Webboard

A A A

Please consider registering
Guest

sp_LogInOut Log In sp_Registration Register sp_MemberList Members

Register | Lost password?
Advanced Search

— Forum Scope —




— Match —





— Forum Options —





Minimum search word length is 4 characters - maximum search word length is 84 characters

sp_Feed sp_TopicIcon
อยากทำงานกับ Quant Fund ในไทยต้องมีคุณสมบัติอย่างไรครับ ?
sp_NewPost Add Reply sp_NewTopic Add Topic
June 10, 2010
8:54 pm
sunny
Guest
Guests

อ่านเจอจากในข่าวนี้ครับ >>> http://www.manager.co.th/Mutua.....0000071169

 

ขออนุญาติตัดเฉพาะบางส่วนมาดังนี้นะครับ ...

"Quantitative Fund หรือที่เรียกว่า Quant Fund
เป็นแนวทางการบริหารกองทุนโดยอาศัยสมมติฐานของค่าทางการเงินที่ได้จากการ
ศึกษาข้อมูลสถิติในอดีต เช่น ราคาหุ้น ความผันผวนของหุ้น ผลตอบแทนของตลาด
เป็นต้น มาใช้พิจารณาว่าหากค่าดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงไป
จะส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ หรือผลตอบแทนของหลักทรัพย์อย่างไร จากนั้น
จึงตัดสินใจทำการซื้อ หรือขายตาม model ที่ตั้งไว้ ... "


ในข่าวพูดถึง บลจ. แห่งหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่าที่อื่นๆมีกองทุนลักษณะแบบนี้หรือไม่ครับ ? แล้วเค้าอยากได้คนที่มีคุณสมบัติอย่างไรเข้าทำงานครับ ?


ขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบนะครับ


ป.ล. เวปนี้ให้ความรู้ดีมากๆเลยครับ ขอบคุณสำหรับทุกๆบทความเลยนะครับ จะคอยติดตามผลงานนะครับ 😀

June 11, 2010
3:52 pm
Admin
Members
Forum Posts: 678
Member Since:
August 18, 2009
sp_UserOfflineSmall Offline

ก่อนอื่นขออนุญาตนำบทความตาม link มาลงให้ท่านอื่น ๆ ได้อ่านด้วยกันครับ

 

บทความที่ดีจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) กสิกรไทย จำกัด ที่ต้องขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อกับการลงทุนที่คำนวณโดย โปรแกรมคอมพิวเตอร์

       

       บลจ.กสิกร
ไทย รายงานถึงเรื่องนี้ว่า สำหรับนักลงทุนในเมืองไทย
เมื่อพูดถึงการลงทุนในกองทุนหุ้น
ส่วนมากก็มักจะคุ้นเคยกับกองทุนหุ้นที่มีรูปแบบการบริหารอยู่ 2 ประเภท คือ
กองทุน Active Fund
ซึ่งเป็นกองทุนที่ผู้จัดการกองทุนจะใช้วิจารณญาณและประสบการณ์ในการเลือก
หุ้น รวมถึงตัดสินใจในซื้อหรือขายด้วยตนเอง กับกองทุนประเภท Passive Fund
คือกองทุนที่ผู้จัดการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจน้อย
แต่เน้นที่การบริหารให้น้ำหนักการลงทุน
ความคาดหวังผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นไปตามดัชนีอ้างอิง เช่น กองทุน SET50
เป็นต้น

       

       อย่างไรก็ดี
มีทางเลือกในการบริหารกองทุนอีกประเภทหนึ่งซึ่งคนไทยอาจจะยังไม่คุ้นเคยนัก
แต่สำหรับนักลงทุนต่างชาติ กองทุนประเภทนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว
และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือกองทุน  Quant Fund หรือกองทุนที่มีการบริหารโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการตัดสินใจซื้อ หรือขายหลักทรัพย์แทนผู้จัดการกองทุน  

       

       Quantitative Fund หรือที่เรียกว่า
Quant Fund
เป็นแนวทางการบริหารกองทุนโดยอาศัยสมมติฐานของค่าทางการเงินที่ได้จากการ
ศึกษาข้อมูลสถิติในอดีต เช่น ราคาหุ้น ความผันผวนของหุ้น ผลตอบแทนของตลาด
เป็นต้น มาใช้พิจารณาว่าหากค่าดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงไป
จะส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ หรือผลตอบแทนของหลักทรัพย์อย่างไร จากนั้น
จึงตัดสินใจทำการซื้อ หรือขายตาม model ที่ตั้งไว้

       

        โดยให้ระบบคอมพิวเตอร์วิเคราะห์จุดซื้อ
หรือขายอัตโนมัติเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น
การนำค่าเฉลี่ยราคาหุ้นย้อนหลัง 60 วัน มาเปรียบเทียบกับราคาหุ้น ณ
วันปัจจุบัน หากราคาหุ้นปัจจุบันสูงกว่า ก็จะมีการขายออกไป
หรือหากราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่า ก็จะมีการซื้อเข้ามาเก็บไว้ เป็นต้น
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว การบริหารกองทุนโดยใช้กลยุทธ์ Quant จะใช้ปัจจัย และ
เงื่อนไขหลายๆ อย่างประกอบในการพิจารณาสร้าง model การบริหารขึ้นมา

       

       แม้การตัดสินใจในการซื้อขายของกองทุน Quant Fund
จะทำโดยอัตโนมัติจากระบบคอมพิวเตอร์ แต่อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะเกิดเป็น
model ของ Quant Fund ได้ ก็ต้องอาศัยความชำนาญ
และประสบการณ์ของผู้จัดการกองทุนหรือนักวิเคราะห์ มาใช้ในการสร้าง model
สำหรับการลงทุน เนื่องจากผู้จัดการกองทุน
จะคัดเลือกปัจจัยต่างๆที่จะนำมาใช้พิจารณาประกอบเป็น model ของการลงทุน
และ ทดสอบ
ก่อนที่จะโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์ค้นหาเงื่อนไขและทำการตัดสินใจลงทุนตามที่
ได้ตั้งไว้ ทั้งนี้เงื่อนไข
อาจรวมถึงการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในการคัดเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดี
หรือเหมาะสมเข้ามาอยู่ใน model ด้วย เพราะปัจจัยเบื้องหลังของความสำเร็จ
มิได้ขึ้นกับประสิทธิภาพของระบบคอมพิวเตอร์
แต่ขึ้นกับความสำเร็จของเงื่อนไขของ model ที่ป้อนให้กับคอมพิวเตอร์ไป
ที่จะต้องได้รับการทดสอบย้อนหลัง (back-testing) กับข้อมูลจริงในอดีต และ
ยังคาดหวังว่าจะนำไปใช้ได้กับตลาดในอนาคตด้วย

       

        ข้อ
ดีของกองทุนแบบ Quant Fund คือ การตัดสินใจในการซื้อ หรือขายหุ้น
ไม่ได้ขึ้นกับความคิดและอำนาจการตัดสินหรือวินัยการลงทุนของผู้จัดการกองทุน
แต่ละคน แต่จะเป็นไปตามกฎที่ตั้งไว้ (rule-based)
 เช่น
กรณีราคาหุ้นลดลงเกิน 10%
ผู้จัดการกองทุนแต่ละคนก็จะมีมุมมองในแต่ละสถานการณ์ไม่เหมือนกัน
บางคนที่ยังรับได้ก็จะถือไว้ แต่บางคนที่ไม่สามารถรับได้ก็จะขายออกไป
การตัดสินใจซื้อหรือขายจึงขึ้นกับความคิดของแต่ละผู้จัดการกองทุนจริงๆ
ในขณะที่กรณี Quant Fund นั้น จะเป็นไปตามกฎที่แน่นอน เช่น
หากตั้งไว้ว่าเมื่อราคาหุ้นลดลงเกินกว่า 10% ให้ขาย

       

       เมื่อราคาหุ้นลดลงมาถึงจุดดังกล่าว ก็จะมีการขายหุ้นออกไปทันที
แม้ว่าตัวผู้จัดการกองทุนเองอาจจะยังไม่เห็นด้วยก็ตาม
รวมถึงการตัดสินใจซื้อ หรือขายก็ชัดเจน โปร่งใส
และมีเงื่อนไขที่รองรับแน่นอนว่า ทำไมถึงตัดสินใจซื้อ หรือขายหุ้น
หรือหลักทรัพย์แต่ละตัว นอกจากนี้ การบริหารกองทุนแบบ Quant
ยังไม่จำกัดกลยุทธ์ เช่น อาจช่วยจำกัดการขาดทุน หรือ Stop-Loss ได้ เช่น
เมื่อราคาหุ้นตกลงไปถึง 20% ให้ขายหุ้นและถือเงินสดไว้ทั้งหมด เป็นต้น

       

       สำหรับการพิจารณาลงทุนใน
 Quant Fund ผู้ลงทุนควรจะต้องพิจารณาว่า model
ในการบริหารกองทุนดังกล่าวได้มีการทำการทดสอบกับข้อมูลจริงที่หลากหลายเพียง
พอหรือไม่ และในสถานการณ์ของตลาดที่แตกต่างกัน
 เช่น
ตลาดมีความผันผวน model ดังกล่าวให้ผลตอบแทนเป็นอย่างไร ตลาดขาขึ้น หรือ
ขาลง model ให้ผลตอบแทนอย่างไร เป็นต้น นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาว่า model
ดังกล่าว มีความโปร่งใสมากน้อยเพียงใด
สามารถอธิบายได้หรือไม่ว่าใช้ปัจจัยใดในการพิจารณาลงทุน

       

       อย่างไรก็ดี ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีการพิสูจน์แน่ชัดว่า
การลงทุนแบบใช้คนตัดสินใจในการซื้อหรือขายหุ้น หรือ Active Management
เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนแบบใช้คอมพิวเตอร์ตัดสินใจ หรือ Quant Fund
แล้ว อย่างใดให้ผลตอบแทนที่มากกว่ากัน
เพราะทั้งสองวิธีนี้ก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป
และอาจจะเหมาะสมสำหรับสภาพตลาดที่แตกต่างกัน
ผู้ลงทุนจึงควรใช้วิจารณญาณในการเลือกลงทุนด้วย

       คงจะได้ข้อมูลกันไปพอสมควร ซึ่งนับเป็นโปรแกรมที่น่าสนใจ
และช่วยสร้างวินัยในการลงทุนหุ้นได้เป็นอย่างดี
แต่อย่าลืมว่าโปรแกรมเหล่านี้แม้จะมีโมเดลที่ออกแบบมาจากผู้เชี่ยวชาญ
แต่การสร้างผลกำไรและปัจจัยการลงทุน รวมถึงสถานการณ์ต่างๆ
ที่มีผลกระทบนั้น ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแบบไหนจะตัดสินใจได้ดีกว่ากัน

June 11, 2010
4:00 pm
Admin
Members
Forum Posts: 678
Member Since:
August 18, 2009
sp_UserOfflineSmall Offline

ณ ตอนนี้กองทุนที่บริหารโดยคนไทยที่ทำเป็นลักษณะ Quant Fund เท่าที่ทราบยังไม่มีนะครับ แต่มีบางกองทุนในไทยที่ไปลงทุนในกองทุนของต่างประเทศที่มีลักษณะของ Quant Fund ปัจจุบันมีแล้วครับ เช่น อยุธยา เอเชียน แวลู แอนด์ โมเมนตัม (AYFCAVAM) ลองไปอ่านดูได้ที่ http://www.ayfunds.com/th/tlistfund.html

 

แต่ถ้าเป็นพอร์ตการลงทุนของธนาคารพาณิชย์ ที่แบ่งบางส่วนมาทำเป็น Quant Fund ปัจจุบันมีแล้วครับ เรียกว่า Algoritmic Trading

 

สำหรับคุณสมบัติก็หนีไม่พ้นความถนัดในการเขียน Program เช่น MatLab และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวหลักการคำนวณทางด้านการเงิน เช่น Valuation Model, Risk Model ครับ

 

หากสนใจทางนี้จริง ๆ แนะนำให้ลองเขียนระบบ Rules Base แล้ว Backtest เก็บไว้ครับ เวลาไปสมัครงานก็ติดมือไป present ดูเลย อารมณ์คล้ายงานสาย Creative ที่เค้าจะเก็บสะสมผลงานของตัวเองเป็นพอร์ตผลงานไว้ครับ

June 14, 2010
9:14 am
sunny
Guest
Guests

ขอบคุณมากๆครับ

เข้าใจมากขึ้นแล้วครับ ถ้าสงสัยอะไรเพิ่มเติมจะขอรบกวนมาถามอีกนะครับ 😀

June 15, 2010
4:51 am
O
Guest
Guests

ผมเห็นงานส่วนใหญ่สำหรับ quant trading หรือ algorithm trading หรือ frequency trading.

ส่วนใหญ่เค้าต้องการคนที่สามารถเขียนโปรแกรม C++ ได้ใช่ไหมครับ และการเขียนโปรแกรมเหมือนจะเป็นส่วนประกอบหลักของ

quant job เลย มีหนังสือแนะนำไหมครับ เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมสำหรับใช้ในการ trading ไหมครับ

June 15, 2010
5:02 pm
Admin
Members
Forum Posts: 678
Member Since:
August 18, 2009
sp_UserOfflineSmall Offline

เรื่อง Programming ผมไม่ค่อยถนัดนักครับ ที่ผมเคยเห็นใช้กันก็มี C++, VB, VBA, Matlab ครับ

 

หากท่านใดแวะเวียนผ่านมา ช่วยกันเสริมนะครับ

 

 

July 2, 2010
7:57 pm
sunny
Guest
Guests

ขออนุญาติถามต่อสักนิดนะครับ

 

แล้วพวกโปรแกรมอย่าง metastock, amibroker, tradestation นี่ เ้ค้าใช้กันไหมครับ ? (โปรแกรมพวกนี้มีความสามารถพอกับงานนี้หรือไม่ ?) หรือว่าเค้าใช้โปรแกรมพวกนี้กับงานประเภทไหนเหรอคับ ?

 

ขอบคุณมากๆนะครับ 😀

July 4, 2010
1:48 am
Admin
Members
Forum Posts: 678
Member Since:
August 18, 2009
sp_UserOfflineSmall Offline

sunny said:

ขออนุญาติถามต่อสักนิดนะครับ

 

แล้วพวกโปรแกรมอย่าง metastock, amibroker, tradestation นี่ เ้ค้าใช้กันไหมครับ ? (โปรแกรมพวกนี้มีความสามารถพอกับงานนี้หรือไม่ ?) หรือว่าเค้าใช้โปรแกรมพวกนี้กับงานประเภทไหนเหรอคับ ?

 

ขอบคุณมากๆนะครับ 😀


 

สำหรับงานผู้จัดการกองทุนไม่ค่อยได้ใช้ครับ ส่วนใหญ่จะใช้ bloomberg, reuters3000, apex, barra มากกว่าครับ

July 15, 2010
1:37 am
YY
Guest
Guests

FundTalk said:

แต่ถ้าเป็นพอร์ตการลงทุนของธนาคารพาณิชย์ ที่แบ่งบางส่วนมาทำเป็น Quant Fund ปัจจุบันมีแล้วครับ เรียกว่า Algoritmic Trading

 


 สนใจเช่นกันครับ ไม่ทราบว่างานลักษณะนี้ธนาคารเค้าเปิดรับสมัครบุคคลากรโดยตรงเลยหรือเปล่าครับ

July 15, 2010
10:26 am
Admin
Members
Forum Posts: 678
Member Since:
August 18, 2009
sp_UserOfflineSmall Offline

ไม่ค่อยเห็นรับสมัครตาม Classified

 

แนะนำให้ส่ง resume ไปที่ธนาคารด้วยตัวเองเลยครับ ถ้าจะให้ดีหาคนรู้จักส่งไปหา Head Treasury ได้ก็แจ๋วเลย

Forum Timezone: Asia/Bangkok

Most Users Ever Online: 217

Currently Online:
7 Guest(s)

Currently Browsing this Page:
1 Guest(s)

Member Stats:

Guest Posters: 254

Members: 2269

Moderators: 10

Admins: 1

Forum Stats:

Groups: 2

Forums: 7

Topics: 410

Posts: 1422

Administrators: FundTalk: 678