้จากอัตราส่วน Debt to GDP แต่นั้นก็ไม่ได้บอกถึงความเสี่ยงทั้งหมดของประเทศดังกล่าว และเพื่อเป็นตัวแทนของนักลงทุนในการหาความเสี่ยงของหลักทรัพย์ที่นักลงทุนไปลงทุน จึงได้เกิดสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือขึ้นมาในตลาดทุนอย่างปัจจุบัน สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agency: CRA) ก็คือ บริษัทซึ่งทำหน้าที่ให้บริการจัดอันดับคุณภาพและความเสี่ยงของตราสารประเภทหนี้ หรือของบริษัท หรือองค์การต่างๆ โดยในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้น ทาง CRA แต่ละแห่งจะพิจารณาหลักเกณฑ์ต่างๆที่สำคัญ ...

EconomicTalk – นโยบายประชานิยม และผลกระทบต่อตลาดหุ้นและตลาดดอกเบี้ย

อาสา อินทรวิชัย, 11 ก.ค. 54 การปรับตัวขึ้นของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทยถึง +48 จุด ในวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น คงสร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกท่านไม่มากก็น้อย ต้องยอมรับว่าแม้สาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นบ้านเราปรับตัวอยู่ใน “แดนลบ” เป็นแรมเดือนจะมาจากปัญหาหนี้ในยุโรป แต่สาเหตุสำคัญของการ rebound เมื่อวันจันทร์นั้นกลับมาจากปัจจัยในประเทศหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลงนั่นเอง และไม่ว่าจะเป็นพรรคใดได้รับเสียงข้างมาก ผมเชื่อว่าตลาดหุ้นก็ปรับตัวขึ้นครับ …..แต่การปรับขึ้นถึงเกือบ 50จุดนั้น ผมคิดว่ามาจาก “Populism” หรือ “นโยบายประชานิยม” ของพรรคเพื่อไทยที่มีผลทางจิตวิทยา (ในระยะสั้น) นั่นเอง ไม่น่าแปลกใจเลยที่พรรคเพื่อไทยจะได้รับคะแนนโหวตจากประชากรนอกเขตกทม.อย่างท่วมท้นเพราะนโยบายประชานิยมที่มุ่งเน้นในการเพิ่มรายได้ขั้นต่ำและราคาผลิตผลการเกษตรนั้นตอบโจทย์ประชากรกลุ่ม “รากหญ้า” อย่างชัดเจน …..แต่ท่านทราบหรือไม่ครับว่า การตอบรับในตลาดดอกเบี้ยนั้นกลับมีทิศทางตรงข้ามกับในตลาดหุ้น กล่าวคืออัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล (Bond yield) โดยเฉพาะช่วงอายุยาวกว่า 5 ปี ได้ปรับขึ้นค่อนข้างรุนแรง 25-40bps ...