Topic RSS
บทความดี ๆ ขออนุญาต quote มาจากเวบไซต์กรุงเทพธุรกิจครับ
ลอยตัวหรือ คงที่ THBFIX : FIX ไม่ Fixed
โดย : มายาการเงิน
การกำหนดอัตราดอกเบี้ย
อ้างอิงที่ใช้กระบวนการของการฝากและถอนของเงินสองสกุล คือ บาทและดอลลาร์
มาเป็นองค์ประกอบในการกำหนดอัตราอ้างอิง
แล้วเป็นผลให้อัตราดอกเบี้ยเทียบเคียง (Synthetic Interest Rate)
ของเงินบาทมีค่า “ติดลบ” อะไรคือสาเหตุ และมีผลกระทบอย่างไร
สิ่งที่น่าสนใจคือ
อัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยเรานั้นมีอัตราดอกเบี้ยที่อ้างอิงด้วยกันหลายๆ
อัตรา โดยทั่วไปคือ อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ทั้งออมทรัพย์ และประจำสามเดือน
หกเดือน หรือมากกว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ไม่ว่าจะเป็น MLR อัตราดอกเบี้ยเงินกู้รัฐบาล
(Government Bond and Treasury Bill)
ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนี้เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ผู้กู้จะต้องจ่ายให้กับผู้ให้กู้
ซึ่งเป็นผลตอบแทนซึ่งกันและกัน หรือต่างตอบแทนกัน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนั้นๆ
จะสูงหรือต่ำจะขึ้นอยู่กับสองปัจจัย คือ สภาพคล่องที่มีอยู่ ณ ขณะนั้น
และสภาพความเสี่ยงของผู้กู้
โดยอัตราดอกเบี้ยโดยการอ้างอิงนั้นล้วนแล้วแต่เป็นอัตราดอกเบี้ยที่เป็นการ
ฝากและกู้สกุลเงินบาทเท่านั้น
จากการที่ต่างตอบแทนกันในการกู้และปล่อยกู้นั้น
อัตราดอกเบี้ยนั้นก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละสถานการณ์โดยบางครั้งสูง
บ้าง ต่ำบ้าง โดยลักษณะของการกำหนดอัตราดอกเบี้ยจะมีด้วยกัน 2 ลักษณะ คือ
อัตราดอกเบี้ยคงที่ และอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
อัตราดอกเบี้ยคงที่คือการกำหนดดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นสัญญาว่า
จะเป็นเท่าไร
และใช้อัตราดอกเบี้ยนั้นไปจนหมดสัญญาโดยไม่สนใจว่าอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะ
เป็นเท่าไร คนกู้ก็จ่ายให้เท่าที่ตกลงกันในวันแรก อัตราดอกเบี้ยลอยตัว
จะเป็นการกำหนดว่าดอกเบี้ยจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามดัชนีอ้างอิง
โดยมีการกำหนดดอกเบี้ยใหม่จากดัชนีที่กำหนด ณ เวลาที่กำหนด
โดยผู้กู้จ่ายดอกเบี้ยตามการเปลี่ยนแปลงไปของดอกเบี้ย ณ เวลานั้นๆ
จากแผนภาพด้านบน หากผมเป็นคนกู้และมีแนวทางในการกู้ 2 แบบ คือ กู้
2 ปี และให้เลือกว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ หรือลอยตัว
ถ้าคงที่ตามภาพด้านบนคือ ดอกเบี้ยจ่ายจะคงที่ที่ 5% ตลอดจนสิ้นสุดสัญญา
หรืออีกแบบหนึ่งคือ อัตราดอกเบี้ยลอยตัว อ้างอิงกับ MLR ซึ่ง MLR
เป็นอัตราดอกเบี้ยที่มีการกำหนดเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามสถานการณ์ดอกเบี้ย
ณ เวลานั้นๆ ซึ่งอาจสูงขึ้น หรือต่ำลงก็ได้ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง
อัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการคำนวณในวันนี้ก็จะเท่าเดิม
การคำนวณดอกเบี้ยจะคิดเป็นวันต่อวัน
ซึ่งถ้าเราเป็นคนกู้และมีทางเลือกว่าจะกู้อัตราคงที่หรือลอยตัวก็ขึ้นอยู่
กับมุมมองเรื่องแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเราเองว่าคิดว่าอย่างไหนจะคุ้มกว่า
การคิดดอกเบี้ยของการลอยตัวนั้นเป็นการคิดดอกเบี้ยที่คิดจากดัชนีอ้างอิง
ซึ่งจากแผนภาพนั้น ดัชนีอ้างอิงคือ MLR
ซึ่งมีการประกาศการเปลี่ยนแปลงอยู่เป็นระยะๆ
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งนั้นจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย
หลักๆ ของประเทศ อาทิ
อัตราดอกเบี้ยการซื้อคืนพันธบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย (REPO)
ซึ่งจะเป็นอัตราดอกเบี้ยที่เป็นบวกอยู่เสมอ
ดัชนีอ้างอิงอัตราดอกเบี้ย 2 ตัวที่เราไม่ค่อยได้พูดคุยนัก หรือทำความเข้าใจคือ THBFIX
(อ่านว่า ไทย-บาท-ฟิก หรือ T-H-B-F-I-X) และอัตราดอกเบี้ย BIBOR
ซึ่งอัตราดอกเบี้ย 2 ตัวนี้มีสิ่งที่น่าสนใจคือ อัตราดอกเบี้ย THBIFX นั้น
ชื่อฟังดูแล้วค่อนข้างสับสน คือ เป็นอัตราดอกเบี้ยอะไร ลอยตัวหรือคงที่
แล้วทำไมถึงเป็น THB-FIX ซึ่งถ้าอธิบายต้นเหตุของการนำมาใช้ของอัตรา THBFIX ง่ายๆ คือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารทั้งในและต่างประเทศกู้ยืมเงินกัน โดยต้องนำเงินอีกสกุลมาฝาก
ยกตัวอย่างคือโดยทั่วไปธนาคารต่างประเทศเวลาดำเนินการธุรกิจในประเทศไทย
ก็จะมีการนำเงินลงทุนที่ตัวเองมีมาลงทุน และนำเงินดังกล่าวมาปล่อยกู้
และใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแต่หากการดำเนินธุรกิจนั้นมีการขยายตัว
เพิ่มขึ้น เงินทุนที่นำมาไม่พอเพียง ก็ต้องมีการกู้ยืมจากคนอื่น
การกู้ยืมจากคนอื่นๆ นั้น โดยทั่วไปไม่สามารถกู้ยืมปกติได้
เพราะการกู้ยืมเงินในประเทศไทยระหว่างธนาคารส่วนใหญ่ดำเนินการเพียงระยะเวลา
สั้นๆ ถึงสั้นมาก อาจจะ 1 วัน 2 วันเท่านั้น
เพราะฉะนั้นหากต้องการกู้จะจะต้องนำเงินจากต่างประเทศ
ซึ่งโดยทั่วไปเป็นเงินดอลลาร์มาแลก
หรือฝากซึ่งการแลกหรือฝากนี้จะมีการกำหนดค่าตอบแทนซึ่งกันและกันเป็นจำนวน
บาทต่อดอลลาร์ หรือเรียกว่าสวอปพอยท์ (Swap Point)
ซึ่งจะนำไปคำนวณกลับว่าเทียบแล้วเป็นอัตราดอกเบี้ยบาทเท่ากับเท่าไร
ค่อนข้างสับสนนะครับ ลองคิดตามขั้นตอนกัน
1. ธนาคารต่างประเทศกู้ยืมเงินดอลลาร์จากต่างประเทศมา เพื่อมาแลกเป็นบาท โดยกู้ยืมอ้างอิงกับดอกเบี้ย 1 month SIBOR ซึ่งอยู่ที่ 2%
2. อัตราแลกเปลี่ยน USD/THB อยู่ที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์
3. อัตรา Swap Point อยู่ที่ 0 บาท สำหรับการแลกเปลี่ยนกัน 1 เดือน
4. นำอัตรา Swap Point มาคำนวณในสูตร เพื่อหากลับว่าอัตราดอกเบี้ยบาทเทียบเคียงคือเท่าไร สำหรับกรณีนี้คือ ประมาณ 2%
ความยุ่งยากทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากสภาพตลาดที่มีองค์ประกอบการกู้และการ
ปล่อยกู้ที่ไม่สมดุล คือ ธนาคารต่างๆ
ไม่มีการปล่อยกู้กันสำหรับระยะเวลาที่ยาว และการปล่อยกู้ต่างๆ
ต้องมีการแลกเปลี่ยนกันของเงิน 2 สกุล เพื่อลดความเสี่ยงคู่สัญญา
ซึ่งหากสมดุลของสภาพคล่องทั้งเงินบาท
และดอลลาร์นั้นไม่เหมาะสมการขาดสภาพคล่องในเงินแต่ละสกุลสามารถเกิดขึ้นได้
อยู่เสมอ ดังที่เราเห็นว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การกำหนดอัตราดอกเบี้ย THBFIX
สำหรับ 1 เดือนมีค่าติดลบ
ซึ่งค่าติดลบในอัตราดอกเบี้ยคำนวณนั้นเป็นกรณีที่ตามการคำนวณนั้นสามารถเกิด
ได้ แต่ตามหลักการนั้นไม่ควรเกิด
และเป็นผลที่เกิดจากอะไรเราคงต้องพิจารณากันต่อไป
http://www.bangkokbiznews.com/…..Fixed.html
Most Users Ever Online: 186
Currently Online:
9 Guest(s)
Currently Browsing this Page:
1 Guest(s)
Top Posters:
Tateh: 15
chut: 15
Humphrey: 12
deerfreedom: 9
Piaky: 7
angels_devil: 6
boonya: 6
รักการลงทุน: 6
klang: 6
charmmyair: 5
chaos: 4
Member Stats:
Guest Posters: 172
Members: 854
Moderators: 9
Admins: 1
Forum Stats:
Groups: 2
Forums: 7
Topics: 255
Posts: 1015
Newest Members: unchalem, nuzkul, deksomboon, doze, mint, kae007, worawut, chonlatid, CoolKop, tuck333, UpStar, fireflies
Moderators: Arsa (1), Keng (8), Setha (1), Chariya Pimolpaiboon (1), krit587 (45), Mr.Messenger (3), Roj (8), Tikamporn (0), walnut (-1)
Administrators: FundTalk (468)

Log In
Register
Members
Home
Add Reply
Add Topic
Offline


Quote