Webboard

A A A

Please consider registering
Guest

sp_LogInOut Log In sp_Registration Register sp_MemberList Members

Register | Lost password?
Advanced Search

— Forum Scope —




— Match —





— Forum Options —





Minimum search word length is 4 characters - maximum search word length is 84 characters

sp_Feed sp_TopicIcon
การเปิดเสรีการเงิน ใครมีส่วนได้ส่วนเสียยังไงครับ
sp_NewPost Add Reply sp_NewTopic Add Topic
May 26, 2010
10:03 pm
JM
Guest
Guests

เห็นได้ข่าวออกมาบ่อยๆว่าจะเปิดเสรีทางการเงิน ถ้าเปิดมันจะเป็นส่วนไหนของระบบการเงินครับ เห็นปีนี้โบรคทั้งหลายเริ่มปรับค่าคอมลงมาตรงนี้จะเกี่ยวด้วยไหมครับ แต่คนที่ได้จริงๆกลับเป็นรายใหญ่  แล้วจริงๆนั้นประเทศไทยโดยรวมมีส่วนได้เสียยังไงกับการเปิดเสรีทางการเงินครับ

May 27, 2010
3:00 pm
Admin
Members
Forum Posts: 678
Member Since:
August 18, 2009
sp_UserOfflineSmall Offline
มีทั้งข้อดีข้อเสียครับ
เนื่องจากผมยังไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้ในเชิงลึกขออนุญาตนำข้อมูลทีืี่หาได้จาก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง มาแชร์นะครับ
การเปิดเสรีทางการเงินภายใต้กรอบการเจรจาทวิภาคี (FTA)


การเปิดเสรีทางการเงิน
ภายใต้กรอบการเจรจาทวิภาคี (FTA)

โอกาส

ด้านบริการ :

    1) มีความหลากหลายในการให้บริการทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น

    2) คุณภาพการบริการดีขึ้นเนื่องจากมีการแข่งขันกันในการให้บริการ

    3) ต้นทุนการใช้บริการถูกลง

ด้านระบบสถาบันการเงิน :

    1) สถาบันการเงินภายในประเทศจะมีความเข้มแข็งขึ้น เนื่องจากต้องปรับตัวให้สามารถ
    แข่งขันกับสถาบันการเงินต่างประเทศในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การบริหารการจัดการ
    ความเสี่ยง การนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ เป็นต้น

    2) สถาบันการเงินทั้งใน
    และต่างประเทศจะแบ่งตลาดการบริการโดยเจาะเข้าสู่กลุ่มเป้าหมาย
    ทำให้มีความชำนาญในการให้บริการเฉพาะกลุ่ม ด้านความน่าเชื่อถือของประเทศ
    ผลจากการปรับตัวตังกล่าว ทำให้สถาบันการเงินของไทยได้รับความน่าเชื่อถือ
    เนื่องจากมีการยกระดับระบบการบริหารงานที่มีมาตรฐานสากล

ข้อจำกัด

ด้านการกำกับดูแล :

    1) การตรวจสอบข้อมูลอาจดำเนินการได้ยากขึ้น เช่น ด้านการตรวจสอบบัญชีระหว่างบริษัทแม่
    กับบริษัทลูกซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติ

    2)
    มีการให้บริการในลักษณะที่มีความซับซ้อนและมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมาก
    ยิ่งขึ้น เช่น Electronic Banking ซึ่งประเทศไทยยังขาดกฎ ระเบียบต่าง ๆ
    ในการกำกับดูแล ด้านการสนองนโยบายรัฐบาล
    รัฐไม่สามารถแทรกแซงการดำเนินงานได้ในกรณีที่ขอความร่วมมือให้ปฏิบัติ
    ตามนโยบายรัฐบาล เช่น การขอความร่วมมือเพื่อให้สินเชื่อแก่ SMEs
    หรือระดับรากหญ้าได้ ด้านความสามารถในการแข่งขันของสถาบันการเงินไทย
    หากสถาบันการเงินในประเทศไม่มีการปรับตัว หากมีการแข่งขันอย่างรุนแรง
    อาจส่งผลให้จำนวนสถาบันการเงินในประเทศลดลง (Hollowing out effect)


แผนรองรับ การเปิดเสรีด้านการเงิน

    ด้านนโยบาย
    กระทรวงการคลังได้จัดตั้งคณะทำงานพิจารณาการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการ
    เงิน
    ทำหน้าที่พิจารณาเตรียมการวางแนวนโยบายการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน
    ในกรอบต่างๆ
    ให้เป็นไปอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับระดับการพัฒนาของภาคการเงินและภาวะ
    เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย
    ซึ่งได้มีการหารือกับหน่วยงานที่กำกับดูแลบริการการเงิน ประกอบด้วย
    ธนาคารแห่งประเทศไทย (กำกับดูแลธุรกิจธนาคารพาณิชย์)
    สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
    (กำกับดูแลธุรกิจหลักทรัพย์) และกรมการประกันภัย
    (กำกับดูแลธุรกิจประกันภัย)

    การปรับปรุงระบบกฎหมาย
    หน่วยงานภาครัฐได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดเสรีการเงิน เช่น
    กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดทำแผนแม่บททางการเงิน อีกทั้ง
    กำลังอยู่ในระหว่างการเสนอร่างพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน
    พ.ศ........ และร่างพระราชบัญญัติการจัดตั้งสถาบันประกันเงินฝาก พ.ศ......
    และกรมการประกันภัย
    อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องในด้านประกันภัย
    เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น เป็นต้น


    การมีส่วนร่วมของบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสีย

    กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประสานงานกับหน่วยงานภาคเอกชนต่างๆ
    ที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจได้รับผลกระทบอันเกิดจากการเปิดเสรีการเงิน เช่น
    สมาคมธนาคารไทย สมาคมหลักทรัพย์ สมาคมธุรกิจประกันภัยต่างๆ เป็นต้น
    ซึ่งทุกฝ่ายได้ตระหนักถึงความสำคัญ
    และได้ร่วมกันหารือเพื่อเตรียมความพร้อมมาโดยตลอด


การเปิดเสรีการเงินในกรอบทวิภาคีแตกต่างกับที่ผ่านมาอย่างไร

    กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) มีลักษณะอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจการเงินในประเทศตามกฎหมายปัจจุบัน

    กรอบอาเซียน (ASEAN)
    มีวัตถุประสงค์ในการเปิดเสรีให้กับสมาชิกอาเซียนมากกว่าที่ได้ให้ข้อผูกพัน
    ไว้ภายใต้ WTO
    แต่ในทางปฏิบัติสมาชิกอาเซียนไม่ได้มีการเปิดเสรีให้แก่กันมากนัก
    เนื่องจากมีระดับการพัฒนาในภาคการเงินของสมาชิกที่แตกต่างกัน


    กรอบทวิภาคี ในปัจจุบัน รัฐบาล
    ได้ให้ความสำคัญกับการเปิดเสรภายใต้กรอบความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA)
    โดยมีลักษณะการเจรจาเป็นแบบทวิภาคีเพิ่มมากขึ้น
    เนื่องจากความคล่องตัวในการจัดทำความตกลงและการพิจารณาผลได้ผลเสียจากความ
    ตกลงเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชาติ
    ซึ่งแตกต่างจากที่ได้มีการเปิดเสรีในรูปแบบพหุภาคีที่ผ่านมาซึ่งใช้เวลานาน
    ในการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลง ทั้งนี้ การเปิดเสรีในกรอบ FTA
    ทวิภาคีจะมีลักษณะครอบคลุมสาขาต่างๆ และเป็นไปในเชิงลึกมากกว่า
    อย่างไรก็ตาม ไทยก็ยังคงให้การสนับสนุนการเจรจาเปิดเสรีในกรอบพหุภาคี WTO
    และกรอบอาเซียนด้วยเช่นเดิม


การเตรียมความพร้อมของสถาบันการเงินไทย

    จาก
    การหารือกับภาคธุรกิจการเงินของไทยที่ผ่านมาเห็นว่า
    ยังต้องอาศัยระยะเวลาในการดำเนินการเตรียมความพร้อม
    และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรองรับการเปิดเสรีที่จะเกิดขึ้น
    ดังกล่าวอีกระยะหนึ่ง
    ถึงแม้ว่าการเปิดเสรีการเงินจะทำให้มีการพัฒนาระบบการเงินในภาพรวมก็ตาม
    และผู้บริโภคอาจจะได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายก็ตาม
    แต่การเปิดเสรีจะต้องเป็นไปโดยคำนึงถึงการสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจการ
    เงิน และการวางมาตรการในการกำกับดูแลที่เหมาะสมของภาครัฐ
    และมีการเปิดเสรีอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
    จึงจะทำให้ประเทศไทยได้รับผลประโยชน์จากการเปิดเสรีการเงินอย่างแท้จริง


ความคืบหน้าของการจัดทำ FTA

    ขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างการเตรียมการเจรจาจัดทำ FTA
    รวมทั้งสิ้น 9 กรอบ (สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน บาห์เรน อินเดีย
    BIMST-EC เปรู และนิวซีแลนด์)
    ความคืบหน้าที่ผ่านมาจะมุ่งเน้นการเจรจาการลดภาษีสินค้าเป็นหลัก
    สำหรับการเจรจาในสาขาการเงินที่ได้เริ่มดำเนินการแล้วมีเพียงกรอบ
    ไทย-สหรัฐฯ ไทย-ญีปุ่น และไทย-บาห์เรน โดยมีความคืบหน้าดังนี้

    ไทย-สหรัฐ สหรัฐฯ

    ได้ยื่นร่างความตกลงด้านการเงินฉบับแรกมาให้ฝ่ายไทยพิจารณา
    ซึ่งเป็นความตกลงมาตรฐานที่มีรูปเดียวกันกับความตกลงที่เคยมีแล้วของ
    สหรัฐฯ-สิงคโปร์ สหรัฐฯ-ชิลี เป็นต้น และขอใช้วิธีการเจรจาแบบ Negative
    List กล่าวคือ ให้ระบุเฉพาะสาขาบริการการเงินที่ต้องการสงวนไว้
    นอกจากรายการที่ระบุไว้จะถือว่าเปิดให้ดำเนินการได้หมด
    ซึ่งฝ่ายไทยกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม

    ไทย-ญี่ปุ่น
    การจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic
    Partnership Agreement : JTEPA) มีข้อบทที่เกี่ยวข้องกับสาขาการเงิน 2 ข้อ
    คือ 1) ความร่วมมือทางด้านการเงิน (Financial Services Co-operation) และ
    2) การค้าบริการด้านการเงิน (Financial Services Liberalization)
    ซึ่งการเจรจาทั้ง 2 บท มีความคืบหน้ามาเป็นลำดับ
    โดยในเรื่องความร่วมมือด้านการเงินอาจได้ข้อสรุปในระยะเวลาอันใกล้นี้
    แต่ในเรื่องการบริการด้านการเงินนั้นอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
    เพื่อพิจารณาแนวทางการเจรจาให้ละเอียดรอบคอบ
    เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาคการเงินของไทย
    และให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินฉบับล่าสุด

    ไทย-บาห์เรน
    บาห์เรนขอให้ไทยเปิดเสรีในสาขาธนาคารพาณิชย์ การประกันภัย และการร่วมทุน
    พร้อมกับได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษในสาขาธนาคารอิสลาม
    ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาในรายละเอียด

    หมายเหตุ สำหรับประเทศอื่นๆ นอกเหนือจาก 3 ประเทศดังกล่าวข้างต้นยังไม่มีการเริ่มเจรจาด้านการเงิน

Forum Timezone: Asia/Bangkok

Most Users Ever Online: 217

Currently Online:
4 Guest(s)

Currently Browsing this Page:
1 Guest(s)

Member Stats:

Guest Posters: 253

Members: 2219

Moderators: 10

Admins: 1

Forum Stats:

Groups: 2

Forums: 7

Topics: 373

Posts: 1384

Administrators: FundTalk: 678