InvestmentTalk – ออมเงิน กับ พันธบัตรออมทรัพย์

FundTalk – ลงทุนกองทุนอะไรดี ?
23/08/09
CareerTalk – ประโยชน์ของการสอบ CFA, CISA
06/09/09

หลังจากพันธบัตรไทยเข็มแข็งของกระทรวงการคลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมากมาย ครั้งนี้ถึงคราวแบงค์ชาติออกพันธบัตรออมทรัพย์กันบ้าง บางท่านอาจสงสัยว่าทำไมแบงค์ชาติต้องกู้เงิน มีเงินไม่พอหรือ ? คำตอบคือ ไม่ใช่ครับ สาเหตุที่แบงค์ชาติตัดสินใจออกพันธบัตรออมทรัพย์ในครั้งนี้ เพราะต้องการให้นักลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้สหกรณ์ มูลนิธิ และองค์การสาธารณะที่ไม่มุ่งหวังกำไรได้มีโอกาสลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ รวมถึงเป็นการปรับสภาพคล่องในตลาดเงินของประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

สรุปรายละเอียด พันธบัตรออมทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2552 ครั้งที่ 1

วันที่เปิดขาย             3, 4 และ 7 กันยายน 2552 นี้

ปริมาณที่ออก           50,000 ล้านบาท

วงเงินซื้อขั้นต่ำ          50,000 บาทต่อราย

อายุ                         แบ่งออกเป้น 2 รุ่น อายุ 4 ปี และ 7 ปี

ดอกเบี้ย                   รุ่น 4 ปี จ่ายดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี

รุ่น 7 ปี จ่ายดอกเบี้ยแบบขั้นบันได ปีที่ 1 – 2 ร้อยละ 3, ปีที่ 3 – 4 ร้อยละ 4, ปีที่ 5 – 6 ร้อยละ 5, ปีที่ 7 ร้อยละ 6

ภาษี                         หักภาษี ณ ที่จ่ายเหมือนการฝากเงิน และลงทุนในพันธบัตรอื่น ๆ

สถานที่จำหน่าย       ธนาคารแห่งประเทศไทย และ ธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง

ผลตอบแทนและความน่าลงทุน

ผลตอบแทนของ รุ่น 4 ปี ก่อนภาษีคือ 3.5% หลังหักภาษีอยู่ที่ 2.975%

ตอบแทนของ รุ่น 7 ปี เมื่อคิด IRR ก่อนภาษีอยู่ที่ 4.2% หลังหักภาษีอยู่ที่ 3.58% (  ศึกษาเรื่องการคิด IRR เพื่อหาผลตอบแทนของตราสารหนี้ที่จ่ายคูปองแต่ละปีไม่เท่ากันได้ใน http://fundmanagertalk.com/category/investment/bond/ )

หากเทียบผลตอบแทนกับพันธบัตรรัฐบาลอายุ 4 ปี และ 7 ปี ที่มีขายอยู่ในตลาดรองอยู่ที่ 2.90% และ 3.49% ตามลำดับ (ข้อมูลจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยวันที่ 1 ก.ย. 52 เท่ากับว่าพันธบัตรออมทรัพย์ให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล (premium) อยู่ที่ประมาณ 0.60% และ 0.70% ตามลำดับ ซึ่งถือว่าดีกว่าไปซื้อพันธบัตรเองโดยตรงผ่านธนาคารพาณิชย์ (ถ้าเราดูเทียบกับพันธบัตรไทยเข็มแข็งครั้งที่ผ่านมาค่า premium จะอยู่ที่ 1.09% ดีกว่าพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นนี้ที่ออกมาพอสมควร)

หากดูจากประมาณการเศรษฐกิจของแบงค์ชาติ มองว่าเศรษฐกิจไทยจะโตเฉลี่ยประมาณ 4% และเงินเฟ้ออยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 4.5% ขณะที่วันนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.25% ผมมองว่าถ้าตัวเลขเศรษฐกิจเป็นไปตามที่แบงค์ชาติประมาณการ มีโอกาสสูงที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับขึ้นในปีหน้าหลังจากเศรษฐกิจฟื้นตัว และเมื่อดูจากโครงการไทยเข็มแข็ง 2555 ของรัฐบาลนี้แล้ว เชื่อว่าจะมีพันธบัตรออกมาอีกมากใน 1 – 2 ปีข้างหน้า ดังนั้นคำแนะนำคือการ ทยอยลงทุน โดยแบ่งเงินออมบางส่วนมาซื้อพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นนี้ครับ เก็บสภาพคล่องไว้ด้วยอีกส่วนหนึ่ง เพราะของดียังมีอีกเยอะ

พันธบัตรไทยออมทรัพย์เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย และรู้สึกว่าดอกเบี้ยเงินฝากยังไม่จูงใจ อย่างไรก็ตาม ผมแนะนำให้ศึกษา และกระจายการลงทุนไปยังผลิตภัณฑ์อื่นที่จัดว่าเสี่ยงต่ำเช่นกัน เช่น กองทุนพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้อายุ 6 เดือน – 2ปี ผลตอบแทน 2.0 – 3.50% หรือกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลของประเทศตะวันออกกลางเช่น กาตาร์ ทีอายุประมาณ 4 – 5 ปี และให้ผลตอบแทนประมาณ 3.5 – 4.0%

FundTalk
FundTalk
คุณเจษฎา สุขทิศ, CFA | Twitter: @FundTalk | Line ID: @Jessada ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน หรือ “CIO” ที INFINITI Global Investors โดยคุณเจษฎา มีประสบการณ์ยาวนานในสายงานผู้จัดการทุน มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ กองทุน และการจัดพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก (Global Asset Allocation) โดยก่อนที่จะมาก่อตั้ง บลน.อินฟินิติ คุณเจษฎา ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนที่ บลจ. ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล นอกจากนี้คุณเจษฎา ยังรับหน้าที่เป็นวิทยากรให้กับมหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่าง ๆ ในตลาดทุน และการให้ความรู้เรื่องการลงทุนผ่านการเขียนบทความ /บล็อก ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ, settrade.com, FundManagerTalk.com และ jessada.net

9 Comments

  1. BeLoved says:

    ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะค่ะ อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่าต้องไปปรับการลงทุนของตัวเองตามความเสี่ยงที่ต้องการซะแล้ว

  2. BeLoved says:

    thank u for your suggestion.. i may have to adjust my port. after reading this.

  3. FundTalk says:

    ขายดีเกินคาดจริง ๆ

    ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) สรุปยอดการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของ ธปท.ปี 52 ครั้งที่ 1 ซึ่งจำหน่ายในระหว่างวันที่ 3-7 ก.ย.52 พบว่ามียอดจำหน่ายรวม 130,685.47 ล้านบาท แบ่งเป็น พันธบัตรอายุ 4 ปี ประมาณ 40% และพันธบัตรอายุ 4 ปี ประมาณ 60% ทั้งนี้ มีผู้สนใจซื้อพันธบัตรประมาณ 60,000 ราย เฉลี่ยรายละประมาณ 2 ล้านบาท

  4. The Hee says:

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

    ผมก็ไปซื้อเช่นกันครับ ซื้อขั้นต่ำของแต่ละรุ่นเลยเพราะเบี้ยน้อย เหตุผลที่ซื้อเพราะว่า…

    1. ผลตอบแทนพอร์ตสินทรัพย์สภาพคล่องต่ำผมมันต่ำแทบติดดินเลย เลยต้องพยายามหาทางshiftผลตอบแทนขึ้นโดยเอาเงินมาบางส่วนมาซื้อเพื่อshiftผลตอบแทนขึ้นมา ถ้าเฉลี่ยคงได้ที่ประมาณ2.2-2.5%ต่อปี(เฉพาะสินทรัพย์สภาพคล่องต่ำนะครับ ไม่รวมพอร์ตหุ้นและพอร์ตการลงทุนต่างๆ เพราะว่าบันทึกแยกกันเลยสามารถดูperformanceแยกได้ แหะๆ)

    2. เขาว่ากันว่าพันธบัตรนี้เอาไปค้ำประกันได้(แต่ยังไม่เคยลองทำ เพราะเพิ่งเคยซื้อครั้งแรก)

    3. เอาไว้ไปขอแฟนแต่งงานครับ ถือพันธบัตรไป ชื่อของเราแม่ยายเอาไปไม่ได้ 555+(แต่ผมยังหาแฟนไม่ได้เลย ยังแอบสงสัยว่าจะได้แต่งงานก่อนหรือพันธบัตรจะครบdueก่อนกันแน่)

  5. ikik says:

    ^

    ^

    ^

    เหตุผลข้อ 3 ของคุณ The Hee นี่ ฮาาามาก 😀

    จะเก็บไปใช่มั่ง

  6. sixsigma says:

    ได้ความรู้เยอะ มากๆเลยอ่ะ

    thx Krub..

    แต่ก็เข้าใจน่ะ กำลังศึกษาอ่ะ อิอิ

  7. sixsigma says:

    แล้วของธนาคารออมสินอ่ะ เป็นไงเน้อ ยังงงครับ เหมือนกันอ่ะเปล่าครับ

  8. FundTalk says:

    ตอบคุณ sixsigman ครับ

    เทียบพันธบัตรออมทรัพย์ กับธนาคารออมสิน แตกต่างกันครับ

    ผู้ออกตราสารพันธบัตรออมทรัพย์คือแบงค์ชาติครับ ส่วนธนาคารออมสินก็คือแบงค์ออมสินครับ

    ประเภทของการลงทุน พันธบัตรออมทรัพย์จะเป็นใบ ๆ ครับ ซื้อขายได้ในตลาดรอง

    ส่วนของแบงค์ออมสินก็จะมีผลิตภัณฑ์เงินฝาก หรือสลากออมสินครับ ซื้อขายไม่ได้ ทำได้คือการไถ่ถอนคืนเงินฝากก่อนกำหนดครับ ซึ่งโดยมากจะไม่ได้ดอกเบี้ย

  9. pim says:

    อยากทราบวิธีการคิด IRR บอกหน่อยได้ไหมค่ะ ว่าการใช้สูตร IRR จาก EXCEl ทำได้อย่างไร หรือ เมล์บอกด้วยค่ะ sudsvey13@hotmail.com หรือโทร 02-5351490

Leave a Reply

Your email address will not be published.