อยากส่งลูกเรียนให้จบต้องอ่าน

แชร์บทความนี้

หนึ่งในความฝันของคนเป็นพ่อเป็นแม่คือการส่งลูกเรียนให้จบ อย่างน้อยปริญญาตรี หรือจะให้ดีขอปริญญาโท ทุกวันนี้หลายคนมุ่งแต่การเก็บเงินให้เพียงพอต่อค่าการศึกษาของลูก ๆ แต่ทราบหรือไม่ว่าทุกวันนี้เราวางแผนกันผิด ๆ เอาเงินที่เตรียมไว้จ่ายค่าเทอมลูกไปฝากออมทรัพย์เสียหมด ดอกเบี้ยก็แสนน้อยนิด สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ทั้งที่ทุ่มเททั้งชีวิตในการทำงานหาเงิน กลับไม่รู้จักวิธีที่จะให้เงินที่หามาทำงานแทนเรา ดังนั้นการวางแผนการลงทุนควบคู่ไปด้วยจึงมีประโยชน์อย่างมากในการวางแผนการเงินยาวๆ แบบนี้

“เก็บเงินเพื่อการศึกษาบุตร”

เป็นการวางแผนทางการเงินระยะยาวที่ต้องคำนึงถึงฐานะการเงินระยะสั้นด้วย … จริงอยู่ที่เด็ก ๆ จะใช้เงินค่าเล่าเรียนตั้งแต่ 2-4 ขวบในชั้นเตรียมอนุบาล แต่ก็ต้องคำนึงถึงการศึกษาระยะยาวเช่นเดียวกัน เช่น ในระดับประถม มัธยม และมหาวิทยาลัย ซึ่งล้วนแต่มีแนวโน้มที่จะมีราคาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยังจำได้ในช่วงที่ตัวผมอยู่มัธยมค่าเล่าเรียนเทอมละไม่กี่พันบาท แต่เดี๋ยวนี้ถ้าเป็นโรงเรียนมัธยมดี ๆ หรือที่เป็นภาคภาษาอังกฤษค่าเทอมก็ปาไป 100,000 – 600,000 บาทแล้วครับ นี่ขนาดผ่านมาไม่ถึง 20 ปี เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายที่เราเตรียมไว้ในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอ ซึ่งเรามี 2 ทางเลือกสำหรับปัญหานี้คือ

  1. หาเงินให้มากขึ้น และเก็บไว้ในออมทรัพย์เหมือนเดิม
  2. คำนวณค่าเทอมที่ต้องจ่ายและใช้การวางแผนการลงทุนเข้ามาช่วย

ค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาบุตร 1 คน

ก่อนอื่นเริ่มต้นลองไปดูกันก่อนครับว่าจะเลี้ยงลูกสักคนต้องใช้เงินเท่าไหร่ หลายคนเห็นค่าเทอมในตารางด้านล่างแล้วถึงกับมีอึ้ง… นี่เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับลูก 1 คนนะครับ ส่วนใครมีมากกว่า 1 คน ก็ไปคูณกันดูเองนะครับ เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นผมขอแบ่งเป็น 3 ทางเลือก คือ แบบประหยัด แบบปานกลาง และแบบแพงสุด ๆ

➔           แบบประหยัด หมายถึง เรียนโรงเรียนรัฐ มหาวิทยาลัยของรัฐ และใช้จ่ายอย่างพอเพียง

➔           แบบปานกลาง หมายถึง ส่งเรียนโรงเรียนคาทอลิก ต่อด้วยมหาวิทยาลัยเอกชน และใช้จ่ายด้านอื่น ๆ อีกในระดับปานกลางค่อนข้างดี

➔           แบบจัดเต็ม หมายถึง ส่งเรียนโรงเรียนนานาชาติ ไปต่อปริญญาตรีที่ต่างประเทศ และเลี้ยงดูปูเสื่อแบบจัดเต็ม

รูปที่ 1. ค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาบุตรตามประเภทสถานศึกษา

สำหรับตารางในรูปที่ 2 เป็นประมาณการค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาบุตรต่อปีในปัจจุบันเห็นแล้วขนลุกไหมครับ

รูปที่ 2 . ประมาณการค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาในแต่ละช่วงวัย

( หมายเหตุ : ค่าใช้จ่ายการศึกษาประมาณการเพื่อใช้เป็นตัวอย่างให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ)

แล้วเงินที่ต้องใช้ทั้งหมดคือเท่าไหร่?”

อย่าลืมนะครับว่าค่าเล่าเรียนในรูปที่ 2 เป็นค่าเทอมปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนครับว่าค่าเทอมในอนาคตจะต้องแพงขึ้นอีกด้วยอิทธิฤทธิ์ของเงินเฟ้อ ซึ่งเราคิดแบบกลม ๆ คือปรับด้วยเงินเฟ้อปีละ 3% ลองคำนวณด้วยสูตรทางการเงิน ตารางด้านล่างคือเลขที่ออกครับ… (หายใจลึกๆก่อนเลื่อนลง!!)

รูปที่ 3. เงินที่ต้องใช้นับแต่เข้าเรียนจนจบปริญญาโท (ปรับด้วยเงินเฟ้อปีละ 3%)

แพงมั๊ยล่ะครับจะเลี้ยงลูกตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนจนจบปริญญาโทให้ได้ซักคนนึง แค่แบบประหยัดก็อาจทำให้หลายคนหงายหลังแล้ว ยิ่งแบบแพงสุดๆ นี่ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ โหดสุดๆ

“ถ้าไม่มีเงินก้อน แล้วแต่ละปีต้องมีเงินแบ่งไว้เพื่อลูกเท่าไร”

หลาย ๆ คนมีเพิ่งมีลูกวันนี้ หรือกำลังมีลูกอ่อน ๆ แต่ยังไม่มีเงินก้อน ไม่แปลกนักหรอกครับถ้าคุณจะตกอยู่ในกรณีนี้ ก็ไหนจะรถ ไหนจะบ้าน ไหนจะแต่งงาน กว่าจะฝ่าฟันชีวิตมาจนมีลูกนี่ต้องหมดกันไปเท่าไหร่ ตารางในรูปที่ 4 เป็นเงินที่คุณต้องเตรียมในแต่ละปี บนอัตราผลตอบแทนที่แตกต่างกัน

รูปที่ 4. เงินลงทุนที่ต้องเตรียมทุกปี หากมีลูกวันนี้ แต่ไม่มีเงินก้อน

ประเด็นสำคัญที่อยากจะชี้ให้เห็นคือผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนจะช่วยเราประหยัดเงินได้อีกมาก ยกตัวอย่างถ้าผลตอบแทนเราทำได้ 1% เราต้องเตรียมปีละ 266,216 บาท สำหรับเลี้ยงลูกในเมนู “ปานกลาง” แต่ถ้าเราลงทุนเป็นได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ในระยะยาว เราต้องเตรียมเงินเหลือเพียงปีละ 222,384 บาท

แล้วถ้าเกิดเราเสียชีวิตก่อนที่จะส่งเสียให้ลูกเรียนจนจบละ?”

อันนี้เป็นอีกประเด็นที่เราควรสนใจเช่นกัน แม้เราจากไป ถ้าเลือกได้ก็คงอยากให้ลูกเรียนจนจบเพื่อมีชีวิตที่ดี ปัจจุบันมีทางเลือกในการวางแผนการออมเพื่อการศึกษาให้กับลูกที่น่าสนใจครับ หลักการคือนำเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนในกองทุนรวมที่กระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม และนำเงินอีกส่วนหนึ่งไปซื้อความคุ้มครอง โดยทั้งหมดนี้สามารถทำได้ผ่านกรมธรรม์ประกันชีวิตฉบับเดียว ไม่ต้องแยกกันซื้อให้ยุ่งยาก

อีกทางเลือกหนึ่งของการเก็บเงินเพื่อการศึกษาลูก – เมืองไทยยูนิตลิงค์ 1 (ชำระเบี้ยประกันภัยรายงวด)

สมมติตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าคุณพ่อบ้านอยากวางแผนเพื่อการศึกษาลูก และรู้จักการลงทุนรวมถึงสามารถรับความเสี่ยงได้ปานกลาง แต่ไม่อยากลงทุนหุ้นตรงๆ ผมแนะนำให้ลองทำความเข้าใจกับผลิตภัณฑ์การเงินในรูปแบบประกันชีวิตควบการลงทุนของเมืองไทยประกันชีวิตเลยครับ

ถ้าคุณพ่อบ้านเลือกวางแผนการศึกษาลูกผ่านเมืองไทยยูนิตลิงค์ 1 (ชำระเบี้ยประกันภัยรายงวด) ด้วยฟีเจอร์ของแบบประกันจะสามารถเลือกกองทุนรวมหลากหลายนโยบายลงทุน จาก 4 บลจ. ชั้นนำ เพื่อสร้างเป็นพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างสมเหตุสมผลได้เป็นอย่างดีตามความต้องการของคุณเอง เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่าในระยะยาว

ขณะที่เงินอีกส่วนหนึ่งนั้น นำไปซื้อความคุ้มครองชีวิตจากเมืองไทยประกันชีวิต ถ้าหากพ่อเป็นอะไรไป ลูกก็จะได้เงินก้อนเพื่อส่งตัวเองเรียนจนจบ และดูแลตัวเองได้ในยามเติบโต

แต่ข้อดีที่มากกว่าของเมืองไทยยูนิตลิงค์ 1 (ชำระเบี้ยประกันภัยรายงวด) คือความยืดหยุ่น ที่สามารถปรับเปลี่ยนจำนวนเงินเอาประกันภัย หยุดพักชำระเบี้ยประกันภัยได้ สามารถถอนเงินลงทุนบางส่วนจากกรมธรรม์เพื่อวางแผนการจ่ายค่าเทอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่กรมธรรม์ยังมีความคุ้มครอง ซึ่งเป็นจุดแข็งหลักที่เหมาะมากกับการวางแผนการศึกษาลูก

ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่า Unit-Linked มีส่วนที่เป็นการลงทุนด้วย ซึ่งมีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ จึงควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยนะครับ

สนใจข้อมูล Unit-Linked จาก เมืองไทยประกันชีวิตเพิ่มเติม คลิ๊กได้เลยที่ลิงค์ด้านล่างนี้ครับ http://www.muangthai.co.th:1766/product/main/investment-linked/unit-linked-list

 

แหล่งอ้างอิง

5 อันดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีค่าเทอมถูกที่สุด เทอมละไม่เกิน 1 หมื่น มาดูกันซิว่า..มีที่ไหนบ้าง!? 

มาดูค่าเทอม 20 โรงเรียนประถมชื่อดังของไทย

https://pantip.com/topic/32206066

https://pantip.com/topic/34231193

http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9580000023141

อนุบาลค่าเทอมไม่แพง ค่าเทอมถูก (ไม่เกิน 20,000 บาท)

 

Facebook Comments

แชร์บทความนี้
เจษฎา สุขทิศ, CFA ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FINNOMENA & นายกสมาคมฟินเทคประเทศไทย คุณเจษฎา เคยปฏิบัติงานในตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล และเคยร่วมงานเป็นผู้จัดการกองทุนกับกลุ่ม เจพี มอร์แกน, ไทยพาณิชย์ และยูโอบี นอกจากนี้ ในปัจจุบัน คุณเจษฎา รับหน้าที่เป็นวิทยากรด้านการเงิน และฟินเทค ให้กับภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ คุณเจษฎา เคยได้รับรางวัลนักเศรษฐศาสตร์ดาวรุ่งจากสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์, รางวัล Most Astute Investor จากนิตยสาร The Asset และรางวัล Morningstar Fund Award
Posts created 101

Related Posts

Begin typing your search term above and press enter to search. Press ESC to cancel.

Back To Top