Home » 1. Investment Talk, 1.4 Stock

InvestmentTalk – นักลงทุนดันโด (The Dhandho Investor) ตอนที่ 2

24 May 2010 560 views 2 Comments

ต่อเนื่องจาก “ภาคแรก” เรามาต่อกันกับนักลงทุนดันโด ผมขอสรุปสั้นๆนะครับว่านักลงทุนดันโดคืออะไรสำหรับคนที่ไม่ได้อ่านในครั้งที่ผ่านมา หลักคิดของนักลงทุนดันโดมีหลักการง่ายๆคือ “การได้ผลตอบแทนที่สูงสุด ในขณะที่มีความเสี่ยงต่ำสุด” โดยมีหลักคิดอยู่ 9 ข้อ ครั้งที่ผ่านมาผมได้เขียนไปแล้ว 4 ข้อ ได้แก่ 1. มุ่งเน้นไปที่การซื้อธุรกิจซึ่งดำเนินการอยู่แล้ว 2. ซื้อธุรกิจเรียบง่ายในอุตสาหกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก  3. ซื้อธุรกิจที่มีปัญหาในอุตสาหกรรมซึ่งกำลังอยู่ในภาวะยากลำบาก 4. ซื้อธุรกิจที่มีความได้เปรียบเชิงแข่งขันอันยั่งยืน

ครั้งนี้เรามาต่อกับ 5 ข้อที่เหลือเลยนะครับ

5. เดิมพันหนักๆเมื่อคุณมีแต้มต่ออย่างชัดเจน

  • การลงทุนหนักๆนั้น หากคุณพบราคาของหุ้นนั้นถูกขายอย่างไม่มีเหตุผล แต่คุณต้องมีความเข้าใจในหุ้นตัวนั้นเป็นอย่างดี คุณควรที่จะทุ่มลงทุนกับหุ้นตัวนั้นๆ ซึ่งหากมีความผิดพลาดคุณจะเสียหายเพียงเล็กน้อย
  • มองหาหุ้นที่มีลักษณะพิเศษ เช่นในตลาดหลักทรัพย์ของไทย ผมว่ามีหุ้นบางตัวที่เข้าข่ายข้อนี้ เช่น มีหุ้นบางตัวมี put option (มีสิทธิ์จะขายที่ราคากำหนดไว้ในอนาคต) และเมื่อถึงเวลาที่ตลาดมีการเทขายออกมาอย่างหนัก ราคาหุ้นตัวนี้ต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ์อย่างมาก ซึ่งความเสี่ยงนั้นไม่มีเลยหากคุณซื้อหุ้นตัวนั้นและนำไปขายในอนาคตที่ราคากำหนดไว้
  • หุ้นบางตัวมีการการันตรีในการจ่ายเงินปันผลขั้นต่ำ มีบางช่วงราคาปรับตัวลงอย่างมาก หากคุณซื้อหุ้นตัวนี้ และหากบริษัทไม่เลิกกิจการก่อน โอกาสที่คุณจะได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงเลยทีเดียว

6. มองหาโอกาสทำอาร์บิทราจ

  • การทำอาร์บิทราจโดยปกติ
    • การทำอาร์บิทราจสินค้าโภคภัณฑ์

ในกรณีนี้มีโอกาสน้อยที่จะเกิดขึ้น เช่นคุณซื้อทองที่ร้าน A ราคา 15,000 บาท และมาขายอีกที่ร้าน B ราคา 16,000 บาท ซึ่งคุณจะได้กำไรทันที 1,000 บาท แต่ท้ายที่สุดราคาทั้ง 2 ร้านจะกลับมาเท่ากัน

  • การทำอาร์บิทราจหุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกัน
    • หุ้นที่มีการซื้อขายอยู่ใน 2 ประเทศ ซึ่งหุ้นทั้ง 2 ตัวนี้ควรมีทิศทางราคาไปด้วยกัน แต่เราจะมีข้อจำกัดในการซื้อหุ้นต่างประเทศ
    • วอร์แรนท์ ที่ใกล้ครบกำหนด และมีสถานะ in the money คือ ราคาวอร์แรนท์รวมกับราคา exercise (ราคาใช้สิทธิ) มีราคาต่ำกว่าราคาตลาดมากๆ ซึ่งโอกาสที่คุณซื้อและได้กำไรจะมีค่อนข้างสูง
    • การทำอาร์บิทราจการควบรวมกิจการ

สมมุติว่ามีธนาคาร A ประกาศควบรวมกับธนาคาร B ในราคา 32.5 บาท แต่ราคาตลาดของธนาคาร B ก่อนการควบรวมอยู่ที่ 30 บาท ซึ่งจะมีส่วนต่าง 2.5 บาทหรือ 8.3% คุณจะได้กำไรภายในไม่กี่เดือน หากนักลงทุนพิจารณาแล้วว่าโอกาสที่ธนาคาร B จะไม่ถูกขายนั้นมีน้อยมาก โอกาสขาดทุนของคุณก็จะมีน้อยมากเช่นกัน

  • การทำอาร์บิทราจแบบดันโด

การทำอาร์บิทราจแบบดันโดคือบริษัทต้องมีข้อได้เปรียบบริษัทอื่น เช่น การมีต้นทุนที่ถูก           นวตกรรมของสินค้า หรือบริษัทที่คิดสินค้าที่ยังมีช่องว่างในตลาด เป็นต้น ซึ่งการทำอาร์บิทราจแบบดันโดนั้นจะเหมือนหลักการของวาเรนต์ บัฟเฟตต์ คือบริษัทต้องมีคูเมืองกว้างใหญ่ และมีช่องว่างในการทำอาร์บิทราจให้ยาวนานที่สุด ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบและสามารถป้องกันคู่แข่งรายใหม่ๆได้ แต่ในท้ายที่สุดแล้วช่องว่างต่างๆ ก็จะหายไป แต่เราต้องวิเคราะห์ว่าช่องว่างเหล่านั้นจะมีระยะเวลายาวนานแค่ไหน การทำอาร์บิจทราจแบบดันโดนั้นจะหาช่องว่างที่ยาวนานหลายปี ซึ่งจะทำให้ได้ผลตอบแทนอย่างมหาศาล

หัวใจของการทำอาร์บิทราจของนักลงทุนดันโดคือ ออกหัวได้เงิน ถ้าออกก้อย เสียเงินนิดหน่อย หรือยังได้กำไรนิดหน่อย หรือไม่เสียอะไรเลย

7. ซื้อธุรกิจในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงอย่างมาก

  • หากเราซื้อหุ้น ราคาหุ้นตัวนั้นควรมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมากๆ (Margin of safety) โดยใช้หลักการของเบนจามิน เกรแฮม หากมีเหตุการณ์เลวร้ายกับหุ้นตัวนั้นๆโอกาสขาดทุนอย่างหนักจะมีน้อย
  • “หลักๆ แล้ว หน้าที่ของส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of safety) ก็คือ การทำให้การคาดการณ์อนาคตอย่างแม่นยำเป็นเรื่องไม่จำเป็น” เบนจามิน เกรแฮม

8. มองหาธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำแต่มีความไม่แน่นอนสูง

  • การลงทุนในหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำๆนั้น ส่วนมากราคาหุ้นจะไม่แพงมากนัก ( PE หรือ PBV มักจะมีค่าต่ำ) แต่บริษัทนั้นต้องมีโอกาสทำกำไรได้อย่างมากในอนาคต เช่น หากนักลงทุนเข้าใจวงจรของหุ้นวัฏจักรเป็นอย่างดี การลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ก็สามารถให้ผลตอบแทนได้อย่างสูง
  • บริษัทที่ผ่านสถานการณ์ภาวะยากลำบากและกำลังพลิกฟื้นผลประกอบการจากขาดทุนกลับมามีกำไร และมีการเติบโตต่อเนื่องในอนาคต

9. การเลียนแบบดีกว่าการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

  • บริษัทที่ประสบความสำเร็จนั้นไม่จำเป็นต้องคิดหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มาเป็นคนแรกเสมอไป ซึ่งโอกาสผิดพลาดนั้นย่อมเกิดขึ้นได้ แต่ควรลงทุนในบริษัทที่รู้จักเลียนแบบสินค้าหรือลักษณะการทำธุรกิจของบริษัทอื่นแต่ต้องเป็นการเลียนแบบแบบต่อยอดไปอีกขั้น ซึ่งจะทำให้ลดขั้นตอนความยุ่งยาก ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงลงได้

จากหลักการของนักลงทุนดันโด ผมหวังว่าจะมีประโยชน์กับนักลงทุนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้นหรือการทำธุรกิจก็ตาม แต่นักลงทุนต้องใช้ความพยายามและอดทนในการค้นหาบริษัท เพราะการลงทุนแบบดันโดนั้นบางครั้งอาจต้องใช้ระยะเวลาในการรอคอย ซึ่งหากสิ่งที่เราคิดนั้นถูกต้องจะทำให้เราได้รับผลตอบแทนที่ดีเยี่ยมอย่างมาก ในทางตรงกันข้ามหากเราคิดผิดจะเกิดความเสียหายกับน้อยมาก

สุดท้ายขอให้กำลังใจกับคนที่ได้รับผลกระทบกับเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองทุกคน อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ท้อได้แต่อย่าถอย ฟ้าหลังฝนสดใสเสมอครับ

อ้างอิง จากหนังสือ นักลงทุนดันโด (The Dhandho investor) แปลและเรียบเรียงโดย พรชัย รัตนนนทชัยสุข

บทความนี้อาจมีการอ้างถึงหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อเพียงแค่เป็นการยกตัวอย่างหุ้นเพียงเท่านั้น


 คุณ เศรษฐา ปวีณอภิชาต จบการศึกษาปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโทรคมนาคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มีประสบการณ์การทำงานด้านวิศวกรติดตั้งระบบสื่อสาร ในตำแหน่งวิศวรกร กับบริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง และบริษัทเนทแอนคอนเทนด์ (ไทยแลนด์) รวมระยะเวลาการทำงาน 3 ปี จากนั้นคุณ เศรษฐาได้ทำกาศึกษาต่อในระดับปริญญาโทคณะบริหารธุรกิจสาขาด้านการเงิน ที่สถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และเริ่มทำงานกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2550 ในตำแหน่งนักวิเคราะห์การลงทุน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนักวิเคราะห์การลงทุนอาวุโส รับผิดชอบงานทางด้านวิเคราะห์การลงทุนในตราสารทุน Read more from this author


  • Share/Bookmark
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading ... Loading ...

2 Comments »

  • hyomin said:

    ขอบคุณมากๆคับ ได้ข้อคิดดีๆเยอะเลยครับ :D   ( REPLY )

  • Setha (author) said:

    ขอบคุณมากๆคับ ได้ข้อคิดดีๆเยอะเลยครับ   ( REPLY )

    ยินดีครับ  ( REPLY )

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.

:wink: :-| :-x :twisted: :) 8-O :( :roll: :-P :oops: :-o :mrgreen: :lol: :idea: :-D :evil: :cry: 8) :arrow: :-? :?: :!: