คุยเรื่อง การลงทุน ใน หุ้น (Stock) ตราสารหนี้ (Fixed Income) พันธบัตร (Bond) ทองคำ (Gold) โภคภัณฑ์ (Commodity) อสังหาริมทรัพย์ (Property) อนุพันธ์ (Derivatives) และการจัดสรรพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation)

Investment Talk – ลงทุนอย่างไร เมื่อ QE สหรัฐฯ หมดไปแต่ QE ยุโรป ญี่ปุ่นเข้ามาแทน

ในที่สุดนโยบายการกระตุ้นทางการเงินของสหรัฐฯ หรือ QE ก็มีอันจบลงภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ทำการอัดฉีดเงินเข้าระบบการเงินอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานถึงประมาณ 6 ปีนับแต่เกิดวิกฤตแฮมเบอเกอร์ในช่วงปลายปี 2008 เป็นเม็ดเงินอัดฉีดครั้งมโหฬารกว่า 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ควบคู่กับการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำใกล้ศูนย์เปอร์เซนต์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มีสภาพคล่องในระดับสูง ลดภาระหนี้สินให้กับภาคธุรกิจที่กำลังฝืดเคืองในเวลานั้น รวมถึงเอื้อให้ภาคธุรกิจสามารถกู้ยืมเงินมาขยายกิจการได้ในต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ หลังจากทำการกระตุ้นด้วย QE มากว่าครึ่งทศวรรษ อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ กลับมามีทิศทางที่ดีขึ้นจากที่เคยมีอัตราการว่างงานสูงถึงประมาณ 10% ได้ปรับตัวลดลงมาต่ำกว่า 6% ขณะที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มกลับมาเติบโตได้ดี เช่นเดียวกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ทำให้ FED ตัดสินใจหยุดมาตรการ QE ในที่สุด ในเวลาที่ผ่านมา เม็ดเงินที่เกิดจากการการทำ QE ของ FED ส่วนหนึ่งได้ไหลไปสู่ตลาดการลงทุนทั่วโลกทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และโภคภัณฑ์ต่าง ๆ การหยุดทำ ...

InvestmentTalk – ปัจจัยพื้นฐาน มูลค่ายุติธรรม และความคาดหวัง

มูลค่ายุติธรรม (Valuation) หลาย ๆ ท่านอาจสงสัยว่าค่า P/E ของหุ้นแต่ละตัวควรอยู่ที่เท่าไร หุ้นบางตัวบางเวลาที่ดี ๆ อาจมีอัตรา P/E เพิ่มขึ้นไปได้ถึงกว่า 30 เท่า และหุ้นตัวเดียวกันบางเวลาที่อยู่ในช่วงวิกฤตก็สามารถมี P/E ปรับตัวลงต่ำกว่า 10 เท่าเช่นกัน สมมติว่ามีหุ้นบริษัทหนึ่งมีกำไรต่อหุ้น 1 บาท หากเราคิดที่ช่วง P/E 10 – 30 เท่าก็เท่ากับว่าราคาหุ้นที่เป็นไปได้นั้นอยู่ตั้งแต่ 10 – 30 บาท ซึ่งนับว่าเป็นช่วงที่กว้างมาก แล้วเราควรจะกำหนดเป้าหมายการลงทุนอย่างไรดี บ่อยครั้งที่ค่า P/E จะถูกนำไปใช้เปรียบเทียบกับหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือ P/E ของตลาดหุ้นไทยก็ถูกนำไปเปรียบเทียบกันภูมิภาค ...

InvestmentTalk – ความสวยงามของหุ้นขนาดเล็ก (Small is Beautiful)

หุ้นขนาดเล็ก (Small Cap Stocks) คือหุ้นที่มีขนาดของกิจการยังไม่ใหญ่มาก ซึ่งโดยมากจะหมายถึงหุ้นที่มีมูลค่ากิจการตามราคาตลาดต่ำกว่า 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท) ผู้เขียนมองว่าการลงทุนในหุ้น Small Cap เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับพอร์ตการลงทุนในระยะยาว จากคุณลักษณะสำคัญหลายประการ ดังนี้ครับ ศักยภาพในการเติบโตที่สูงกว่า ผู้เขียนเชื่อเสมอว่า “ราคาหุ้น ระยะสั้นตามข่าว ระยะยาวตามกำไร” คือราคาหุ้นในระยะสั้นมักจะผันผวนไปตามกระแสข่าวต่าง ๆ เกี่ยวกับบริษัท ขณะที่การเติบโตของราคาหุ้นระยะยาวจะสอดคล้องกับการเติบโตของกำไรของแต่ละบริษัท จากการศึกษาพบว่าการเติบโตของหุ้น Small Cap ทั่วโลกมีอัตราการเติบโตของกำไรอยู่ประมาณ 14.7% ขณะที่การเติบโตของตลาดหุ้นโลกโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 11.1% ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เนื่องจากหากคิดจากหลักความเป็นจริง บริษัทที่มีขนาดใหญ่ มีฐานกำไรที่ใหญ่มาก ย่อมเป็นไปได้ยากที่จะมีการเติบโตกำไรสูง ๆ เมื่อเทียบกับบริษัทขนาดเล็กที่กำลังอยู่ในช่วงวัฏจักรของการเติบโต ...

InvestmentTalk – กลยุทธ์การลงทุนรับภาวะการเมืองร้อน เศรษฐกิจโรย ปี 2557

  ความท้าทายในปี 2557 ผ่านไป 1 เดือนของปีม้า 2557 เรียกได้ว่าเป็นอีกปีที่ไม่ธรรดาแน่นอนครับ โดยตลาดการเงิน และเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังถูกปัญหารุมเร้าอยู่หลายปัจจัย นับตั้งแต่เรื่องการเมืองที่ยังส่อแววยืดเยื้อและยังมองไม่เห็นฉากจบ ส่งผลให้เศรษฐกิจในประเทศซบเซา ตั้งแต่ภาคการบริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม และชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายจำนำข้าว การลงทุนจากต่างประเทศซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอการลงทุนแล้ว รวมไปถึงการใช้จ่ายภาครัฐที่ย่อมมีการชะงักงันเนื่องจากไม่มีรัฐบาลอย่างเป็นทางการ เศรษฐกิจไทยปี 2557 จากเดิมที่คาดการณ์กันว่าจะโต 4 – 5% ผู้เขียนมองว่าเป็นไปได้ที่จะมีการปรับประมาณการกันลงมาที่ 3% หรือต่ำกว่านั้นครับ มองไปที่ตลาดการเงินและเศรษฐกิจต่างประเทศ เริ่มเห็นปัญหาในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) อย่างอาร์เจนตินา ตุรกี แอฟริกาใต้ ซึ่งล่าสุดค่าเงินอ่อนค่าอย่างหนัก จากปัญหาเงินไหลออก การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างมาก และทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศซึ่งร่อยหรอลงไปมาก คล้ายกับปัญหาวิกฤตต้มยำกุ้งที่เคยเกิดขึ้นกับบ้านเราในปี 2540 ความวิตกกังวลในตลาดเกิดใหม่ส่งผลกระทบต่อประเทศในเอเชียบางประเทศที่ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมาก ๆ ...

InvestmentTalk – ปรับพอร์ตรับมือความไม่แน่นอนทางการเมือง 2557

ก้าวเข้าสู่ปี 2557 กันแล้วนะครับ เรียกได้ว่าเป็นการเปิดปีใหม่ที่ค่อนข้างท้าทายสำหรับตลาดทุนประเทศไทยบ้านเรา โดยปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองได้กดดันดัชนีตลาดหุ้นให้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากช่วงปลายปี 2556 ที่ผ่านมา ประกอบกับประเด็นเรื่องการลด QE ของทางสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติลดการลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็นปีที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เกือบ 2 แสนล้านบาท   ความไม่แน่นอนทางการเมืองของประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Market) แปลกแต่จริง ที่ ณ เวลานี้ความไม่แน่นอนทางการเมือง ได้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในหลายประเทศในกลุ่ม Emerging Market มากที่สุดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา นอกจากประเทศไทยเราก็มีอีกหลายประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาด้านการเมือง ตัวอย่างเช่น ตุรกี –มีการประท้วงเกิดขึ้นต่อเนื่องในปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องการคอรัปชั่นของรัฐบาล และล่าสุดกำลังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนมีนาคม 2557 ซึ่งปัญหาอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นหากมีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล อินโดนีเซีย – มีการประท้วงกันในเรื่องการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในประเทศ ค่าเงินรูเปียอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ...

InvestmentTalk – รับมือการเข้าสู่ Aging Society ด้วยการจัดพอร์ตแบบ “สมดุลตามอายุ”

จากการศึกษาของสภาพัฒน์ฯ ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ยุค “สังคมผุ้สูงอายุ (Aging Society)” จากปัจจุบันที่มีประชากรที่มีอายุสูงกว่า 65 ปีขึ้นไปที่ประมาณ 9% จะทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็น 25% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในปี พ.ศ 2583 นอกจากนี้ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ได้ทำการศึกษาเช่นกันว่าผู้สูงอายุชาวไทยในปัจจุบัน มีมากถึง 2 ใน 3 ที่ไม่มีเงินออม ส่วนที่มีเงินออมมากกว่า 1 ล้านบาทนั้นมีเพียง 5% ของจำนวนผุ้สูงอายุทั้งหมด ขณะที่สวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุของประเทศไทยยังมีอยู่ในระดับจำกัด ผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านที่อ่านบทความฉบับนี้ก็กำลังจะเข้าสู่ “วัยสูงอายุ” ไม่ช้า ก็เร็ว ดังนั้น ผมขอเชิญชวนทุกท่านมาให้ความสำคัญกับเรื่องการออม การลงทุน เพื่อรับกับ Mega Trend ...

InvestmentTalk – เคล็ด (ไม่)ลับ การลงทุนในภาวะ “หยวนแข็ง เยนอ่อน”

พบกันอีกครั้งในคอลัมน์ “คุยกับผู้จัดการกองทุน” ครับ สัปดาห์นี้เราจะมาคุยกันเรื่องเงินเอเชียสองสกุล ที่แม้จะอยู่ทวีปเดียวกันแต่มีแนวโน้มเคลื่อนไหวค่อนข้างจะตรงข้ามกันครับ อันดับแรกคือค่าเงินเยนของประเทศญี่ปุ่นซึ่งในระยะหลังปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ สังเกตง่าย ๆ จากการที่คนไทยปีนี้ไปเที่ยวญี่ปุ่นเยอะเป็นพิเศษ จากเดิมเงิน 100 เยนราคา 38 บาทในปีที่แล้ว วันนี้เงิน 100 เยนราคาเพียง 32 บาท (ช่วงกลางปีลงไปต่ำสุดที่ 29 บาท) สินค้าญี่ปุ่นที่เคยว่าแพงก็เริ่มจะดูแพงน้อยลงในช่วงนี้ สาเหตุหลักที่ค่าเงินเยน อ่อนค่าลงในช่วงที่ผ่านมานั้นมาจากการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยธนาคารกลางญี่ปุ่น ซึ่งมีปริมาณมากถึง 1.4 ล้าน ๆ ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเม็ดเงินดังกล่าวจะทยอยเป่าเข้าสู่ระบบในปี 2556 – 57 ส่งผลให้ปริมาณเงินเยนในระบบเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งมีเป้าหมายให้ประเทศญี่ปุ่นกลับมามีเงินเฟ้อที่ระดับ 2% จากเดิมที่อยู่ในภาวะเงินฝืดมานานนับสิบปี ในด้านพื้นฐานค่าเงินที่อ่อนค่ามีส่วนช่วยภาคการส่งออก และภาคการท่องเที่ยว ...

InvestmentTalk – ปรับพอร์ตรับครึ่งหลังปีงูจงอาง 2556

สถานการณ์ของตลาดหุ้นทั่วโลกในระยะ 1 – 2 ปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าอยู่ในช่วงเสพย์ติดเม็ดเงินจากมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่ามาตรการ QE การที่ระบบเศรษฐกิจมีสภาพคล่องในระดับสูง ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยของประเทศใหญ่ ๆ อย่างอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น อยู่ในระดับต่ำใกล้ 0% ทำให้มีการนำเม็ดเงินต้นทุนต่ำเหล่านี้ไปแสวงหารผลตอบแทนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั้งการลงทุนในตราสารทุน พันธบัตร รวมไปถึงอสังหาริมทรัพย์ เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว FED จึงส่งสัญญาณว่ามาตรการกระตุ้นใกล้จะหมดลง ซึ่งคาดว่าจะหยุดกระตุ้นประมาณกลางปี 2557 จึงทำให้ตลาดเกิดความคาดหวังต่ออนาคตในเชิงลบ และวิตกกังวลอย่างหนัก อาการคล้ายกับนักกีฬาที่ติดสารกระตุ้นได้รู้ตัวว่าจะต้องแข่งกีฬาต่อไปโดยไม่มียากระตุ้นที่ได้รับอยู่เป็นประจำ Abenomics อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงก็คือวันนี้ เวลานี้การอัดฉีดสภาพคล่องยังมีอยู่ต่อไป ทั้งจากสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และยุโรป โดยเฉพาะทางฝั่งญี่ปุ่นที่รัฐบาลของนายชินโซ อาเบะ เพิ่งเข้ารับต่ำแหน่งในช่วงปลายปี ...

InvestmentTalk – วิกฤตคือโอกาส เมื่อวันที่ตลาดเหมือนนักกีฬาติดสารกระตุ้น

ตลาดหุ้นทั่วไทยและเอเชียที่ปรับลงมาค่อนข้างมากในรอบนี้เกิดจากแรงขายอย่างตื่นตระหนกของนักลงทุนต่างชาติ บนความกังวลว่าธนาคารกลางอเมริกา และญี่ปุ่นจะชะลอการอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ เปรียบคล้ายกับนักกีฬาที่ติดสารกระตุ้น คือเม็ดเงินอัดฉีดจากอเมริกา แค่คิดว่าสารกระตุ้นจะหมด ตลาดก็ปรับลงแรง ตามมาด้วอาการ panic sell ณ จุดนี้ผมมองว่าการปรับฐานเกิดขึ้นไปค่อนข้างมากแล้ว เมื่อประเมินสถานการณ์ดูพบว่า  ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยภายนอกคือเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลออกแรงในระยะสั้น ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยเกิดขึ้นในบ้านเราเช่นในปี 2554 ที่ตลาดเคยกังวลเรื่องปัญหาของกรีซ หลังจากตลาดคลายกังวลดัชนีก็ปรับฟื้นตัว สิ่งสำคัญคือพื้นฐานของบ้านเราเองว่ายังดีอยู่หรือไม่ เมื่อมองดูการเติบโตเศรษฐกิจ และแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนฯ ของไทยพบว่ายังมีการเติบโตที่ดี ดังนั้นวิกฤตเงินไหลออกระยะสั้นตอนนี้จึงเหมาะสำหรับการทยอยเข้าลงทุนในหุ้นไทย สำหรับแนวโน้มการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2556 ผมแนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทย, กองทุนอสังหาฯ และตราสารหนี้ระยะกลาง กำไรของบริษัทจดทะเบียนน่าจะทำจุดสูงสุดต่อเนื่องโดยเติบโตได้ 10 – 20% ใน 1 -2 ปีข้างหน้าส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยน่าจะทำ new high ได้เช่นกัน อเมริกาน่าจะยังคงมาตรการ ...

InvestmentTalk – ปรับพอร์ตรับปีงู 2556

ปีมังกรที่ผ่านมาสำหรับนักลงทุนน่าจะเป็นที่สมหวังของนักลงทุนหลาย ๆ ท่าน โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ปรับเพิ่มขึ้นสูงถึงประมาณ 35% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่ว ๆ ไปของตลาดหุ้น ขณะที่ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นมาเกือบ ๆ 10% และอัตราดอกเบี้ยนโยบายของแบงค์ชาติได้ปรับลดลงมา 2 ครั้ง ๆ ละ 0.25% ในช่วงต้นปีกับปลายปีมาอยู่ที่ 2.75%             Yield Play สังเกตได้ว่าในปี 2555 ที่ผ่านมาแม้เศรษฐกิจโลกจะมีปัญหาหนี้สาธารณะของยุโรปคอยรุมเร้าอยู่ตลอดเวลา แต่ในภาวะที่สภาพคล่องในระบบมีสูงมากจากการอัดฉีดโดยธนาคารกลางทั่วโลกโดยเฉพาะอเมริกา และยุโรป ประกอบกับภาวะดอกเบี้ยต่ำทั่วโลก โดยทั้งอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ต่างคงดอกเบี้ยนโยบายในระดับใกล้ศูนย์ ทำให้สภาพคล่องที่อัดฉีดเข้ามาไหลไปหาการลงทุนที่มีดอกเบี้ย หรือเงินปันผลสูง (Yield ...

InvestmentTalk – ตรรกะแบบบัญญัติไตรยางศ์

ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM ในยุคสมัยที่การลงทุนในหุ้นไม่จำเป็นต้องใช้เหตุผลมากนักก็สามารถทำกำไรจากตลาดหุ้นได้ง่ายๆ เช่นตลาดขาขึ้นในปัจจุบัน ก็คงเป็นธรรมชาติที่นักลงทุนจะเริ่มผ่อนคลายความระมัดระวังในการลงทุนลง เพราะจับหุ้นตัวไหน ขายเมื่อไรก็ได้กำไรหมดหากระมัดระวังมากเกินไปอาจไม่ทันการณ์ไล่หุ้นกันไม่ทันไปซะอีก ผมเริ่มสังเกตเห็นความหย่อนยานในความคิดเชิงวิเคราะห์ของนักลงทุนบางท่าน หนึ่งในนั้นคือการใช้แนวคิดเชิงวิเคราะห์ที่ใช้หลักการง่ายๆ ที่เรียกกันว่า บัญญัติไตรยางศ์ในการประเมินอนาคตของกิจการ (Linear projection) ยกตัวอย่างเช่น หากมีบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่งประกาศขยายกำลังการผลิตอีก 100% นักลงทุนบางส่วนจะคิดง่ายๆว่า ถ้าขยายกำลังการผลิตเท่าตัว รายได้ของบริษัทก็ต้องเพิ่มขึ้นเท่าตัวทันทีที่การขยายกำลังการผลิตเสร็จสิ้น กำไรขั้นต้นของบริษัทก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ค่าใช้จ่ายการขายและบริหารก็คงเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น ถ้ากู้เงินมาลงทุนเพิ่มก็ต้องมีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีกนิด เสียภาษีเพิ่มอีกหน่อย แต่สุดท้ายแล้วกำไรต่อหุ้นก็จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเท่าตัว เพราะผลจากการเพิ่มของยอดขาย และ Leverage effect จากการกู้เงิน พอปีต่อๆไปก็ขยายกำลังการผลิตได้อีก แหม่…อนาคตธุรกิจนี้ช่างสวยหรูจะช้าอยู่ไย รีบซื้อหุ้นเลยดีกว่า ชีวิตมันง่ายดายขนาดนั้นเชียวหรือ? นักลงทุนท่านนั้นมองข้ามอะไรไปหรือเปล่า ความจริงแล้วสิ่งที่ผมกล่าวไปข้างต้นนั้นเป็นกรณีที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ของการขยายกิจการ ทฤษฏีเศรษฐศาสตร์จุลภาคก็ได้เคยระบุไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่ากำไรสุทธิทุกบาทที่เพิ่มขึ้นนั้นมันจะยิ่งยากขึ้นไปเรื่อยๆ ยิ่งกำไรปีก่อนเคยเติบโตมากเท่าไรกำไรปีต่อๆไปก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก ทุกคนรู้ดี ...

InvestmentTalk – การลงทุนใน Growth stock และจิตวิทยาการลงทุน

การลงทุนใน Growth stock และจิตวิทยาการลงทุน นพ. พงศกร เอื้อชวาลวงศ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น รพ.ศูนย์อุดรธานี   ผมได้สรุปเนื้อหาที่ผมได้บรรยายในงานสังสรรค์ VI ไตรมาส 2 ลงในบทความนี้นะครับ ต้องขอบคุณทางสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่าที่ให้เกียรติเชิญผมไปเป็นวิทยากรในงานนี้ ขอบคุณผู้ฟังทุกท่านที่ตั้งใจฟัง ไม่มีใครคุยกันเลย…หลายตั้งใจจดมากแม้ว่าผมบอกแล้วว่าจะแจกใน Blog หลายคนถึงขึ้นอัด VDO กันเลยทีเดียว   ขอบคุณภรรยาที่ช่วยตัด Slide ให้เพราะว่าผมงานประจำเยอะมากจนแทบไม่มีเวลาทำ แถมยังมาเป็นกำลังใจให้ถึงขอบเวทีด้วยครับ ขอบคุณครับ   ผมได้พยายามเต็มที่แล้วที่จะให้เนื้อหาเกี่ยวกับหุ้นเติบโตครบถ้วน เข้าใจง่ายที่สุดภายในเวลา 2 ชม. เริ่มตั้งแต่ง่ายไปยาก พยายามจะใส่จุดที่นักลงทุนหลายคนยังเข้าใจผิดและทำให้ภาพเหล่านี้ชัดเจนขึ้น และนำหลักการที่ผมให้ไปใช้จริงได้ครับ   ต่อไปนี้จะเป็นเนื้อหาใน Slide ที่จะไปบรรยายนะครับ ...

InvestmentTalk – พื้นฐานการจัดพอร์ตลงทุน

เมื่อนึกถึงการลงทุน ขอแนะนำให้แบ่งการลงทุนออกเป็นสองชนิด คือการลงทุนเสี่ยงสูงอย่างหุ้น ทองคำ โภคภัณฑ์ กับการลงทุนเสี่ยงต่ำอย่างเงินฝาก ประกัน พันธบัตร ความหมายของการลงทุนเสี่ยงสูงอย่างง่าย ๆ ก็คือการลงทุนที่มีโอกาสขาดทุน ส่วนเสี่ยงต่ำก็คือการลงทุนที่มีโอกาสขาดทุนน้อย แล้วจะลงทุนเสี่ยงสูงเท่าไหร่ดีผมไม่แนะนำให้ดูผลตอบแทนเป็นหลัก แต่ให้ลองสำรวจตัวเอง ว่าเรารับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน เงินเย็นแค่ไหนสามารถลงทุนได้นานกี่ปี และทนรับผลขาดทุนได้สูงสุดเท่าไรในระยะการเวลาการลงทุนนั้น สำหรับตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างการจัดพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation) โดยผมได้เลือกสินทรัพย์สำหรับการลงทุนออกเป็น 5 กลุ่ม คือตลาดเงิน, ตราสารหนี้, กองทุนอสังหา, หุ้นปันผล และทองคำ จากนั้นนำมาจัดพอร์ตเป็น 5 เมนูไล่ตามระดับความเสี่ยง สิ่งที่ควรให้ความสนใจคือในส่วนล่างของตารางว่ากรณีแย่ที่สุด (โอกาสความน่าจะเป็นน้อยกว่า 5%) ของแต่ละเมนูนั้นคือเท่าไร อย่างเมนูรักษาเงินต้นคือ +0.2% นั่นคือมีโอกาสสูญเสียเงินต้นน้อย ส่วนการลงทุนความเสี่ยงสูงอย่างเมนูเติบโตมีกรณีที่แย่ที่สุดคือ -21.4% ...

InvestmentTalk – เทรดหุ้นผ่านมาร์ Vs เทรดออนไลน์

เคยมีคนถามผมหลายคนว่าถ้าเปิดพอร์ตลงทุนในหุ้นควรจะเลือกอะไรดีระหว่างเทรดทางโทรศัพท์ผ่านทางมาร์เก็ตติ้ง (มาร์) กับเทรดออนไลน์ทางอินเตอร์เนท ผมมองว่าต่างมีข้อดี ข้อเสียต่างกันครับ ถ้าหากคุณต้องการที่ปรึกษา ต้องการคนคุยด้วย แน่นอนเราคงคุยกับจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือไม่ได้แน่ การเทรดหุ้นผ่านมาร์เป็นคำตอบสุดท้ายของคุณแน่นอน ถ้าคุณได้มาร์ที่เข้าขากับคุณแล้วนั้น แทบไม่ต่างอะไรกับการเจอเนื้อคู่เลยทีเดียว หากแต่ว่าในที่นี้ “มาร์” จะเป็น “คู่ชีวิตการลงทุน” ของคุณ สำหรับการเทรดหุ้นออนไลน์ เหมาะกับท่านที่พอจะมีพื้นฐานอยู่บ้าง และชอบความเป็นส่วนตัว การเทรดออนไลน์มีข้อดีอีกคือ คุณสามารถติดตามข้อมูลของตลาดผ่านทางโปรแกรมทั้งทางคอมพิวเตอร์ และมือถือ ซึ่งหนึ่งในโปรแกรมที่ได้รับความนิยมกันมากก็คือ Streaming ของตลาดหลักทรัพย์นั่นเอง ล่าสุดทางตลาดหลักทรัพย์ฝากประชาสัมพันธ์ ว่าโปรแกรม Streaming สามารถใช้งานผ่าน Android ได้แล้ว เข้าใจว่าตอนนี้ exclusive อยู่กับผลิตภัณฑ์แอนดรอยด์ของค่ายซัมซุง จากที่ได้ลองดูตัว demo ผมชอบตรงที่เราสามารถปรับพอร์ตทั้งหุ้น และอนุพันธ์พร้อมกันได้เลยโดยใช้ login เดียวกัน ...

Investment Talk – 5 ขั้นตอน กับการกระจายความเสี่ยงอย่างง่ายๆ

  การกระจายความเสี่ยง หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า Diversification เป็นที่รู้จักกันในการลงทุนว่า เป็นสิ่งที่ควรทำ สำหรับนักลงทุนที่หวังจะสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว แต่สำหรับนักลงทุนรายบุคคล (Individual Investor) น้อยคนเหลือเกินที่จะเห็นความสำคัญของการกระจายความเสี่ยงนี่ แต่กลายเป็นมุ่งหวังว่า จะสร้างกำไรจากสินทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่ง หรือหุ้นเพียงแค่ตัวเดียวในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ เพื่อทำกำไรโดยการใส่เงินไปไว้ในสินทรัพย์นั้นทั้งก้อน กำไรมาก็โชคดีไป และยิ่งตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นขาขึ้น เราจึงเห็นนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เห็นความจำเป็นของการกระจายความเสี่ยง เพราะซื้ออะไรไปมันก็ขึ้นมากันหมด แต่มี 2 สิ่งที่เราต้องรู้ก็คือ ไม่มีใครรู้ว่า ตลาดหุ้นมันจะขึ้นไปอีกนานไหม แบบเดาถูก 100% หรอก การกระจายความเสี่ยงอาจลดอัตราผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนบ้างก็จริงๆ แต่สิ่งที่ลดลงด้วย และลดลงอย่างมีนัยสำคัญก็คือ ความเสี่ยง (Risk) ผมขอเล่า 5 ขั้นตอนสำหรับการกระจายความเสี่ยงอย่างง่ายๆ เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยสามารถนำไปใช้ในเบื้องต้นเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนตัวเองนะครับ  อย่าถือหุ้นแค่ตัวเดียว หรือ อุตสาหกรรมเดียว – ...