Webboard

A A A

Please consider registering
Guest

sp_LogInOut Log In sp_Registration Register sp_MemberList Members

Register | Lost password?
Advanced Search

— Forum Scope —




— Match —





— Forum Options —





Minimum search word length is 4 characters - maximum search word length is 84 characters

sp_Feed sp_TopicIcon
คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น (รวมถึง กองทุนรวม อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ทอง ค่าเงิน etc.)
sp_NewPost Add Reply sp_NewTopic Add Topic
April 27, 2010
11:43 pm
Moderator
Members

Moderators
Forum Posts: 45
Member Since:
April 26, 2010
sp_UserOfflineSmall Offline

ขอแชร์ประสบการณ์ด้านการลงทุนในหวยหน่อยครับ (เพราะถ้าด้านอื่นคงไม่มีเท่าไร)  ถ้าคิดว่ารกบอร์ด ลบทิ้งก็ได้นะครับ

 

ประมาณซักเดือน พย. ปีที่แล้ว ผมได้คุยกับเพื่อนกลุ่มหนึ่งเรื่องการลงทุน คุยไปคุยมาก็ไปถึงเรื่องสลากออมสิน (รุ่นที่แจกเบนซ์แหละครับ) จริง ๆ แล้วทุกคนก็รู้แหละครับว่าโดยทั่วไปพวกสลากออมสินหรือสลากธกส.เนี่ย ผลตอบแทนมันไม่ดีเท่าไร (เอาไว้หลอกพวกชอบเสี่ยง) แต่สลากรุ่นนี้มันมีสิ่งที่ต่างจากรุ่นก่อนหน้าคือ ถ้าไถ่ถอนก่อนกำหนด ได้เงินคืนเต็มจำนวน !!  (แต่ดอกเบี้ยขึ้นกับจำนวนปีที่ถือครอง ครบปีแรก 1% ….) หลังจากกลับจากคุยกัน ก็เลยมาทำการบ้านและ do math อะไรนิดหน่อย

ข้อมูลเป็นดังนี้ครับ

สลากมีตัวอักษรนำหน้า 1 ตัวอักษร และมีเลขตามหลัง 7 ตัว (10 ล้านเลขต่อหมวด) และใบละ 100 บาท

รางวัลที่ 1 และ 2 จะต้องมีตัวอักษรนำหน้า รางวัล 3-5 ไม่ต้อง มีเลขท้าย 4,5 และ 6 ตัว  

ตอนที่หาข้อมูล ตัวอักษรมันวิ่งไป 50 หมวดแล้ว

 

model ที่คิดคือ ไม่ต้องหวังรางวัลที่ 1 และ ที่ 2 เพราะควบคุมยาก (ไม่รู้จะมีกี่ตัวอักษร) 

ถ้าคิดว่าซื้อให้ถูกเลขท้าย 6 ตัวทุกงวด คือต้องซื้อ 1,000,000 เลข

หา ER (Expected return)ได้ว่า

รางวัลที่ 3 รางวัลละ 50,000 บาท มี 5 รางวัล ER= 25,000 บาท (ต่องวด)

รางวัลที่ 4 รางวัลละ 10,000 บาท  มี 20 รางวัล ER=20,000 บาท

รางวัลที่ 5 รางวัลละ 5,000 บาท มีื 40 รางวัล ER=20,000 บาท

เลขท้าย 6 ตัว 1ครั้ง 600 บาท  ได้ 600 บาท

เลขท้าย 5 ตัว 1 ครั้ง 400 บาท ได้      4,000 บาท

เลขท้าย 4  ตัว 2 ครั้ง 300 บาท ได้     60,000 บาท

 

สรุปว่าถ้าซื้อ 1,000,000 เลข จะได้เงินแน่ ๆ (จากเลขท้าย)   64,600 บาทต่องวด

                                           มีโอกาสได้ตามสถิติ(รางวัลที่ 3-5)    65,000 บาทต่องวด

                                          รวมเป็น(เฉลี่ย)                        129,600 บาทต่องวด

หรือ 1,555,200 บาทต่อปี หรือ 1.5552% (ยังไม่รวมดอกเบี้ยนะครับ)

 

ความเสี่ยงคืออะไร  

 ความเสี่ยงคือส่วนที่เป็นรางวัลที่ 3-5 เพราะเราไม่ได้ซื้อ 10,000,000 เลข ที่จะ guarantee ได้ว่าได้อย่างที่คำนวณ การที่ซื้อแค่ 1 ล้านเลข หมายถึง expose ต่อความเสี่ยงว่าจะได้น้อย(หรือมากกว่า) ER ที่คำนวณได้

จริง ๆ แล้วมันมี แต้มต่ออีกอย่างนึง คือ สลาก มันไม่ใช่เงินฝาก คือซื้อวันที่ 30 พย. พอวันที่ 1 ธค. ก็ได้รางวัลงวดแรกแล้ว หมายความว่า เราถือ 366 วัน จะได้จับรางวัล 13 ครั้ง (ไม่ใช่ 12 อย่างที่คำนวณ)  ดังนั้น return จึงจะมากกว่า 1.55% ยิ่งถือสั้นยิ่งได้มาก เช่น ถ้าถือ 2 วัน (ซื้อ 30 พย. ขายวันที่ 2 ธค) ก็จะได้รางวัลเลย 1 ครั้ง ไม่ต้องรอเต็มเดือน

ถือสั้น ได้ return มากขึ้น แต่ถ้าถือยาว(ครบปี) ก็จะได้ ดอกเบี้ย อีก 1%       

http://www.gsb.or.th/lottery/s.....ttery5.php

April 27, 2010
11:55 pm
Moderator
Members

Moderators
Forum Posts: 45
Member Since:
April 26, 2010
sp_UserOfflineSmall Offline

คราวนี้มาฝั่งหาเงินบ้าง

ผมมีพันธบัตรอยู่จำนวนหนึ่ง แล้วก็มี GMRA สำหรับทำ REPO กับสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง  ใจมันอยากเอาไปทำ yield enhancement แต่ก็เสียว เพราะตำรา risk ทุกเล่ม ไม่มีเล่มไหนไม่พูดเรื่อง orange county ที่ไปทำ leverage แล้วมีปัญหา

พอทำการบ้านเรื่อง หวยออมสินเสร็จ มันก็ตอบโจทย์เลยว่า อันนี้แหละทำ leverage ได้ เพราะมัน liquidate position ของสลากได้ตลอดเวลา

 rate REPO ตอนนั้นคือ 1.27% สำหรับ tenor 3 เืดือน

ตอนนั้นก็ set investment plan ว่า

ซื้อ สลาก 30 พย. โดยนำเงินจากการทำ REPO ที่ 1.27% 3 เดือนมาโดย

1. ถ้าวันที่ 1 ธค.  ผลตอบแทนจากรางวัล ต่ำกว่าที่คำนวณ และต่ำกว่า 1.27% (แสดงว่าเราอับโชคจริง ๆ ) ก็จะ ไถ่ถอนสลากออมสิน และนำไปทำอะไรที่มี matchเวลากัน (reverse repo)

2. ถ้าผลตอบแทนเป็นอย่างคาดการณ์ แต่พอครบ 3 เืดือน REPO rate มันขึ้น ก็เลิก (เล่นเอามันส์ :แต่ได้รางวัล 4 งวดนะครับ)

3. ถ้าREPO rate มันยังต่ำ (ไม่เกิน1.4%)ก็ roll ไปเรื่อย ๆ จนครบ 1 ปี ได้อีก 1% เป็น 2.5% จากต้นทุน 1.27-1.40%

ตอนนี้ถือได้ 3 เดือนรับรางวัลไป 4 งวดแล้วครับ รถเบนซ์ยังไมได้ แต่ได้รางวัลที่ 1 ครั้งนึงครับ  ก็คิดว่าโอเคแล้ว 

 

เป็นการลงทุนแบบ ชาวบ้าน ๆ นะครับ  ถ้าจะ comment ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ

April 29, 2010
9:03 pm
Admin
Members
Forum Posts: 678
Member Since:
August 18, 2009
sp_UserOfflineSmall Offline

krit587 said:

รางวัลที่ 3 รางวัลละ 50,000 บาท มี 5 รางวัล ER= 25,000 บาท (ต่องวด)

รางวัลที่ 4 รางวัลละ 10,000 บาท  มี 20 รางวัล ER=20,000 บาท

รางวัลที่ 5 รางวัลละ 5,000 บาท มีื 40 รางวัล ER=20,000 บาท

เลขท้าย 6 ตัว 1ครั้ง 600 บาท  ได้ 600 บาท

เลขท้าย 5 ตัว 1 ครั้ง 400 บาท ได้      4,000 บาท

เลขท้าย 4  ตัว 2 ครั้ง 300 บาท ได้     60,000 บาท

 

รบกวนคุณ krit587 หรือท่านอื่นช่วยอธิบายวิธีคำนวณตรงนี้นิดได้มั้ยคับ ยัง งง ๆ อยู๋อะ

April 29, 2010
10:04 pm
Moderator
Members

Moderators
Forum Posts: 45
Member Since:
April 26, 2010
sp_UserOfflineSmall Offline

krit587 said:

 

ถ้าคิดว่าซื้อให้ถูกเลขท้าย 6 ตัวทุกงวด คือต้องซื้อ 1,000,000 เลข

หา ER (Expected return)ได้ว่า

รางวัลที่ 3 รางวัลละ 50,000 บาท มี 5 รางวัล ER= 25,000 บาท (ต่องวด)

 


 เขียนเร็วไปหน่อยครับ
ปกติ Expected return ก็คือ ผลตอบแทนในรูบ dollar (หรือbaht) คูณด้วยความน่าจะเป็น หารด้วยเงินต้น ต่อหน่วยเวลา ใช่ไหมครับ

ที่ผมทำให้ดู คือ ผมเอาแค่ Baht return คูณด้วย probability เท่านั้น เพราะ ส่วนเงินต้น กับหน่วยเวลา เอามาคิดตอนหลัง

 

ตามโจทย์นะครับ เราซื้อ 100,000 เลข หรือสมมุติว่า ซื้อ จ1000000  ถึง  จ1999999 จะเห็นได้ว่า ถ้าตัวหน้าสุดของการออกรางวัลที่ 3 ขึ้นต้นด้วย เลข 1 เราจะได้รางวัล (ไม่ว่า 6 ตัวท้ายจะเป็นเลขอะไรก็ตาม) ดังนั้น prob มันคือ 0.1

รางวัลที่ 3 มีออก 5 ครั้ง ตัวละ 50,000 บาท ถ้าซื้อครบเซ็ต จะได้ 250,000 บาท แต่เราซื้อแค่ 10% ดังนั้น Expected Baht return คือ 5x50,000x 0.1

=25,000

(ถ้าจะคิด ER จริง ๆ ก็เอาต้นทุนคือ 100,000,000 บาท หาร และจำนวนงวดที่ออกใน 1 ปี คือ 12 งวดคูณเข้าไป)

 

ส่วน case เลขท้าย ตั้งแต่ 6 ตัวลงมา การซื้อ 100,000 เบอร์ยังไงก็ถูกครับ

 

 

April 29, 2010
10:32 pm
Moderator
Members

Moderators
Forum Posts: 45
Member Since:
April 26, 2010
sp_UserOfflineSmall Offline

อันนี้เพิ่งไปหามา orange county bankrupcy

http://en.wikipedia.org/wiki/R.....      "Robert_citron"

แต่คิดวาทุกท่านก็คงผ่านตามาแล้ว 

May 3, 2010
1:22 pm
Member
Members
Forum Posts: 12
Member Since:
August 29, 2009
sp_UserOfflineSmall Offline

ยังไม่เข้าใจร้อยเปอร์เซนต์

แต่ผมว่าหลักคิดมันน่าสนใจดีนะครับ เท่ากับว่าสร้างโอกาสทำกำไร จับเสือมือเปล่าได้โดยไม่ใช้เงิน (แต่ต้องสามารถทำ repo ได้)

ถ้าทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ตามหลักความน่าจะเป็น ยังไงก็ต้องได้กำไรมาบ้างไม่มากก็น้อย

 

อ่านดูคล้ายจะเทียบเคียงกับการ carry trade คือกู้ประเทศดอกเบี้ยต่ำ ไปลงประเทศดอกเบี้ยสูง ที่จะดูดีกว่าก็คือไม่มี FX risk Laugh

 

 

May 3, 2010
3:10 pm
Moderator
Members

Moderators
Forum Posts: 45
Member Since:
April 26, 2010
sp_UserOfflineSmall Offline

Liquidity risk = none

Credit risk= very low (ธนาคารออมสินถือว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ)

Market risk= none (ไม่มีการซื้อขายในตลาด)

standard deviation ของการลงทุน = ขึ้นกับ size ของการลงทุน คือถ้าซื้อพันล้านบาท หรือ 10 ล้านเลขหมาย ก็ไม่มีความเสี่ยงตรงนี้ แต่ถ้าซื้อน้อยกว่านั้น ก็ expose to risk

other risk เช่น ธนาคารประกาศว่า ลดรางวัล  = very low จะลดจำนวนรางวัลเมื่อ market interest rate ลดต่ำมาก ๆ  ซึ่งก็น่าจะทำให้ repo rate ลดเช่นกัน

 

Forum Timezone: Asia/Bangkok

Most Users Ever Online: 217

Currently Online:
8 Guest(s)

Currently Browsing this Page:
1 Guest(s)

Member Stats:

Guest Posters: 254

Members: 2274

Moderators: 10

Admins: 1

Forum Stats:

Groups: 2

Forums: 7

Topics: 410

Posts: 1422

Administrators: FundTalk: 678