ลงทุนใน Mega Trend หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีกับ ASP-ROBOTRMF

แชร์บทความนี้

ภายหลังการตอบรับที่ดีมากๆ ของการเปิดตัวกองทุน ASP-ROBOT ซึ่งเน้นการลงทุนในหุ่นยนต์และเอไอเป็นกองทุนแรกของประเทศไทย โดยสามารถระดมทุนในการเสนอขายครั้งแรกได้ 1,275 ล้านบาท และขนาดของกองทุนก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทางบลจ. แอสเซท พลัส ไม่รอช้าส่ง ASP-ROBOTRMF ออกสู่ท้องตลาดทันทีเพื่อให้นักลงทุนสามารถลงทุนในธีม  หุ่นยนต์ & AI และลดหย่อนภาษีไปในตัว โดยเสนอขายครั้งแรก 1 – 21 พฤศจิกายน 2560 และจะเปิดขายครั้งต่อไป ตั้งแต่ 24 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป    สำหรับกองนี้ผมมองว่าน่าสนใจหรือไม่อย่างไร ไปชมกันครับ

หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)

หุ่นยนต์เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยกันมานานแล้วโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการผลิต  อย่าจินตนาการไปถึงหุ่นยนต์ที่เราเห็นในภาพยนตร์แอ็คชั่นทั้งหลายนะครับ ผมอยากให้คิดไปถึงพวกแขนกล หรือจักรกลอัจฉริยะที่เข้ามาช่วยทำงานในภาคการผลิตต่างๆ มากกว่า  ส่วนปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) หมายถึงการสร้างความฉลาดให้กับสิ่งไม่มีชีวิตให้มีความฉลาด และสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ เช่น รถยนต์ไร้คนขับ, ผู้ช่วย Siri, Amazon Alexa ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มการใช้ AI กำลังเพิ่มขึ้นจนเรียกได้ว่าเป็น Mega Trend ของโลกในปัจจุบัน โดยในหลายอุตสาหกรรมทั้งค้าปลีก การเงินการธนาคาร เกษตร ฯลฯ เริ่มมีการใช้ AI ในอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งหลายครั้งเราเรียกกันว่า Robotech

อะไรที่นับเป็นการลงทุนในบริษัทที่ใช้ Robotech

การลงทุนในบริษัทที่ใช้ Robotech ในการประกอบธุรกิจในปัจจุบันประกอบไปด้วย 4 แนวทางการลงทุนหลัก ได้แก่

1.กลุ่มจักรกลอัตโนมัติ คือการใช้หุ่นยนต์ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้ในโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า การผลิต ซึ่งปัจจุบันกำลังเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก

รูปที่ 1: การใช้หุ่นยนต์ในคลังสินค้าของ Amazon | ที่มา boston.com

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดมากคือการใช้หุ่นยนต์ในคลังสินค้าของ Amazon ซึ่งเป็นบริษัท e-Commerce ขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกในปัจจุบัน ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าภายใน 3 ปีหลังจากนี้จะมีการใช้หุ่นยนต์ (เช่นสีส้ม ๆ ในรูป) มากถึงราว 2 ล้านตัว และมากกว่าจำนวนแรงงานคนเป็นเท่าตัว

2.รถยนต์ไร้คนขับ และผู้ช่วยอัจฉริยะในรถยนต์

ในปัจจุบันเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ และผู้ช่วยอัจฉริยะในรถยนต์กำลังเป็นอีกหนึ่ง Mega Trend ในรถยนต์ที่กำลังเติบโตขึ้นมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยในการจอดรถ การตรวจสอบความสมบูรณ์ของสภาพรถ ไปจนถึงอนาคตที่น่าจะมีรถยนต์ หรือรถแทกซี่ที่ไร้คนขับมาให้เห็นกันเร็ว ๆ นี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องใช้ทั้ง Software และ Semiconductor ชนิดใหม่ ๆ อีกมากมาย และมีหลายบริษัทในโลกที่กำลังทำธุรกิจในการพัฒนาสิ่งเหล่านี้

รูปที่ 2: การพัฒนารถยนต์ไร้คนขับของ Google | ที่มา qz.com

3. กลุ่มเทคโนโลยีสุขภาพ (Health Tech)

หุ่นยนต์สาหรับช่วยการผ่าตัดกาลังเป็นที่นิยมในวงการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เพื่อการผ่าตัดไส้เลื่อน, ลำไส้ใหญ่ และมีแนวโน้มที่จะถูกพัฒนาเพื่อรองรับการผ่าตัดที่สลับซับซ้อนขึ้นในอนาคต ซึ่ง Intuitive Surgical หนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาและผลิตหุ่นยนต์ผ่าตัดชั้นนำระดับโลกเปิดเผยว่า เฉพาะในปี 2016 มีการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์มากถึง 753,000 ครั้งเข้าไปแล้ว และคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์เพิ่มขึ้นอีก 12-14% ในปีหน้า

การใช้เทคโนโลยีด้านสุขภาพในปัจจุบันช่วยให้การวินิจฉัยและตรวจสอบโรคที่รวดเร็วกว่า ระยะเวลาการรักษาที่สั้นกว่า และ ลดอัตราการเข้ารักษาอาการซ้ำ (Readmission Rates) รวมถึงมีความแม่นยาในการผ่าตัดที่สูงกว่าอีกด้วย

 

รูปที่ 3: การผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ (ที่มา: Intuitive Surgical อ้างอิงใน บลจ.แอสเซท พลัส)

4.เทคโนโลยีเพื่อการบูรณาการ (technology Enablers)

หมายถึงการบูรณาการองค์ความรู้และประสบการณ์ของคน กับเคื่องจักรกลอุตสาหกรรมให้เชื่อมโยงเข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  โดย อาจใช้ Big Data, Sensor, Software และ Semiconductor เข้ามาช่วยบริหารจัดการกระบวนการผลิต เป็นต้น

แนวโน้มการเติบโตของ Robotech

Robotech ถือเป็นเมกะเทรนด์ที่ยังมีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต และในปัจจุบันถือเป็นช่วงเริ่มต้นของการเติบโตในระยะยาว ข้อมูลจาก Boston Consulting Group คาดการณ์ว่า ในช่วงปี 2557-2562 ตลาด Robotics & AI ทั่วโลกจะเติบโตโดยเฉลี่ยถึง 15% ต่อปี  นับเป็นอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับช่วงปี 2548 – 2556 ซึ่งเติบโตเพียง 5% ต่อปี

นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมหุ่นยนต์มีแนวโน้มที่จะเติบโตปีละ 10-15% จนถึงปี 2568 โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากนวัตกรรมต่างๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง รวมถึงโครงสร้างประชากรที่เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้นและขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิต  (ที่มา: Boston Consulting Group, 2015)

กองทุน ASP-ROBOTRMF

สำหรับกองทุน ASP-ROBOTRMF ของบลจ. แอสเซท พลัส นั้น จะเน้นลงทุนหุ้นของบริษัททั่วโลกที่เป็นผู้ผลิตและพัฒนาหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงบริษัทที่นำเอา Robotech ไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ  

รูปที่ 4: ประมาณการสัดส่วนการลงทุนของกองทุน ASP-ROBOTRMF |ที่มา บลจ. แอสเซท พลัส)

โดยลงทุนส่วนใหญ่ในหุ้นกลุ่มดังกล่าวผ่านกองทุนต่างประเทศ คือ  AXA World Funds Framlington Robotech ซึ่งกองทุนนี้เน้นลงทุนโดยเฉพาะในหุ้นที่เกี่ยวกับ Robotech ทั่วโลก ครอบคลุม 4 เทรนด์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเทรนด์หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ได้แก่ กลุ่มจักรกลอัตโนมัติ กลุ่มการแพทย์และสาธารณสุข กลุ่มขนส่งและคมนาคม และกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อการบูรณาการ ซึ่งได้แก่ พวกซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และระบบเซ็นเซอร์ที่ใช้เป็นองค์ประกอบในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และใช้ในการควบคุมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติต่างๆ    สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ บลจ. แอสเซท พลัส จะเลือกลงทุนโดยตรงใน ETF หรือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าวเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนและกระจายการลงทุน

รูปที่ 5: ตัวอย่างหุ้นและ ETF ที่กองทุน ASP-ROBOTRMF คาดว่าจะลงทุน |ที่มา บลจ. แอสเซท พลัส)

ในแง่ของการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน กองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ

จุดที่น่าสนใจของกองทุนนี้อยู่ที่การกระจายการลงทุนทั้งในหุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง  Alphabet, Apple, Siemens รวมถึงหุ้น Large Cap เช่น Keyence, Rockwell Automation, Fanuc, Intuitive Surgical ควบคู่ไปกับหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก เช่น Durr,  Trimble, Mobileye เป็นต้น  ทำให้พอร์ตโดยรวมจะลดความผันผวนลง บริษัทใหญ่แม้เติบโตไม่ได้แรงมาก แต่มั่นคงและจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ ขณะที่การลงทุนในบริษัทขนาดกลาง – เล็กที่ประสบความสำเร็จจะเป็นตัวช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดี

รูปที่ 6: ผลการดำเนินงานของกองทุน AXA World Fund Framlington Robotech (ที่มา:  บลจ. แอสเซท พลัส)

หากดูที่ผลตอบแทนของกลยุทธ์กองทุนแม่ AXA Investment Manager Robotech Strategy เทียบกับดัชนีหุ้นทั่วโลก พบว่าเกือบ 2 ปีที่ผ่านมากลยุทธ์นี้สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าดัชนีหุ้นโลกถึงราวเท่าตัวโดยให้ผลตอบแทนแล้วกว่า 40%

กองทุนนี้ระดับความเสี่ยง 6  เหมาะเป็นทางเลือกในการลงทุนสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน และคาดหวังโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยต้องเป็นผู้ที่สามารถรับความผันผวนจากหุ้นต่างประเทศได้ และพร้อมสำหรับการลงทุนในระยะยาว

ทั้งหมดก็เป็นการรีวิวกองทุน ASPROBOTRMF ที่นำมาฝากกันในวันนี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่ดีในการแบ่งเงินไปลงทุนใน ?ฟega trend หุ่นยนต์ และ AI สำหรับท่านที่สนใจ สามารถลงทุนได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 5,000  บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนเสนอขายพร้อมคู่มือการลงทุนในกองทุน RMF ได้ที่ บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด โทร 0-2672-1111 หรือที่เว็บไซต์ www.assetfund.co.th

FundTalk รายงาน

ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้าเงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และโปรดศึกษาคู่มือการลงทุนในกองทุน RMF ก่อนตัดสินใจลงทุน”  การได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ทั้งนี้ หากผู้ลงทุนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนการลงทุน จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และจะต้องคินสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับ พร้อมชำระเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามที่ระบุไว้ในประมวลรัษฎากร

 

 

Facebook Comments

แชร์บทความนี้
เจษฎา สุขทิศ, CFA ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FINNOMENA & นายกสมาคมฟินเทคประเทศไทย คุณเจษฎา เคยปฏิบัติงานในตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล และเคยร่วมงานเป็นผู้จัดการกองทุนกับกลุ่ม เจพี มอร์แกน, ไทยพาณิชย์ และยูโอบี นอกจากนี้ ในปัจจุบัน คุณเจษฎา รับหน้าที่เป็นวิทยากรด้านการเงิน และฟินเทค ให้กับภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ คุณเจษฎา เคยได้รับรางวัลนักเศรษฐศาสตร์ดาวรุ่งจากสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์, รางวัล Most Astute Investor จากนิตยสาร The Asset และรางวัล Morningstar Fund Award
Posts created 100

Related Posts

Begin typing your search term above and press enter to search. Press ESC to cancel.

Back To Top