Webboard

A A A

Please consider registering
Guest

sp_LogInOut Log In sp_Registration Register sp_MemberList Members

Register | Lost password?
Advanced Search

— Forum Scope —




— Match —





— Forum Options —





Minimum search word length is 4 characters - maximum search word length is 84 characters

sp_Feed sp_TopicIcon
FundTalk - กองทุนรวม FIF ที่คุณไม่ควรพลาด
sp_NewPost Add Reply sp_NewTopic Add Topic
October 4, 2009
9:34 pm
Admin
Members
Forum Posts: 678
Member Since:
August 18, 2009
sp_UserOfflineSmall Offline

หากพูดกันเรื่องการลงทุนในกองทุนรวม ผมคิดว่านักลงทุนไทยควรให้ความสำคัญกับกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ หรือ Foreign Investment Fund (FIF) เนื่องจากกองทุน FIF นั้นเปิดโอกาสที่ดีให้นักลงทุนไทยสามารถกระจายเงินลงทุนไปยังต่างประเทศได้ ซึ่งการกระจายการลงทุน (Diversification) นี้เองที่หนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการจัดสรรการลงทุน (Asset Allocation) คิดดูง่าย ๆ ครับ หากเราจัดสรรเงินลงทุนที่เรามีกระจุกอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง ความเสี่ยงที่เราจะต้องเผชิญโดยตรงก็คือ ความเสี่ยงของประเทศนั้น (Country Risk) ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในด้านการเมือง ด้านกฎระเบียบ หรือจะเป็นด้านเศรษฐกิจก็ตาม อย่างเช่นประเทศไทยของเราที่มีปัญหาการเมืองเรื่องกีฬาสีติดต่อกันมา 3 ปีแล้ว หรือในอดีตที่เคยมีประกาศมาตรการ 30% ควบคุมเงินไหลเข้าประเทศก็ตาม วันนี้ผมจะมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคุณผู้อ่านครับ ว่ากองทุน FIF ในเมืองไทยประเภทใดที่ควรมีไว้สำหรับการจัดสรรเงินลงทุนระยะยาวของนักลงทุน

กองทุนรวม FIF ตราสารหนี้ (Fixed Income FIF)

ผมชอบกองทุนตราสารหนี้ในประเทศที่ออกโดยรัฐบาลของกลุ่ม Emerging Market เช่นประเทศบราซิล อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น เพราะผมมองว่าความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลอยู่ในระดับต่ำ และอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลของประเทศเหล่านั้นอยู่ในระดับที่สูง เช่น Yield ของพันธบัตรรัฐบาลอินโดนีเซีย 10 ปี ที่ระดับประมาณเกือบ 10% ประกอบกับทิศทางค่าเงินของประเทศในกลุ่ม Emerging Market มีแนวโน้มแข็งค่าจากการเกินดุลการค้า ปัจจุบันมีหลายบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนครับที่มีกองทุนที่ลงทุนใน Emerging Market Bond ดังที่กล่าวข้างต้น

กองทุนรวม FIF ตราสารทุน (Equity FIF)

ในทฤษฎีการการจัดสรรการลงทุนโดยทั่วไป มักแนะนำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนไปทั่วโลก เพื่อให้ได้ Risk adjusted return ที่เหมาะสม แต่ในมุมมองของผม ผมชอบที่จะลงทุนในหุ้นของประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีใน 1 – 3 ปีข้างหน้า ซึ่งได้แก่ ภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะจีน แต่ไม่รวมญี่ปุ่น (Asia ex Japan) หรือประเทศในกลุ่ม BRIC ซึ่งได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน เป็นต้น และในช่วง 1 – 3 ปีข้างหน้านี้เองที่ผมไม่แนะนำให้เน้นลงทุนในกลุ่มประเทศที่มีแนวโน้มการเจริญเติบโตค่อนข้างต่ำ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ยุโรป รวมถึงประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันกองทุนรวม FIF ทีเสนอขายในบ้านเราก็มีกองทุนที่ผมกล่าวมาค่อนข้างครบไม่ว่าจะเป็น Asia Ex Japan หรือ BRICs

กองทุนรวม FIF ที่ลงทุนในโภคภัณฑ์ (Commodity FIF)

อีกหนึ่งประเภทการลงทุนที่ผมคิดว่านักลงทุนควรให้ความสนใจ คือสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity)  ได้แก่ น้ำมัน, สินค้าเกษตร และทองคำ ทั้งนี้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ของโลกได้ปรับตัวลดลงเป็นอย่างมากในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา เช่น ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงจากระดับ 140 เหรียญมาที่ 65 เหรียญต่อบาร์เรลในปัจจุบัน หรือราคาข้าวทีปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดที่ 24 เหรียญ มาที่ 13 เหรียญต่อ Hundredweight (ประมาณ 50 กิโลกรัม) ใน 1 – 3 ปีข้างหน้ามีโอกาสที่ดีที่เศรษฐกิจจะฟื้นไปพร้อมกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้ครับ สุดท้ายเลยที่ขาดไม่ได้คือกองทุนทองคำครับ (อ่านบทความ “แบ่งเงิน ไปซื้อทอง” ได้ที่ http://fundmanagertalk.com/inv.....-buy-gold/ )เป็นโอกาสที่ดีของนักลงทุนไทยครับ ที่เรามีกองทุนรวม FIF ทีลงทุนในน้ำมัน, สินค้าเกษตร และโภคภัณฑ์ สนอขายอยู่ในปัจจุบัน

สำหรับท่านนักลงทุนที่สนใจจะศึกษาต่อในรายละเอียดของกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศแต่ละกองทุน ถึงขั้นตอนการซื้อขายผลประกอบการในอดีต หรือรายละเอียดของหลักทรัพย์ที่แต่ละกองทุนลงทุนแนะนำให้ศึกษาเริ่มจากเวบไซต์ของสมาคมบริษัทจัดการลงทุนที่ http://www.aimc.or.th ครับ นอกจากนี้ยังสามารถฝากคำถามไว้ได้ในเวบบอร์ดกองทุนที่ http://fundmanagertalk.com/forum/ โดยผมจะทยอยเอารายละเอียดของกองทุนต่าง ๆ รวมถึงผลประกอบการย้อนหลัง มานำเสนอให้กับเพื่อน ๆ นักลงทุน ผ่านทางช่องทางนี้ครับ

October 4, 2009
9:57 pm
Member
Members
Forum Posts: 15
Member Since:
October 5, 2009
sp_UserOfflineSmall Offline

ขอแสดงความเห็นที่แตกต่างหน่อยนะครับ

สำหรับท่านที่จะลงทุน FIF ตราสารหนี้ น่าจะต้องพิจารณาความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยนะครับ

หรือหากกองทุนนั้นๆ ทำประกันความเสี่ยงเอาไว้ ผลตอบแทนของกองทุนนั้นก็จะต้องลดลงมาบางส่วน

ส่วน FIF ตราสารทุน ผมอาจจะมองโลกในแง่ร้ายมากไปหน่อย แต่เท่าที่สังเกตกองทุนใหม่ๆที่ออกมา มักจะออกมาในช่วงที่ตลาดนั้นๆกำลังบูม (คือนักลงทุนส่วนใหญ่มีความคาดหวังที่สูงอยู่) เพราะถ้าออกกองทุนมาก่อนที่ตลาดนั้นจะบูมก็จะไม่มีตัวเลขผลตอบแทนย้อนหลังที่สวยหรูมาดึงดูดลูกค้า และหลังจากกองทุนออกมาไม่นาน มักจะเกิดฟองสบู่แตก ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนเหล่านั้นมักจะไม่สวยงามนัก ความเห็นส่วนตัวนะครับ ไม่มีหลักฐานรองรับ

October 5, 2009
12:04 am
Admin
Members
Forum Posts: 678
Member Since:
August 18, 2009
sp_UserOfflineSmall Offline

chut said:

สำหรับท่านที่จะลงทุน FIF ตราสารหนี้ น่าจะต้องพิจารณาความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยนะครับ

หรือหากกองทุนนั้นๆ ทำประกันความเสี่ยงเอาไว้ ผลตอบแทนของกองทุนนั้นก็จะต้องลดลงมาบางส่วน

ส่วน FIF ตราสารทุน ผมอาจจะมองโลกในแง่ร้ายมากไปหน่อย แต่เท่าที่สังเกตกองทุนใหม่ๆที่ออกมา มักจะออกมาในช่วงที่ตลาดนั้นๆกำลังบูม


สำคัญอย่างที่คุณ Chut บอกครับ ควรดูเรื่อง FX Risk ด้วยครับ ซึ่งโดยมากจะมีเขียนบอกในหนังสือชี้ชวนของกองทุนครับ

ในเรื่อง Timing ในการออก FIF ผมก็เห็นด้วยกับคุณ Chut (อีกแล้ว Wink) ครับ ส่วนตัวผมมักไม่ค่อยซื้อตอน IPO เหมื่อนกันครับ

เดี๋ยวไว้มีเวลาจะมาไล่เรียงให้ดูครับว่ากองทุนแต่ละประเภทที่แนะนำในบทความนี้มีกองทุนอะไรบ้าง ส่วนใหญ่เป็นกองทุนที่มีเสนอขายอยู่แล้วในปัจจุับันครับ ไม่ได้เป็นกองใหม่ที่กำลังจะ IPO

April 8, 2010
8:55 pm
Member
Members
Forum Posts: 3
Member Since:
April 8, 2010
sp_UserOfflineSmall Offline

FundTalk said:


สำคัญอย่างที่คุณ Chut บอกครับ ควรดูเรื่อง FX Risk ด้วยครับ ซึ่งโดยมากจะมีเขียนบอกในหนังสือชี้ชวนของกองทุนครับ

 

ในเรื่อง Timing ในการออก FIF ผมก็เห็นด้วยกับคุณ Chut (อีกแล้ว Wink) ครับ ส่วนตัวผมมักไม่ค่อยซื้อตอน IPO เหมื่อนกันครับ

 

เดี๋ยวไว้มีเวลาจะมาไล่เรียงให้ดูครับว่ากองทุนแต่ละประเภทที่แนะนำในบทความนี้มีกองทุนอะไรบ้าง ส่วนใหญ่เป็นกองทุนที่มีเสนอขายอยู่แล้วในปัจจุับันครับ ไม่ได้เป็นกองใหม่ที่กำลังจะ IPO

 


 

อยากทราบว่ามีกองทุนไหนแนะนำบ้างครับ

January 4, 2011
7:49 pm
BKK
Member
Members
Forum Posts: 15
Member Since:
November 9, 2010
sp_UserOfflineSmall Offline

ปี2554 หรือ 2011นี้ ไม่ทราบว่าคุณเจษฎาและท่านอื่นๆ มีกองทุนFIFกลุ่มไหนแนะนำเป็นพิเศษมั๊ยครับ

ในส่วนตัวผม เท่าที่ตามข่าวและบทสัมภาษณ์จากแหล่งต่างๆ(ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าน่าเชื่อถือแค่ไหน)

เห็นแนะนำกองทุนทองคำที่ประกันอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากค่าเงินUSDจะอ่อนค่าลง

และกองทุนตราสารหนี้ เช่น TMBGBF และKF-TRBไว้ลดความผันผวน

 

ปล. ตอนนี้ถือ KT-Precious, KF-TRB และTMBCHEQอยู่ อย่างละ3%ของเงินที่ลงในกองทุน(ที่เหลือก็LTF กับBond fundในประเทศ)

KF-TRBมีแผนว่าจะทยอยซื้อ ส่วนTMBCHEQ กับKT-Preciousยังไม่มีแผนจะทำยังไงต่อ

ยังไงก็ขอคำแนะนำด้วยนะครับ

January 4, 2011
9:05 pm
Admin
Members
Forum Posts: 678
Member Since:
August 18, 2009
sp_UserOfflineSmall Offline

ส่วนตัวปีนี้ผมชอบ Oil Fund, China Equity ครับ ถ้าพอรับความเสี่ยงได้น่าสนใจครับ

 

สำหรับกอง TMBGBF และ KF-TRB ผมชอบทั้งสองกองครับ ซึ่งผมมองว่าดีสำหรับลงทุนในระยะยาว และปีนี้ผมมองว่า Yield ของสหรัฐก็จะปรับตัวแบบ sideway คือขึ้น ๆ ลง ๆ  โดยที่ fedfund rate ยังคงอยู่ที่ระดับ 0.25% ไปตลอดทั้งปี

March 8, 2011
10:59 pm
BKK
Member
Members
Forum Posts: 15
Member Since:
November 9, 2010
sp_UserOfflineSmall Offline

ณ ตอนนี้ Oil ขึ้น Gold ขึ้น China equityขึ้น

แล้ว Emerging market bond fund, Emerging market equity, BRIC equity มีแนวโน้มจะสดใสบ้างมั๊ยครับ

กำลังเล็งๆของ ING กับ AYF

March 13, 2011
10:42 pm
Admin
Members
Forum Posts: 678
Member Since:
August 18, 2009
sp_UserOfflineSmall Offline

Tateh said:

ณ ตอนนี้ Oil ขึ้น Gold ขึ้น China equityขึ้น

แล้ว Emerging market bond fund, Emerging market equity, BRIC equity มีแนวโน้มจะสดใสบ้างมั๊ยครับ

กำลังเล็งๆของ ING กับ AYF


ณ เวลานี้ (มี.ค. 2011) ผมชอบ oil, gold, china equity สำหรับการลงทุนระยะยาว 2 - 3 ปี มากกว่าครับ
Emerging Market และ BRIC Equity หากดู Valuation อยู่ใกล้ ๆ Fair Value พอจะลงทุนได้ แต่ผมมองว่ามี upside น้อยกว่าครับ
Forum Timezone: Asia/Bangkok

Most Users Ever Online: 217

Currently Online:
3 Guest(s)

Currently Browsing this Page:
1 Guest(s)

Member Stats:

Guest Posters: 253

Members: 2221

Moderators: 10

Admins: 1

Forum Stats:

Groups: 2

Forums: 7

Topics: 373

Posts: 1384

Administrators: FundTalk: 678