คุยเรื่อง การลงทุน ใน หุ้น (Stock) ตราสารหนี้ (Fixed Income) พันธบัตร (Bond) ทองคำ (Gold) โภคภัณฑ์ (Commodity) อสังหาริมทรัพย์ (Property) อนุพันธ์ (Derivatives) และการจัดสรรพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation)

Investment Talk – มารู้จักกับ “Cocktail Theory” ของ Peter Lynch กัน

Peter Lynch นั้นได้ชื่อว่าเป็นนักลงทุนและผู้จัดการกองทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลกการลงทุนในยุคนี้ ตัว Peter Lynch ได้เขียนหนังสือซึ่งเหมือนเป็นคัมภีร์ในการลงทุนที่ชื่อว่า “ONE UP ON WALL STREET” ซึ่งรวบรวมประสบการณ์และองค์ความรู้ของตัวเขาเองไว้ในหนังสือเล่มนี้ ที่จะเอามาเล่าให้ฟังก็คือ ในหนังสือเล่มนี้ กล่าวถึงทฤษฏีอันหนึ่ง ซึ่งปีเตอร์เป็นคนตั้งขึ้นมา และดูเหมือนว่าจะใช้ได้จริงในเกือบๆทุกตลาดหุ้นทั่วโลกด้วยสิ (ถ้าประเทศนั้นมี Coktail Party นะ) ทฤษฏีนี้ Peter Lynch ให้ชื่อว่า “Cocktail Theory” นั้นเอง ทฤษฏีนี้ เอาไว้พยากรณ์ว่าตลาดหุ้นอยู่ในช่วงไหนของวัฏจักรด้วยการไปยืนอยู่ที่กลางห้องจัดเลี้ยงงาน Cocktail หรูๆซักแห่ง แล้วคอยฟังว่า คนในงานเข้ากำลังพยายามพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่ โดยแบ่งออกเป็น 4 ช่วงภาวะตลาด อ่านดูแล้วงงกันไหมครับว่ามันทำนายได้จริงหรอ… ลองไปดูกันว่านักลงทุนระดับโลกคนนี้เขามองยังไง ...

Moneyball เกมล้มยักษ์ บทเรียนการลงทุนผ่านสนามเบสบอล (1)

ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM   ก่อนอื่นของบอกผู้อ่านไว้ก่อนเลยว่าถ้าใครยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ ผมแนะนำให้เลิกอ่านบทความของผมเดี๋ยวนี้ รีบไปหา DVD หนังเรื่องนี้มาดูแล้วค่อยกลับมาอ่านบทความของผมต่อ ถ้าคุณยังไม่อยากเสียอรรถรสจากดูหนังที่ผมคิดว่ามีสาระเกี่ยวกับการลงทุนมากที่สุดเท่าที่เคยดูมา ถ้าท่านเคยดูแล้ว หรือคิดว่าจะไม่ดูแน่ๆก็เชิญอ่านต่อไปได้ครับ Moneyball เป็นหนังที่สร้างมาจากนิยายเรื่อง Moneyball: The Art of Winning an Unfair Game ซึ่งเขียนเกี่ยวกับชีวประวัติจริงๆของ Billy Beane ผู้จัดการทั่วไปของทีมเบสบอล Oakland Athletics ในช่วงปี 2002 หลังจากทีม Athletics พ่ายแพ้แก่ New York Yankees ในปี 2001 Beane ...

Investment Talk – Efficient Market Theory ทฤษฏีที่ไม่มีจริงในโลกการลงทุน

Efficient Market Theory เกิดขึ้น ครั้งแรกเมื่อ 110 ปีที่แล้ว โดยนักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่ชื่อ Louis Bachelier และได้รับการสืบทอดและพัฒนากันมาจนถึงปัจจุบัน ทฤษฏีนี้ บอกไว้ว่า financial markets are “informationally efficient” แปลเป็นไทยก็คือ ตลาดการเงินสามารถตอบสนองและสะท้อนถึงข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และแม่นยำ เรียกง่ายๆว่า นักลงทุนทุกคนรู้ข่าวพร้อมกัน และตอบสนองต่อข่าวนั้นด้วยความเข้าใจที่เหมือนกัน และไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน … ไม่ต้องอธิบายต่อ ก็รู้ว่า ไม่มีตลาดหุ้นที่ไหนในโลกที่อยู่ภายใต้ Efficient Market Theory แน่นอน แต่ประเด็นคือ ถ้ามันเกิดขึ้นไม่ได้ และเป็นไปไม่ได้ แล้วทำไมถึงได้รับการยอมรับ และถูกยกตัวอย่างขึ้นมามากมาย? นี้เป็นประเด็นที่ผมเกิดอยากเขียน Blog ...

InvestmentTalk – 3 จริตของกำไร กับการเติบโตของราคาหุ้น

การลงทุนในหุ้น คือการร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจ การเป็นเจ้าของธุรกิจวัดปริมาณได้ที่ส่วนของเจ้าของ ส่วนของเจ้าของ (Shareholder’s Equity) เติบโตขึ้นได้ด้วยการทำธุรกิจแล้วมีกำไร ธุรกิจที่มีกำไร ส่วนของเจ้าของก็จะเติบโตขึ้น ดังสมการพื้นฐานที่ว่า         ส่วนของเจ้าของ ณ สิ้นปีที่แล้ว + กำไรปีนี้ (- จ่ายปันผล ถ้าจ่าย) = ส่วนของเจ้าของ ณ สิ้นปีนี้ กำไรเกิดจาก รายได้ที่สูงกว่าต้นทุนและรายจ่ายต่างๆ ธุรกิจที่มีรายได้สูงขึ้น แต่ต้นทุนและรายจ่าย “สูงขึ้นน้อยกว่า” หรือ “คงที่” หรือ “ลดลง” เท่ากับว่าอัตรากำไรก็จะสูงขึ้น ส่วนของเจ้าของก็จะเติบโตแบบมีอัตราเร่ง ราคาหุ้นในตลาด แปรตาม “แนวโน้ม” และ ...

Investment Talk – ว่ากันด้วยเรื่องของ Elliott Wave Principle ตอนที่ 2

บทความตอนแรก ผมได้เขียนถึงหลักการอย่างง่ายของ Elliott Wave Principle อันลือลั่นไปแล้ว ถึงแม้โดยทฤษฏี มันจะดูเข้าใจง่ายๆ แต่ในเชิงปฏิบัติแล้ว ทฤษฏ๊นี้กลับถูกใช้โดยมีความแม่นยำค่อนข้างต่ำ และอาศัยความชำนาญบวกประสบการณ์ของนักวิเคราะห์เองในการทำนายราคาในอนาคต แถมในตัวหลักการเอง ก็กลับมีข้อยกเว้น และหลักการย่อยๆอีกมากมายหลายอย่าง มาในครั้งนี้ ผมตั้งใจจะลงลึกไปอีกขั้น เพื่อให้ผู้ที่สนใจจะใช้ทฤษฏีนี้จริงๆ ไม่ใช่แค่นั่งอ่าน นั่งมองสิ่งที่นักเทคนิคเขาวาดไว้ให้เราดูเท่านั้น แต่เพื่อให้เราได้ฝึกนับคลื่น และใช้จินตนาการของตัวเองให้ได้มากขึ้นด้วย ครั้งที่แล้ว ผมบอกไปว่า ในคลื่นลูกใหญ่ มีคลื่นลูกย่อย ในคลื่นขาขึ้น (Impulse Wave) จะมี 5 คลื่นย่อย และในคลื่นขาลง (Corrective Wave) จะมี 3 คลื่นย่อย แต่ละคลื่น นักลงทุนในตลาดมักมีพฤติกรรมอย่างไร มาคราวนี้ ...

Investment Talk – จัดพอร์ตลงทุนรับปีมังกรทอง

เจษฎา สุขทิศ, CFA | 31 ธ.ค. 54 เผลอหน่อยเดียว ปีกระต่ายก็กำลังจะผ่านพ้นไปแล้วนะครับ เป็นอย่างไรกันบ้างกับผลตอบแทนจากพอร์ตการลงทุนในรอบปีที่ผ่านมา ต้องนับว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่ผันผวนมากทีเดียว โดยมีปัจจัยรุมเร้าทั้งภายนอกจากฟากยุโรป และปัจจัยภายในจากปัญหาน้ำท่วม ส่วนในภาคการเมืองก็มีการเปลี่ยนแปลงขั้วรัฐบาลใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำและการปกครองในลิเบีย เกิดปรากฎการณ์ Occupy Wallstreet การปรับลดอันดับ ratings ของสหรัฐฯ รวมไปถึงประเทศอื่น ๆ ในยุโรปฯลฯ สำหรับบทความฉบับนี้สามารถดูคลิป 5-minute with FundManagerTalk.com on YouTube channel ประกอบกับเนื้อหาบทความได้ด้วยครับ ปีใหม่ทั้งทีผู้เขียนขอจัดเต็มที่ประเดิมซักรอบ ^_^ httpvh://www.youtube.com/watch?v=u_hz7HRMOKU&context=C3c96225ADOEgsToPDskLaX0_bvVbjSbClUpIf7r3c ทบทวนผลตอบแทนของแต่ละสินทรัพย์ปีกระต่าย “ทองคำ กับพันธบัตรสหรัฐฯ ครองแชมป์” สำหรับตลาดหุ้นไทยในปี ...

Investment Talk – ว่ากันด้วยเรื่องของ Elliott Wave Principle

นักลงทุนหลายคนคงรู้จักหลักการลงทุนระดับนี้ดีอยู่แล้ว แต่อีกหลายคนก็คงยังไม่รู้จักมัน หรือรู้จักแค่ชื่อ แล้วก็สงสัยว่า มันเชื่อถือได้จริงหรือ? เชื่อถือได้หรือไม่ได้ แนะนำทดสอบด้วยตัวของคุณเองครับ แต่ถ้ามันไม่สามารถนำไปใช้ได้จริงๆ  หลักการคลื่นของเอเลียตคงตายไปพร้อมๆกับเจ้าของแนวคิดตั้งแต่เมื่อ 60 ปีกว่าปีที่แล้ว จริงไหม Ralph Nelson Elliott นี่คือชื่อของผู้คิดค้นหลักการอันน่าปวดหัวอันนี้ จริงๆแล้วเขาเป็นนักบัญชี เกิดในปี คศ. 1871 สำหรับ Elliott Wave นี้ เขาคิดค้นขึ้นได้ในช่วงราวๆปี 1930 และออกสู่สายตาธารณะชนในวงกว้างก็ช่วงปี 1938 ด้วยชื่อหนังสือ “The Wave Principle” หลักการของ Elliott Wave จริงๆแล้วถูกพัฒนามาจากทฤษฏีอีกอันที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน นั้นก็คือ Dow Theory อีกที ...

InvestmentTalk – ว่าด้วยเรื่องของเถ้าแก่กับลูกจ้าง

ว่าด้วยเรื่องของเถ้าแก่กับลูกจ้าง ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM วันเวลาในตลาดทุนทำให้ผมมีโอกาสได้สัมผัส และซึมซับแนวคิดรวมถึงมุมมองต่อสิ่งต่างๆของผู้คนมากมาย จากทั้งภาคตลาดทุน ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ และภาครัฐ ซึ่งจากการสังเกตของผมนักลงทุนที่จะประสบความสำเร็จได้ จำเป็นต้องมี “แนวคิดแบบเถ้าแก่” (Entrepreneurship) เป็นพื้นฐาน แล้วแนวคิดแบบเถ้าแก่นี้เป็นอย่างไรแตกต่างจากแนวคิดแบบลูกจ้างอย่างไรในมุมมองของผมลองมาดูกันครับ เถ้าแก่ : กระตือรือล้น และทำทุกอย่างสุดความสามารถเสมอ เพราะเขารู้ว่าถ้าเขาทำมากเขาจะได้มาก ลูกจ้าง : ทำงานตามหน้าที่ ทำงานตามสั่ง และเฉื่อยชา เพราะเขาทำมากหรือทำน้อยเขาก็ได้เงินเดือนเท่าเดิม เถ้าแก่ : กล้าที่จะคิดต่าง เพราะการคิดนอกกรอบสามารถสร้างธุรกิจใหม่ และเพิ่มรายได้ให้เถ้าแก่ได้ไม่จำกัด ลูกจ้าง : คิดแต่จะอยู่ในกรอบ กลัวความคิดตนจะไม่เหมือนคนอื่น กลัวผิดระเบียบปฎิบัติ กลัวขัดใจนาย การคิดต่างไม่ได้ช่วยให้ชีวิตของลูกจ้างดีขึ้นมีแต่จะทรงหรือแย่ลง ...

InvestmentTalk – เงินปันผล สำหรับหุ้นปันผล และหุ้นเติบโต

หุ้นปันผลกับหุ้นเติบโตมีลักษณะที่แตกต่างกันคือ โดยปกติหุ้นปันผลคือบริษัทที่จ่ายเงินปันผลในระดับสูงเมื่อเทียบกับกำไร(Payout ratio) และหากเทียบกับราคาหุ้นก็อยู่ในระดับที่สูง (Dividend yield) เช่นกัน บริษัทลักษณะนี้โดยส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างจะอิ่มตัว ต้องการเงินลงทุนเพื่อขยายกิจการค่อนข้างต่ำ ทำให้มีเงินสดเหลือเยอะจึงจ่ายเงินปันผลออกมาค่อนข้างมาก สำหรับหุ้นเติบโตคือบริษัทที่อยู่ในช่วงขยายกิจการ ต้องการเงินลงทุนสูง มีอัตราการเติบโตของกำไรที่มากแต่อัตราการจ่ายเงินปันผลก็จะน้อยกว่าหุ้นปันผล การลงทุนสำหรับหุ้นปันผลหรือว่าหุ้นเติบโตลักษณะใดให้ผลตอบแทนที่สูงกว่ากัน เป็นสิ่งที่ตอบได้ได้ยากเพราะเราต้องเข้าใจก่อนว่า หุ้นปันผลปกติราคาหุ้นจะมีการเคลื่อนไหวน้อยกว่าและผลตอบแทนที่ได้จะมาจากเงินปันผลเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งปกติบริษัทจะจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอในทุกสภาวะเศรษฐกิจ ผลตอบแทนสำหรับหุ้นปันผลจะไม่หวือหวาเพราะกำไรบริษัทค่อนข้างคงที่หรือการเติบโตของกำไรอยู่ในอัตราที่ไม่สูงมากนัก แต่สำหรับหุ้นเติบโตนั้นผลตอบแทนที่ได้มักมาจากราคาหุ้นและมีความตื่นเต้นกว่าเพราะมีกำไรเติบโตมาก หากเราเชื่อว่าราคาหุ้นมีทิศทางเดียวกับกำไรของบริษัท ดังนั้นหุ้นเติบโตน่าจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าหุ้นปันผล แต่หากเราสรุปแบบนั้นมันก็จะลำเอียงเกินไปหากไม่ได้พิจารณาความเสี่ยงด้วย หุ้นปันผลกับหุ้นเติบโตเมื่อเปรียบเทียบความถูกแพงในเชิง PE หุ้นเติบโตมักจะมี PE ที่สูงกว่าหุ้นปันผล เพราะนักลงทุนคาดหวังการเติบโตของกำไรที่สูงกว่า แต่หากบริษัทไม่สามารถเติบโตได้ตามนักลงทุนคาดหวัง ราคาหุ้นมีโอกาสที่จะปรับตัวลงได้มากกว่าหุ้นปันผล หากเปรียบเทียบในเชิง PB เป็นการเปรียบเทียบที่ยากที่จะบอกถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน เพราะหุ้นปันผลบางครั้งก็มี PB ที่สูงเนื่องจากการจ่ายเงินปันผลที่สูงทำให้มูลค่าทางบัญชี (ฺBook value) ไม่เพิ่มขึ้น บริษัทที่อยู่ในช่วงเติบโตพอถึงจุดๆหนึ่งบริษัทจะเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวและกลายเป็นหุ้นปันผลในที่สุด ...

InvestmentTalk – ปรับกลยุทธ์ลงทุนกับ @FundTalk ตอน “ในวิกฤตการเงินระยะสั้น คือโอกาสลงทุนระยะยาว”

เจษฎา สุขทิศ, CFA | 4 ตุลาคม 2554 ในขณะที่ผมกำลังเขียนบทความฉบับนี้ดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ระดับประมาณ 850 จุด ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากที่ทำราคาปิดสูงสุดที่ 1148 จุดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา โดยคิดเป็นการปรับตัวลดลง 26% หรือหากมองนับแต่ต้นปีก็เป็นการปรับตัวลงประมาณ 18% โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดปรับตัวลดลงรอบนี้โดยหลักมาจากปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะของกลุ่ม PIIGS ในยุโรป [อ่านบทความ “GIROS CRISIS” เศรษฐกิจยุโรปจะซึมยาว และกระทบเศรษฐกิจโลกซึ่งผมได้เขียนไว้เมื่อเดือน พ.ค. 54 ได้ที่ http://fundmanagertalk.com/economic-talk-giros-crisis-eu-economy-recession/] ผมประเมินว่าปัญหาเศรษฐกิจของยุโรปจะเรื้อรังอย่างต่อเนื่องใน 1 – 2 ปีข้างหน้า แต่ในส่วนของ sentiment ...

InvestmentTalk – ดัชนีตลาดหลักทรัพย์กับการกระจายความมั่งคั่ง

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์กับการกระจายความมั่งคั่ง ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM นักลงทุนทั่วไปคงจะพอจะรู้จักดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index – SET) กันอยู่บ้าง ซึ่ง SET Index เป็นดัชนีที่บอกถึงทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นทุกตัวในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยให้ความสำคัญตามมูลค่าตลาดของบริษัท (Market capitalize weighted) ถ้านับรวมเงินปันผลรับเข้าไปด้วยเราเรียกดัชนีที่รวมเงินปันผลนี้ว่า ดัชนีผลตอบแทนรวม (SET Total return index – SET TRI) แต่นักลงทุนทราบไหมว่า SET หรือ SET TRI มีนัยอย่างไรกับการกระจายตัวของความมั่งคั่ง (Wealth) ของนักลงทุนในตลาด วันนี้ผมขอนำเสนอมุมมองอีกด้านหนึ่งของเรื่องนี้กัน ผลตอบแทนของ SET TRI นี้แท้จริงแล้วเป็นค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนที่นักลงทุนทุกคนพึงได้รับจากการลงทุนในตลาดหุ้น ...

InvestmentTalk – ปรับกลยุทธ์ลงทุนกับ @FundTalk ตอน “ข่าวดีคือไม่มีข่าวร้าย”

เจษฎาสุขทิศ, CFA | 1 สิงหาคม 2554   ห่างหายกันไปนานพอสมควรนะครับกับบทความ ” ปรับกลยุทธ์ลงทุนกับ @FundTalk ” เผลอแป๊บเดียวก็มาถึงปลายไตรมาส 3 จ่อต้นไตรมาส 4 ของปีกระต่ายทองแล้วนะครับ [ ย้อนไปอ่านบทความจัดพอร์ตลงทุนรับปีกระต่ายทองที่ผมเขียนไว้ตอนต้นปีได้ที่ http://fundmanagertalk.com/investment-talk-2011-investment-strategy/ ] บทความ ปรับกลยุทธ์ฉบับนี้เป็นมุมมองส่วนตัวของผมต่อภาวะแนวโน้มเศรษฐกิจและการ ลงทุน โดยต้องขออนุญาตออกตัวว่ามุมมองต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน เท่านั้น มิใช่มุมมองของบริษัทที่ผู้เขียนทำงานอยู่แต่อย่างใด   เห็น ได้ชัดว่าตลาดลงทุนในช่วงนี้ค่อนข้างผันผวนไปตามการคาดการณ์ของเศรษฐกิจโลก เป็นอย่างมาก เริ่มตั้งแต่ประเด็นที่ว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอยซ้ำซ้อน [Double Dip Recession] หรือไม่ในปี 2012 และปัญหาเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยุโรป ที่มีทั้งปัญหาเรื่องหนี้สาธารณะของกลุ่มประเทศ ...

InvestmentTalk – หลุมพรางของราคาเป้าหมาย

เมื่อสักครู่นี้ได้อ่านบทวิเคราะห์หุ้น ROBINS ใน settrade.com พบว่านักวิเคราะห์คำนวณราคาเป้าหมาย 1 ปีข้างหน้าได้ 37 บาทเศษ ขณะที่ราคาตลาดล่าสุดคือ 36 บาท (11.20น 9 สิงหาคม 2254) ประเด็นคือ เมื่อย้อนกลับไปดูราคาตลาดเมื่อ 1 ปีที่แล้ว (วันที่ 9 สิงหาคม 2553) ราคาอยู่ที่ 19.50 บาท (เท่ากับว่าขึ้นมาถึง 85% ใน 1 ปี) ซึ่งผมพอจำได้ว่าในช่วงเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ไม่มีนักวิเคราะห์รายใดเคาะราคาเป้าหมายหุ้น ROBINS ในอีก 1 ปีข้างหน้า (ซึ่งก็คือวันนี้ในปัจจุับัน) ไว้เกิน ...

InvestmentTalk – ความไม่เท่าเทียมกันของความคิด

นักลงทุนเมื่อได้รับข้อมูลข่าวสาร หรือความคิดเห็นของนักลงทุนท่านอื่นสำหรับบริษัทซักหนึ่งบริษัท ความคิดทางด้านลบสำหรับบริษัทนั้นจะมีผลกระทบกับความคิดมากกว่าความคิดทางด้านบวก สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะนักลงทุนกลัวความสูญเสียหรือผลของการขาดทุนมากกว่าสิ่งที่จะได้รับหรือกำไรที่จะเกิดขึ้น ผมขอเรียกความคิดนี้ว่า “ความไม่เท่าเทียมกันของความคิดทางด้านบวกและลบ” ซึ่งความไม่เท่าเทียมกันนี้จะส่งผลกระทบกับการลงทุนของเราอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากเรามีหุ้นอยู่ 2 ตัวในพอร์ตการลงทุน หุ้นตัวหนึ่งมีผลกำไร 50% และอีกตัวหนึ่งขาดทุน 50% เราจะมีความรู้สึกอย่างไรกับหุ้นสองตัวนี้ ความรู้สึกของหุ้นที่ได้กำไรอีกตัวหนึ่งสามารถหักล้างกับความรู้สึกของหุ้นที่ขาดทุนอีกตัวได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ เพราะเราจะมีความรู้สึกทางด้านความสูญเสียหรือผลของการขาดทุนมากกว่าความรู้สึกทางด้านกำไรเมื่อเปรียบเทียบในสเกลเดียวกัน ความไม่เท่าเทียมกันทางความคิดนี้ ส่งผลให้เวลาหุ้นตกอาจทำให้ความรู้สึกกังวลหรือความกลัวที่จะขาดทุนครอบงำจิตใจนักลงทุนมากกว่าช่วงเวลาที่หุ้นขึ้น ทำให้โอกาสที่นักลงทุนจะขายตามคนอื่นเป็นไปได้มากกว่าช่วงเวลาที่นักลงทุนจะซื้อตามเวลาหุ้นขึ้น พูดง่ายๆคือ นักลงทุนกลัวติดดอยมากกว่ากลัวตกรถไฟ เพราะการตกรถไฟเป็นการสูญเสียที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงเป็นเพียงความคิดที่ไม่ได้กำไรเท่านั้น แต่การติดดอยนั้นเป็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นจริง ทำให้เวลาหุ้นตก ตลาดหุ้นมีแนวโน้มที่จะมีคนอยากขายมากกว่าคนที่อยากซื้อ ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว อีกตัวอย่างหนึ่งของความคิดไม่เท่าเทียมกันคือ เราจะไม่ซื้อหุ้นเมื่อมีความคิดทางด้านลบกับหุ้นตัวนั้น แต่ก็ยังไม่แน่อีกว่าการซื้อหุ้นสำหรับความคิดทางด้านบวกกับหุ้นซักหนึ่งตัวจะเกิดขึ้น เพราะว่าเรายังคงให้น้ำหนักของการสูญเสียมากกว่าสิ่งที่จะได้รับ นี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เราพลาดโอกาสในการทำกำไรจากผลของความคิดทางด้านลบโดยปราศจากการวิเคราะห์โดยใช้หลักเหตุผล หากความไม่เท่าเทียมกันของความคิดทางด้านลบมีมากกว่าด้านบวก เหตุใดยังมีนักลงทุนยังคงมีหุ้นที่ขาดทุนอย่างมากและไม่ยอมขายออกไป สาเหตุน่าจะมาจากการขายขาดทุนหรือการยอมรับความสูญเสียที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการยอมรับความผิดพลาดของนักลงทุนเอง เป็นการยอมรับว่าสิ่งที่ตัวเองคิดมันผิด ...

Investment Talk – รู้จักสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ แล้วระดับไหนที่น่าเชื่อถือ?

สืบเนื่องมาจากปัญหาหนี้ในกลุ่มประเทศ PIIGS (โปรตุเกส, ไอร์แลนด์, อิตาลี, กรีซ และ สเปน) ได้สร้างความกังวลให้กับตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลก จนทำให้จากกำไรที่นักลงทุนทำได้มาตลอดต่อเนื่องตั้งแต่หลัง Subprime Crisis ตอนนี้กลายเป็นแค่ฝันที่ยังรอคอยให้มันเป็นความจริง ผ่านมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้ ใครกระจายการลงทุนออกไปต่างประเทศ กลับรู้สึกเหมือนเดินย้ำอยู่กับที่ NAV กองทุนไม่เห็นวิ่งขึ้นเหมือนเก่า แถมทรุดเอาๆด้วยซ้ำไป ความเสี่ยงอันเกิดจากหนี้ของประเทศดังกล่าวที่สูงขึ้น อาจวัดได้จากอัตราส่วน Debt to GDP แต่นั้นก็ไม่ได้บอกถึงความเสี่ยงทั้งหมดของประเทศดังกล่าว และเพื่อเป็นตัวแทนของนักลงทุนในการหาความเสี่ยงของหลักทรัพย์ที่นักลงทุนไปลงทุน จึงได้เกิดสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือขึ้นมาในตลาดทุนอย่างปัจจุบัน สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agency: CRA) ก็คือ บริษัทซึ่งทำหน้าที่ให้บริการจัดอันดับคุณภาพและความเสี่ยงของตราสารประเภทหนี้ หรือของบริษัท หรือองค์การต่างๆ โดยในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้น ทาง CRA แต่ละแห่งจะพิจารณาหลักเกณฑ์ต่างๆที่สำคัญ ...