InvestmentTalk – ความแตกต่างของราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI

         

           ราคาน้ำมันดิบที่พบตามหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ มักเป็นการกล่าวถึงน้ำมัน  West Texas Intermediate ที่เรียกสั้นๆว่า WTI ซึ่งใช้เป็นราคาอ้างอิงของน้ำมันในแถบอเมริกาเหนือและใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงสำหรับการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าของน้ำมันในตลาด NYMEX แต่ในระยะหลังนักลงทุนมักได้ยินคำว่า Brent มาควบคู่กับ WTI เสมอเพื่อป้องกันความสับสนเนื่องจากความแตกต่างของราคาที่ต่างกันถึง $15 ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดปกติเมื่อเทียบกับอดีตที่ราคาน้ำมันทั้งสองนี้มักมีราคาใกล้เคียงกัน (ในความเป็นจริงราคาของ WTI ควรจะสูงกว่า Brent เพราะคุณภาพน้ำมันที่ดีกว่า) ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุดังนี้

           อุปทานของน้ำมัน WTI อยู่ในสภาวะ Over supply ในขณะที่ของอุปทานของ Brent อยู่ในสภาวะ Under supply โดยปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลทำให้อุปทานของ WTI อยู่ในระดับสูงคือปริมาณการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของแคนาดาฝั่งตะวันตกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 2.2mb/d ในปี 2005 เป็น 2.9 mb/d ในปี 2010 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 3.1mb/d ในอีกสองปีข้างหน้า ในขณะที่การซ่อมบำรุงในแถบทะเลเหนือและอากาซที่หนาวเย็นในยุโรปเป็นสองปัจจัยที่ทำให้เกิดการขาดอุปทานของ Brent นอกจากนี้ อุปสงค์ของ WTI ยังถูกลดทอนจากความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่า

           ปัญหาการขนส่งและการหยุดผลิตของโรงกลั่นเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันราคาของ WTI ดังเห็นได้จากการที่ราคาของ WTI ต่ำกว่าราคาของ Louisiana Light Sweet (LLS) ที่เป็นราคาน้ำมันอ้างอิงในแถบ US Gulf Coast มาก อย่างไรก็ดี ความแตกต่างของราคา WTI – LLS น่าจะลดลงในอนาคตเมื่อสร้างท่อตรงจาก Cushing ถึง US Gulf Coast

           เหตุการณ์ความไม่สงบในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้แก่อุปทานน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งคู่ อย่างไรก็ตาม ถ้าพิจารณาในแง่ของภูมิประเทศแล้วปัจจัยนี้น่าจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ Brent มากกว่า เช่นในกรณีของอิยิป ต์อาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านคลองสุเอชและท่อ SUMED ระหว่างทะเลแดงและเมดิเตอร์เรเนียน

               นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมมีสามประการคือ 1. ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่จากโอมาน ดังนั้น ประโยชน์ที่ได้รับจากการที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ต่ำกว่า Brent หรือ Dubai จึงไม่น่าจะมี 2. จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญในตลาดน้ำมัน พบว่า ราคาของ WTI ที่ต่ำนั้นเป็นเพียงราคาของ Paper Trading แต่ราคาของ Physical Trading นั้นสูงกว่ามาก 3. ผลกระทบต่อนักลงทุนที่เห็นได้ชัดคือการที่กองทุนส่วนใหญ่ในประเทศไปลงทุนใน ETF ที่มีผลตอบแทนอ้างอิงกับราคาของ WTI จึงทำให้ได้ผลตอบแทนที่ต่ำเมื่อเทียบกับ Brent

Share this Story

Related Posts

Facebook Comments

Check Also

EconomicTalk – การกลับมาอีกครั้งของ Operation Twist

           Operation Twist เกิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1961 ยุคที่เศรษฐกิจอเมริกาเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยรัฐบาล John ...

About Tikamporn

ฑิฆัมพร วิชัยธรรมธร, CFA สำเร็จ การศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาตรีสาขาบริหารการตลาดจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง จากนั้นได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2549 คุณฑิฆัมพรเริ่มต้นการทำงานในสายงานการเงินเมื่อปี พ.ศ. 2549 ที่ฝ่ายบริหารเงิน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญการบริหารกลยุทธ์สินทรัพย์และหนี้สิน จากนั้นจึงได้รับโอกาสให้บริหารพอร์ตการลงทุนของธนาคารในตำแหน่งผู้ช่วยผู้ จัดการการลงทุนและผู้จัดการการลงทุนในลำดับถัดมา ต่อมาในพ.ศ. 2552 คุณฑิฆัมพรได้เข้าสู่ธุรกิจจัดการกองทุนที่ บลจ.ทิสโก้ ในตำแหน่งผู้จัดการกองทุน และได้ร่วมงานด้านการบริหารพอร์ตตราสารหนี้ที่บลจ. อยุธยาตั้งแต่พ.ศ. 2554 จนถึงปัจจุบัน คุณฑิฆัมพรมีประสบการณ์บริหารจัดการกองทุนตราสารทุน ตราสารหนี้ และสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งธุรกิจกองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนส่วนบุคคล ปัจจุบันคุณฑิฆัมพรใช้เวลาว่างจากการทำงานในการเขียนบทความด้านการลงทุน