3 เทคนิคสำคัญ ใช้จัดพอร์ตรับวัยเกษียณ

แชร์บทความนี้

สภาพสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย

คำว่า  “สังคมผู้สูงอายุ หรือ Aging Society” ปรากฏอยู่ในข่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่ได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2548 องค์การสหประชาชาติหรือ UN ได้ให้คำนิยามสังคมผู้สูงอายุว่า คือประเทศที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 10% ของประชากรทั้งหมด หรือ มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 7% ของประชากรทั้งหมด

สำหรับประเทศไทยเรามีผู้สูงอายุมากถึง 14% และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 30% ในอีก 30 ปีข้างหน้า สาเหตุ 3 อย่างของการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุคือ 1) อัตราการเกิดน้อยลง แต่งงานกันช้า บางคู่ก็ไม่อยากมีลูก 2) ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ได้ก้าวหน้าไปกว่าแต่ก่อนมาก 3) อัตราการตายน้อยลงเนื่องจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ดีขึ้น ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

เรื่องเงินจะเป็นปัญหาใหญ่สังคมผู้สูงอายุ

ในอีก 30 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุ 15-20 ล้านคน หรือประมาณ 30% ของประชากรทั้งหมด แต่ที่น่ากลัวไปมากกว่านั้นคือสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุเป็นกลุ่มคนยากจน มีเงินใช้เดือนชนเดือน และอาจไม่สามารถหาปัจจัย 4 ได้อย่างครบถ้วน แปลว่า บางคนไม่มีที่อยู่ บางคนไม่มีข้าวกิน บางคนไม่มีเสื้อผ้าใหม่ ๆ ใส่ และบางคนไม่มีเงินซื้อยารักษาเมื่อไม่สบาย

จะเห็นได้ว่าต้นเหตุที่สำคัญที่สุดของปัญหาก็คือเรื่อง “เงิน” คนที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นกลุ่มคนที่เรียกว่ารุ่น Baby Boomer ซึ่งส่วนใหญ่ถูกปลูกฝังเรื่องความขยันและการหาเงิน แต่… คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักไม่รู้ถึงวิธีเก็บเงินที่ถูกต้อง

แล้วทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุมีเงินดูแลตัวเอง

สังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมภ์ ลูกหลานมักจะเป็นผู้ดูแลคุณพ่อคุณแม่ยามแก่เฒ่า ซึ่งแตกต่างจากสังคมตะวันตกอย่างชัดเจน ทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่าเรื่องการวางแผนเกษียณเป็นเรื่องไกลตัว จึงไม่ได้ให้ความสำคัญ ทำให้ไม่มีการวางแผนเพื่อการเกษียณอย่างถูกวิธี

มองไกล ๆ แล้วเดินไปให้ถึงเส้นชัย

รู้หรือไม่ครับว่าวันนี้คนไทยรู้จักวิธีการลงทุนที่ถูกต้องเพียง 6 – 7% เท่านั้นเอง คำว่าวิธีการลงทุนที่ถูกต้องหมายถึงการวางแผนและจัดพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมกับระยะเวลาการลงทุนและเป้าหมาย ส่วนมากคนไทยมองเรื่องลงทุนเป็นเรื่องยากและน่ากลัว อาจเป็นเพราะได้รับการปลูกฝังจากประสบการณ์ที่ไม่ดีในช่วงปี 2540 ประเทศไทยเราเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งและเราก็ผ่านพ้นมันไปได้อย่างไม่ดีนัก ปีนี้ 2560 ครบรอบ 20 ปี วิกฤติต้มยำกุ้งพอดี เพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้คนไทยหลายคนมองว่าตลาดหุ้นเป็นบ่อนการพนันเพราะหมดเนื้อหมดตัวจากช่วงวิกฤติเลยหันไปเล่นหวยกันแทน

ในความเป็นจริงแล้วคนไทยส่วนใหญ่ลงทุนอย่างไม่ถูกต้อง การลงทุนที่ถูกควรมีการจัดพอร์ตการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ  จำไว้เลยนะครับ เวลาที่ขาดทุนหุ้นตก จะมีสินทรัพย์ชนิดอื่นที่สามารถเข้ามาลดแรงกระแทกได้เสมอ

3 สิ่งที่ต้องทำสำหรับจัดพอร์ตเกษียณ

ในช่วงที่ผมยังเป็นผู้จัดการกองทุนเรื่องสังคมผู้สูงอายุนั้นได้เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้วและเป็น Mega Trend อย่างหนึ่งของประเทศเลยทีเดียว หุ้นที่เกี่ยวกับสุขภาพ โรงพยาบาล อาหารสุขภาพ ปรับตัวขึ้นมาทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ

ขณะเดียวกันที่บริษัทก็ได้พยายามคิดวิธีแก้ปัญหา “เกษียณแล้วไม่มีเงิน” ร่วมกับทีมงานของ Principal Financial Group ที่ประเทศสหรัฐฯ อยู่หลายปี สุดท้ายจึงได้สร้างกองทุนเพื่อยกระดับคุณภาพการเกษียณของคนไทยขึ้นมามีชื่อว่า “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล สมดุลตามอายุ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว หรือ Target Date Retirement Fund” กองทุนนี้ใช้เทคนิคการจัดพอร์ตการลงทุนขั้นสูง 3 อย่าง เพื่อแก้ปัญหา 3 ด้านให้กับผู้ลงทุนคือ ตัดความไม่แน่ใจว่าจะลงอะไรดี ตัดความสับสนที่จะต้องเปลี่ยนแผนการลงทุน ตัดความซับซ้อนในการลงทุน ซึ่งเป็นที่มาของ 3 เทคนิคที่ผมได้เขียนมาให้อ่านกันในวันนี้ครับ

ซึ่งกองทุนประเภทสมดุลตามอายุนี้เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายมากในต่างประเทศ เนื่องจากสามารถช่วยให้บรรลุเป้าหมายการเกษียณได้จริง จนประเทศใหญ่ๆอย่างสหรัฐฯ และฮ่องกงเลือกให้เป็นแผนการลงทุนหลัก (Default Plan) สำหรับประชากรในประเทศเลยทีเดียว

เทคนิคการลงทุนเพื่อวันเกษียณข้อที่ 1 : “อายุมากขึ้น ความเสี่ยงต้องลดลง”

สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกกังวลมากในบ้านเราคือน้อง ๆ ที่เข้าสู่วัยแรงงานใหม่ ๆ มักจะเลือกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีการลงทุนในตราสารหนี้ซะเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากรายได้ยังน้อยไม่กล้าลงทุนในหุ้นเพราะกลัวเงินหาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วน้อง ๆ ที่เข้าสู่วัยแรงงานใหม่ ๆ ควรลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในสัดส่วนที่มาก เนื่องจากมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนสูงและยังมีเวลาอีกนานในการเก็บเงิน แต่ในทางกลับกันคนที่อายุเยอะ ๆ ใกล้ ๆ วันเกษียณในบ้านเราปัจจุบันมักจะมีการลงทุนในหุ้นในสัดส่วนที่สูงมากกก บางคนอาจลงทั้ง 100% ของพอร์ตลงทุนเลยทีเดียว ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว “อายุมากขึ้น ความเสี่ยงต้องลดลง”

คำตอบของการแก้ปัญหานี้คือการสร้างพอร์ตสำหรับแต่ละช่วงอายุขึ้นมาที่เรียกว่า “Glide Path” หลักการคือในช่วงที่อายุน้อย ๆ จะเน้นลงทุนในหุ้นเยอะ ๆ เพื่อสร้างผลตอบแทน และสัดส่วนการลงทุนในหุ้นจะลดลงเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีก่อนการเกษียณสัดส่วนการลงทุนในหุ้นจะลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป้าหมายการลงทุนสำหรับผู้ที่กำลังจะเกษียณคือมุ่งเน้นรักษาเงินต้น

หน้าตา Glide Path เป็นรูปด้านล่างครับ

แกนนอนคือปีที่จะเกษียณ ถ้าใครอยากรู้ว่าตัวเองจะเกษียณปีไหนให้เอาปี ค.ศ. เกิดบวกด้วยอายุที่จะเกษียณ เช่น 60 หรือ 55

ส่วนแกนตั้งเป็นสัดส่วนการลงทุนในพอร์ตครับ

จะเห็นว่าคนที่เกษียณปี 2058 จะมีสัดส่วนหุ้นเยอะประมาณครึ่งพอร์ตและลดลงเรื่อย ๆ ตามอายุงานที่เหลือ

การทำแบบนี้เป็นหลักการลดความเสี่ยงที่สำคัญสำหรับการวางแผนลงทุนเพื่อการเกษียณ

เทคนิคการลงทุนเพื่อวันเกษียณข้อที่ 2 : “เลือกแผนลงทุนเพียงครั้งเดียว สัดส่วนจะเปลี่ยนตามอายุงานที่เหลือ”

หลายคนเลือกแผนการลงทุนสำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้ตอนเข้าทำงานและไม่เคยเปลี่ยนเลย เป็นหลักการที่ผิดอย่างยิ่ง

ปัญหาของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคือสมาชิกมักไม่ค่อยทำการเปลี่ยนแผนการลงทุนอาจจะเพราะขาดความรู้ความเข้าใจหรือไม่มีเวลา กองทุนสมดุลตามอายุมีการใช้เทคนิคปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนอัตโนมัติทุก 10 ปีเพื่อให้ความเสี่ยงลดลงเมื่ออายุมากขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อค่อย ๆ รักษาเงินลงทุนให้พร้อมในวันที่เราเกษียณ และจะมีการลดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 10 ปีสุดท้ายของการทำงานเพื่อความปลอดภัย นับว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการวางแผนการลงทุนเพื่อการเกษียณครับ

เทคนิคการลงทุนเพื่อวันเกษียณข้อที่ 3 : “วางพอร์ตระยะยาว แต่ต้องปรับเปลี่ยนได้ในระยะสั้น”

การวางแผนการลงทุนเพื่อการเกษียณเป็นการจัดพอร์ตระยะยาวสำหรับ 30 ปีข้างหน้าหรือที่เรียกว่า Strategic Asset Allocation (SAA) แต่ในความเป็นจริงนั้นพอร์ตลงทุนก็ควรมีการปรับเปลี่ยนระยะสั้นเหมือนกันเรียกว่า Tactical Asset Allocation (TAA) ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากมุมมองการลงทุนของผู้เชี่ยวชาญ

ตัวอย่างเช่นพอร์ตการลงทุนระยะยาวควรมีหุ้นอยู่ในพอร์ต 50% แต่เริ่มมีสัญญาณว่าอาจเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า ผู้จัดการกองทุนจะมีบทบาทในการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนหุ้นให้ลดลงเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยง โดยอาจลดสัดส่วนหุ้นลงเหลือ 35% เป็นต้น บางคนอาจคิดว่า ก็มันจะเกิดวิกฤติทำไมไม่เอาหุ้นออกจากพอร์ตไปให้หมดเลยล่ะ? คำตอบคือไม่ควรครับ เพราะอะไรมันก็ไม่แน่ไม่นอน วิกฤติที่คิดไว้อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง ๆ ก็ได้ และถ้าเอาหุ้นออกไปหมดแล้วไม่เกิดขึ้นพอร์ตการลงทุนของเราก็เสียโอกาสการลงทุนไปมากมายทีเดียว

นอกจากนั้นเวลาที่เราลงทุนไปนาน ๆ สัดส่วนการลงทุนอาจไม่เท่ากับที่เลือกไว้ตอนแรกจึงต้องทำการปรับสัดส่วนของพอร์ตลงทุน หรือที่เรียกว่าการทำ Portfolio Rebalancing ซึ่งจริง ๆ แล้วคือการใช้กลยุทธ์การ “ซื้อถูกขายแพง” นั่นเอง ในปีที่หุ้นขึ้นมาเยอะ ๆ เราควรขายทำกำไรออกบ้างและเอากำไรที่ได้ไปลงทุนในสินทรัพย์อย่างอื่นแทน เรียกว่าการ “ขายแพง” เพราะขายในช่วงหุ้นขึ้น ในทางตรงกันข้าม ในปีที่หุ้นตกเยอะ ๆ จนสัดส่วนเพี้ยนไปจากตอนแรกมาก เราควรซื้อหุ้นกลับเข้าพอร์ต การซื้อหุ้นในช่วงที่หุ้นตกก็คือการ “ซื้อถูก” นั่นเอง ซึ่งกองทุนกองนี้พิเศษที่ทำ Rebalancing ให้เราด้วยครับ เรียกว่าเลือกครั้งเดียวแล้วไม่ต้องห่วงพอร์ตอีกเลยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญดูแลให้ครับ

หลายคนตั้งใจลงทุนและวางแผนการเกษียณมาอย่างดี แต่พอเกษียณปุ๊ป… เอาเงินทั้งหมดออกมาจากกองทุนแล้วฝากธนาคารไว้กินดอกเบี้ยเพื่อความสบายใจ จริง ๆ แล้วทำนี้ไม่ถูกต้องนะครับ หลังจากที่เราเกษียณแล้วเรายังมีเวลาอีกหลายสิบปีก่อนที่จะเสียชีวิต เงินจำนวนนั้นก็ยังคนต้องลงทุนอยู่แต่จะเป็นการจัดพอร์ตสำหรับ “วัยหลังเกษียณ” หรือ Post Retirement Plan ซึ่งเน้นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งทาง CIMB-Principal ก็ได้ออกแบบให้มีแผนการลงทุนหลังเกษียณไว้ให้โดยเฉพาะ ทำให้มั่นใจได้ว่าการดูแลไม่ได้มีแค่ช่วงคุณทำงานเท่านั้น แต่หลังจากเกษียณไปแล้วก็ยังดูแลกันอยู่ครับ

ผมอยากให้นึกไว้เสมอนะครับว่าเรื่องการเกษียณไม่ใช่เรื่องไกลตัว อย่าคิดว่าอีกตั้งนานกว่าจะเกษียณยังไม่ต้องเตรียมตัวก็ได้ เป็นความคิดที่ผิดอย่างยิ่ง “ออมก่อน รวยกว่า” ยังคงใช้กับการลงทุนได้เสมอทุกยุคทุกสมัย ท่านที่ลงทุนวางแผนการเกษียณด้วยตัวเองก็สามารถเอา 3 เทคนิคนี้ไปปรับใช้ได้ แต่สำหรับท่านที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพผมมองว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล สมดุลตามอายุ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว หรือ Target Date Retirement Fund เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อบลจ.ซีไอเอ็มบี พรินซิเพิล 02-686-9500 ขอให้ทุกท่าน #Happy-Retirement นะครับ

FundTalk รายงาน

Facebook Comments

แชร์บทความนี้
เจษฎา สุขทิศ, CFA ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FINNOMENA & นายกสมาคมฟินเทคประเทศไทย คุณเจษฎา เคยปฏิบัติงานในตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล และเคยร่วมงานเป็นผู้จัดการกองทุนกับกลุ่ม เจพี มอร์แกน, ไทยพาณิชย์ และยูโอบี นอกจากนี้ ในปัจจุบัน คุณเจษฎา รับหน้าที่เป็นวิทยากรด้านการเงิน และฟินเทค ให้กับภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ คุณเจษฎา เคยได้รับรางวัลนักเศรษฐศาสตร์ดาวรุ่งจากสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์, รางวัล Most Astute Investor จากนิตยสาร The Asset และรางวัล Morningstar Fund Award
Posts created 103

Related Posts

Begin typing your search term above and press enter to search. Press ESC to cancel.

Back To Top