ถึงเวลาของที่ปรึกษาการลงทุน และการทำ Global Asset Allocation

    ตลาดหลักทรัพย์ไทยจนถึงวันนี้ก็มีอายุ 40 ปีแล้วนะครับถ้าเทียบเป็นคนก็นับว่าเป็นวัยฉกรรจ์กำลังลุยแหลกเลยทีเดียว ขณะที่กองทุนรวมในประเทศไทยนั้นมีมาเกือบ ๆ 40 ปีเช่นกัน แต่เพิ่งจะมาเติบโตมากในช่วงหลังวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540  ภายหลังรัฐบาลใช้นโยบายการคลังแบบขาดดุลออกพันธบัตรรัฐบาล และตั๋วเงินคลังมากขึ้นทำให้กองทุนประเภทตราสารหนี้เติบโตขึ้น โดยเริ่มจากกองทุนตลาดเงิน และกองทุนประเภท Term Fund ต่อมาก็เริ่มมีกองทุนประเภทที่ลงทุนในต่างประเทศ หรือ FIF ในปี 2545 (อ่านบทความ เรียนรู้จากประวัติศาสตร์… 12 ปีประเทศไทยกับกองทุน FIF ที่ http://fundmanagertalk.com/thai-fif-funds-industry/ ) โชคไม่เข้าข้างเนื่องจากโลกเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจอีกครั้งในปี 2551 ทำให้ทั้งกองทุนหุ้นไทยและกองทุนหุ้นต่างประเทศต่างได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง มีเพียงกลุ่มนักลงทุนที่แบ่งเงินลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว และทองคำเท่านั้นที่สามารถลดผลกระทบได้จากการกระจายความเสี่ยง แท้จริงแล้วการศึกษาทางวิชาการมากมายต่างก็บอกอยู่แล้วว่ามากกว่า 90% ของผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับนั้นมาจากการจัดสินทรัพย์ลงทุน (Asset Allocation) ...

Investment Talk – The Ultimate Investment Solutions

ในระยะหลังเห็นนักลงทุนไทยเริ่มใส่ใจกับการ “จัดพอร์ต” มากขึ้น จากเดิมที่เน้นเลือกลงทุนเป็นกองทุนรายกอง หุ้นรายตัว มาเป็นการจัดพอร์ตการลงทุนให้ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละคน ในฝั่งของสถาบันการเงินก็เช่นกัน มีบริการการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนที่เป็นระบบมากขึ้นโดยการนำวิธีการ Asset Allocation ไปนำเสนอและ “ลงมือทำจริง” กับพอร์ตของนักลงทุนอย่างจริงจัง ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่ดีและสำคัญมากในวงการลงทุนบ้านเรา การศึกษาทางวิชาการที่ทำขึ้นหลายครั้งในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาก็เป็นตัวยืนยันที่ชัดเจนว่าผลตอบแทนกว่า 90% ของการลงทุนมาจากการจัดสรรสินทรัพย์เพื่อการลงทุน (Asset Allocation)และน้อยกว่า 10%ของผลตอบแทนที่มาจากการเลือกลงทุนรายหลักทรัพย์ (Securities Selection)บทความฉบับนี้ผมตั้งชื่อว่า “The Ultimate Investment Solutions” ซึ่งเป็นแนวทางการจัดพอร์ตแบบมือโปรที่เน้นการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้มากขึ้นจากแนวทางการจัดพอร์ตแบบดั้งเดิม รวมถึงมีการควบคุมความเสี่ยงที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม Advanced Asset Allocation การจัดสรรสินทรัพย์เพื่อการลงทุนแบบดั้งเดิมโดยมากจะเป็นการนำสินทรัพย์ชนิดต่าง ๆ มาประกอบกันเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยง โดยจัดเป็นแผนการลงทุน ตามระดับความเสี่ยง เช่น แบบระมัดระวัง แบบเสี่ยงปานกลาง ...