ลงทุนใน Mega Trend หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีกับ ASP-ROBOTRMF

อเบอร์ดีน สมอลแค็พ กองทุนหุ้นขนาดกลาง/เล็กสุดคลาสสิคของเมืองไทย
13/09/17
แชร์บทความนี้

ภายหลังการตอบรับที่ดีมากๆ ของการเปิดตัวกองทุน ASP-ROBOT ซึ่งเน้นการลงทุนในหุ่นยนต์และเอไอเป็นกองทุนแรกของประเทศไทย โดยสามารถระดมทุนในการเสนอขายครั้งแรกได้ 1,275 ล้านบาท และขนาดของกองทุนก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทางบลจ. แอสเซท พลัส ไม่รอช้าส่ง ASP-ROBOTRMF ออกสู่ท้องตลาดทันทีเพื่อให้นักลงทุนสามารถลงทุนในธีม  หุ่นยนต์ & AI และลดหย่อนภาษีไปในตัว โดยเสนอขายครั้งแรก 1 – 21 พฤศจิกายน 2560 และจะเปิดขายครั้งต่อไป ตั้งแต่ 24 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป    สำหรับกองนี้ผมมองว่าน่าสนใจหรือไม่อย่างไร ไปชมกันครับ

หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)

หุ่นยนต์เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยกันมานานแล้วโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการผลิต  อย่าจินตนาการไปถึงหุ่นยนต์ที่เราเห็นในภาพยนตร์แอ็คชั่นทั้งหลายนะครับ ผมอยากให้คิดไปถึงพวกแขนกล หรือจักรกลอัจฉริยะที่เข้ามาช่วยทำงานในภาคการผลิตต่างๆ มากกว่า  ส่วนปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) หมายถึงการสร้างความฉลาดให้กับสิ่งไม่มีชีวิตให้มีความฉลาด และสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ เช่น รถยนต์ไร้คนขับ, ผู้ช่วย Siri, Amazon Alexa ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มการใช้ AI กำลังเพิ่มขึ้นจนเรียกได้ว่าเป็น Mega Trend ของโลกในปัจจุบัน โดยในหลายอุตสาหกรรมทั้งค้าปลีก การเงินการธนาคาร เกษตร ฯลฯ เริ่มมีการใช้ AI ในอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งหลายครั้งเราเรียกกันว่า Robotech

อะไรที่นับเป็นการลงทุนในบริษัทที่ใช้ Robotech

การลงทุนในบริษัทที่ใช้ Robotech ในการประกอบธุรกิจในปัจจุบันประกอบไปด้วย 4 แนวทางการลงทุนหลัก ได้แก่

1.กลุ่มจักรกลอัตโนมัติ คือการใช้หุ่นยนต์ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้ในโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า การผลิต ซึ่งปัจจุบันกำลังเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก

รูปที่ 1: การใช้หุ่นยนต์ในคลังสินค้าของ Amazon | ที่มา boston.com

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดมากคือการใช้หุ่นยนต์ในคลังสินค้าของ Amazon ซึ่งเป็นบริษัท e-Commerce ขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกในปัจจุบัน ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าภายใน 3 ปีหลังจากนี้จะมีการใช้หุ่นยนต์ (เช่นสีส้ม ๆ ในรูป) มากถึงราว 2 ล้านตัว และมากกว่าจำนวนแรงงานคนเป็นเท่าตัว

2.รถยนต์ไร้คนขับ และผู้ช่วยอัจฉริยะในรถยนต์

ในปัจจุบันเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ และผู้ช่วยอัจฉริยะในรถยนต์กำลังเป็นอีกหนึ่ง Mega Trend ในรถยนต์ที่กำลังเติบโตขึ้นมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยในการจอดรถ การตรวจสอบความสมบูรณ์ของสภาพรถ ไปจนถึงอนาคตที่น่าจะมีรถยนต์ หรือรถแทกซี่ที่ไร้คนขับมาให้เห็นกันเร็ว ๆ นี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องใช้ทั้ง Software และ Semiconductor ชนิดใหม่ ๆ อีกมากมาย และมีหลายบริษัทในโลกที่กำลังทำธุรกิจในการพัฒนาสิ่งเหล่านี้

รูปที่ 2: การพัฒนารถยนต์ไร้คนขับของ Google | ที่มา qz.com

3. กลุ่มเทคโนโลยีสุขภาพ (Health Tech)

หุ่นยนต์สาหรับช่วยการผ่าตัดกาลังเป็นที่นิยมในวงการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เพื่อการผ่าตัดไส้เลื่อน, ลำไส้ใหญ่ และมีแนวโน้มที่จะถูกพัฒนาเพื่อรองรับการผ่าตัดที่สลับซับซ้อนขึ้นในอนาคต ซึ่ง Intuitive Surgical หนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาและผลิตหุ่นยนต์ผ่าตัดชั้นนำระดับโลกเปิดเผยว่า เฉพาะในปี 2016 มีการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์มากถึง 753,000 ครั้งเข้าไปแล้ว และคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์เพิ่มขึ้นอีก 12-14% ในปีหน้า

การใช้เทคโนโลยีด้านสุขภาพในปัจจุบันช่วยให้การวินิจฉัยและตรวจสอบโรคที่รวดเร็วกว่า ระยะเวลาการรักษาที่สั้นกว่า และ ลดอัตราการเข้ารักษาอาการซ้ำ (Readmission Rates) รวมถึงมีความแม่นยาในการผ่าตัดที่สูงกว่าอีกด้วย

 

รูปที่ 3: การผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ (ที่มา: Intuitive Surgical อ้างอิงใน บลจ.แอสเซท พลัส)

4.เทคโนโลยีเพื่อการบูรณาการ (technology Enablers)

หมายถึงการบูรณาการองค์ความรู้และประสบการณ์ของคน กับเคื่องจักรกลอุตสาหกรรมให้เชื่อมโยงเข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  โดย อาจใช้ Big Data, Sensor, Software และ Semiconductor เข้ามาช่วยบริหารจัดการกระบวนการผลิต เป็นต้น

แนวโน้มการเติบโตของ Robotech

Robotech ถือเป็นเมกะเทรนด์ที่ยังมีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต และในปัจจุบันถือเป็นช่วงเริ่มต้นของการเติบโตในระยะยาว ข้อมูลจาก Boston Consulting Group คาดการณ์ว่า ในช่วงปี 2557-2562 ตลาด Robotics & AI ทั่วโลกจะเติบโตโดยเฉลี่ยถึง 15% ต่อปี  นับเป็นอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับช่วงปี 2548 – 2556 ซึ่งเติบโตเพียง 5% ต่อปี

นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมหุ่นยนต์มีแนวโน้มที่จะเติบโตปีละ 10-15% จนถึงปี 2568 โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากนวัตกรรมต่างๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง รวมถึงโครงสร้างประชากรที่เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้นและขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิต  (ที่มา: Boston Consulting Group, 2015)

กองทุน ASP-ROBOTRMF

สำหรับกองทุน ASP-ROBOTRMF ของบลจ. แอสเซท พลัส นั้น จะเน้นลงทุนหุ้นของบริษัททั่วโลกที่เป็นผู้ผลิตและพัฒนาหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงบริษัทที่นำเอา Robotech ไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ  

รูปที่ 4: ประมาณการสัดส่วนการลงทุนของกองทุน ASP-ROBOTRMF |ที่มา บลจ. แอสเซท พลัส)

โดยลงทุนส่วนใหญ่ในหุ้นกลุ่มดังกล่าวผ่านกองทุนต่างประเทศ คือ  AXA World Funds Framlington Robotech ซึ่งกองทุนนี้เน้นลงทุนโดยเฉพาะในหุ้นที่เกี่ยวกับ Robotech ทั่วโลก ครอบคลุม 4 เทรนด์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเทรนด์หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ได้แก่ กลุ่มจักรกลอัตโนมัติ กลุ่มการแพทย์และสาธารณสุข กลุ่มขนส่งและคมนาคม และกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อการบูรณาการ ซึ่งได้แก่ พวกซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และระบบเซ็นเซอร์ที่ใช้เป็นองค์ประกอบในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และใช้ในการควบคุมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติต่างๆ    สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ บลจ. แอสเซท พลัส จะเลือกลงทุนโดยตรงใน ETF หรือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าวเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนและกระจายการลงทุน

รูปที่ 5: ตัวอย่างหุ้นและ ETF ที่กองทุน ASP-ROBOTRMF คาดว่าจะลงทุน |ที่มา บลจ. แอสเซท พลัส)

ในแง่ของการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน กองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ

จุดที่น่าสนใจของกองทุนนี้อยู่ที่การกระจายการลงทุนทั้งในหุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง  Alphabet, Apple, Siemens รวมถึงหุ้น Large Cap เช่น Keyence, Rockwell Automation, Fanuc, Intuitive Surgical ควบคู่ไปกับหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก เช่น Durr,  Trimble, Mobileye เป็นต้น  ทำให้พอร์ตโดยรวมจะลดความผันผวนลง บริษัทใหญ่แม้เติบโตไม่ได้แรงมาก แต่มั่นคงและจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ ขณะที่การลงทุนในบริษัทขนาดกลาง – เล็กที่ประสบความสำเร็จจะเป็นตัวช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดี

รูปที่ 6: ผลการดำเนินงานของกองทุน AXA World Fund Framlington Robotech (ที่มา:  บลจ. แอสเซท พลัส)

หากดูที่ผลตอบแทนของกลยุทธ์กองทุนแม่ AXA Investment Manager Robotech Strategy เทียบกับดัชนีหุ้นทั่วโลก พบว่าเกือบ 2 ปีที่ผ่านมากลยุทธ์นี้สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าดัชนีหุ้นโลกถึงราวเท่าตัวโดยให้ผลตอบแทนแล้วกว่า 40%

กองทุนนี้ระดับความเสี่ยง 6  เหมาะเป็นทางเลือกในการลงทุนสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน และคาดหวังโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยต้องเป็นผู้ที่สามารถรับความผันผวนจากหุ้นต่างประเทศได้ และพร้อมสำหรับการลงทุนในระยะยาว

ทั้งหมดก็เป็นการรีวิวกองทุน ASPROBOTRMF ที่นำมาฝากกันในวันนี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่ดีในการแบ่งเงินไปลงทุนใน ?ฟega trend หุ่นยนต์ และ AI สำหรับท่านที่สนใจ สามารถลงทุนได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 5,000  บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนเสนอขายพร้อมคู่มือการลงทุนในกองทุน RMF ได้ที่ บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด โทร 0-2672-1111 หรือที่เว็บไซต์ www.assetfund.co.th

FundTalk รายงาน

ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้าเงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และโปรดศึกษาคู่มือการลงทุนในกองทุน RMF ก่อนตัดสินใจลงทุน”  การได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ทั้งนี้ หากผู้ลงทุนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนการลงทุน จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และจะต้องคินสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับ พร้อมชำระเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามที่ระบุไว้ในประมวลรัษฎากร

 

 

Facebook Comments

แชร์บทความนี้
FundTalk
FundTalk
คุณเจษฎา สุขทิศ, CFA | Twitter: @FundTalk | Line ID: @Jessada ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน หรือ “CIO” ที INFINITI Global Investors โดยคุณเจษฎา มีประสบการณ์ยาวนานในสายงานผู้จัดการทุน มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ กองทุน และการจัดพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก (Global Asset Allocation) โดยก่อนที่จะมาก่อตั้ง บลน.อินฟินิติ คุณเจษฎา ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนที่ บลจ. ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล นอกจากนี้คุณเจษฎา ยังรับหน้าที่เป็นวิทยากรให้กับมหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่าง ๆ ในตลาดทุน และการให้ความรู้เรื่องการลงทุนผ่านการเขียนบทความ /บล็อก ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ, settrade.com, FundManagerTalk.com และ jessada.net