คุยเรื่อง การลงทุน ใน หุ้น (Stock) ตราสารหนี้ (Fixed Income) พันธบัตร (Bond) ทองคำ (Gold) โภคภัณฑ์ (Commodity) อสังหาริมทรัพย์ (Property) อนุพันธ์ (Derivatives) และการจัดสรรพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation)

Yield curve ในช่วงการขึ้นดอกเบี้ย

ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา เหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับตลาดดอกเบี้ยรอบโลกคงหนีไม่พ้นกรณีที่ FED ประกาศใช้นโยบาย “Quantitative Easing” หรือ QE การประกาศใช้นโยบาย QE1 ในเดือน พ.ย. 2008 และ มี.ค. 2009 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทน หรือ Yield ของพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในทันที โดยในเดือนพ.ย. US Treasury yield 10ปี ลดต่ำลงจาก 3.7% สู่ 2.15% ในระยะเวลาเพียงเดือนเศษ และในอีกมุมหนึ่ง QE ทำให้ค่าเงิน USD อ่อนค่าทันทีจาก 1.27 แตะ ...

เมื่อธนาคารกลางทั่วโลกพร้อมใจกันกระตุ้นทางการเงินอีกครั้ง

ปี 2558 นับเป็นอีกปีที่ตลาดการเงินโลกมีความผันผวนสูง โดยตลาดหุ้นโลกเริ่มต้นปีด้วยการปรับตัวขึ้นนำโดยตลาดยุโรป และญี่ปุ่นที่มีนโยบาย QE และ QQE ช่วยสนับสนุน โดยความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ FED มีอยู่เป็นระยะ และตลาดหุ้นโลกได้มีการปรับฐานอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อจีนได้ทำการลดค่าเงินตัวเองอย่างผิดปกติในช่วงเดือนสิงหาคม 2558 ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกได้เกิดปรากฏการณ์ที่หลายคนเรียกว่า “Black Monday” อีกครั้งในวันที่ 24 สิงหาคม 2558 โดยรวมไตรมาส 3/58 ที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกได้ปรับตัวลดลงอย่างถ้วนหน้า โดยจีนลงแรงสุดประมาณ 30% ขณะที่ประเทศอื่นๆ มีอัตราการปรับลดลงประมาณ 10 – 20% ทั้งนี้ ในช่วงปลายไตรมาส 3/58 ประเทศผู้ส่งออกโภคภัณฑ์อย่างบราซิล เริ่มส่งสัญญาณมีปัญหา คล้ายกับกรณีของรัสเซียที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองของ FED ...

ทำความรู้จักกับ Hedge Fund

Hedge Fund คืออะไร หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า Hedge Fund และสงสัยว่าจริงๆแล้วคืออะไรกันแน่ และเค้าเหล่านั้นลงทุนในอะไรบ้าง วันนี้เลยอยากมาคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ (ข้อมูลส่วนใหญ่ขออ้างอิงถึง Hedge Fund ในอเมริกานะคะ) Hedge (verb) หมายถึงการป้องกันความเสี่ยง เช่น hedge currency, hedge idiosyncratic risk ในขณะที่ Hedge Fund (noun) คือ กองทุนทางเลือกที่มีความเสี่ยงมาก เนื่องจากมีข้อจำกัดในการลงทุนน้อย ถูกควบคุมโดยกฎเกณฑ์ต่างๆน้อยกว่า เมื่อเทียบกับกองทุนรวมทั่วๆไป (Mutual Fund) Hedge Fund ส่วนใหญ่จะไม่เปิดเผยข้อมูลการลงทุนหรือสินทรัพย์ที่ถือ สู่สาธารณชนทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้ลงทุนในกองทุนนั้น เนื่องจากอาจทำให้เสียความสามารถทางการแข่งขัน (competitive advantage) ...

ใครๆ ก็พูดถึงแต่ Tom Next

อาสา อินทรวิชัย 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อค่าเงินมีความผันผวน และตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญกับแรงขายอย่างหนัก ตลาดหุ้นจีนทิ้งดิ่งลงมากกว่า 25% จาก 4000จุด แตะ 2927จุดในวันที่ 26 ส.ค. (ต้องไม่ลืมว่าในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ดัชนี Shanghai Composite Index ได้ร่วงลงจากระดับ 5100จุด) ในด้านของค่าเงินนั้น จีนประกาศลดค่าเงินหยวนลง 1.9% จาก 6.1162 เป็น 6.2298 หยวนต่อดอลล่าร์สหรัฐฯ ในวันอังคารที่ 11 ส.ค. 2558 และ 6.3306 ตามด้วย 6.401 ในอีก 2 วันถัดมา ...

โอกาสลงทุนจากการปรับฐาน หรืออวสานของงานเลี้ยง

23 สิงหาคม 2558 หุ้นอเมริกาปรับลง 6% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยวันศุกร์ดาวโจนส์ลงวันเดียวกว่า 500 จุด แรงที่สุดในรอบ 5 ปี ตลาดหุ้น Emerging Market ลงแรงนำมาโดยหุ้นจีนซึ่งดิ่งถึง 12% ในสัปดาห์เดียว และลงมาแล้วถึง 32% นับแต่เดือนมิ.ย. 58 ค่าเงินเอเชียและตลาดเกิดใหม่อ่อนค่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อหลังจากทางการจีนอ่อนค่าเงินตัวเองไป 4 – 5% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากตารางจะพบว่านับแต่ต้นปีดัชนีหุ้นเอเชีย และตลาดเกิดใหม่ติดลบไปแล้วเกือบ 15% ขณะที่ผลตอบแทนดัชนีหุ้นอเมริกาลงมายืนในแดนลบประมาณ 1%               ...

จัดพอร์ตลงทุนอย่างมืออาชีพโดยใช้กลยุทธ์ Enhanced Core-Satellite 7 ขั้นตอนด้วยตัวคุณเอง

  เหตุผลสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนหลายคนไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุน คือการไม่จัดพอร์ตระยะยาวให้เหมาะสมกับระยะเวลาการลงทุน และความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเอง บ่อยครั้งที่ปล่อยให้ความผันผวนของตลาดเข้าครอบงำจนทำให้ขายสินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะหุ้นออกจากพอร์ตไปมากจนเกินควร และเมี่อตลาดปรับตัวขึ้นก็ตามกลับเข้าไปซื้อไม่ทัน หรือบางกรณีก็เป็นภาวะของความฮึกเหิมในตลาดหุ้นขาขึ้น ที่นักลงทุนจำนวนมากเข้าไปเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นจนมากเกินความเหมาะสม และจบลงด้วยการขาดทุนมหาศาลเมื่อตลาดพลิกกลับเป็นขาลง แท้จริงแล้ว กุญแจสำคัญสำหรับความสำเร็จในการลงทุนระยะยาวมาจากการจัดพอร์ตให้เหมาะสม บวกกับระยะเวลาการลงทุนที่ยิ่งนานก็ยิ่งดี สำหรับแนวทางจัดพอร์ตอย่างมืออาชีพด้วยหลัก Core-Satellite เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพ โดยนอกจากจะเป็นการมีพอร์ตการลงทุนหลักที่มีชนิดสินทรัพย์ที่เหมาะสมในการลงทุนระยะยาว (Core Portfolio) ยังมีส่วนที่เป็นพอร์ตการลงทุนระยะสั้น (Satellite Portfolio) ที่ใช้ในการหาโอกาสในการเพิ่มผลตอบแทนการลงทุนในแต่ละช่วงเวลาอีกด้วย ทั้งนี้ การจัดพอร์ตแบบ Enhanced Core-Satellite คือการเพิ่มเครื่องมือการ Trading และ Rebalancing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุน ซึ่งมีขั้นตอนโดยสรุปดังต่อไปนี้ กำหนดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงสำหรับการลงทุนในระยะยาว ถ้ามีระยะเวลาการลงทุนนาน ๆ เช่นมากกว่า 10 ปี แนะนำให้ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงประมาณ 60% ...

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส “ลงทุนหุ้นด้วยปรัชญา 3 ห่วง”

ว่าด้วยเรื่องสไตล์การลงทุนหุ้น ปัจจุบันมีหลากหลายแนวทางด้วยกัน ทั้งแนวทางแบบ Top Down ที่เน้นการปรับพอร์ตด้วยการมองปัจจัยมหภาค หรือดูระดับอุตสาหกรรม หรือแนวทางแบบ Bottom Up ที่เน้นการวิเคราะห์เลือกเป็นรายบริษัทเป็นหลัก นอกจากนี้ที่เห็นได้เยอะก็ยังมีแนวทางแบบ Technical Analysis ที่เน้นการดู Chart ที่มีเครื่องมือต่าง ๆ มากมาย เช่น MACD, RSI, MA ฯลฯ วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงปรัชญาการลงทุนหุ้นแบบ Bottom Up ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนซีไอเอ็มบี พรินซิเพิลที่ผู้เขียนทำงานอยู่ครับ หลังจากที่ผู้เขียนได้ทำงานอยู่กับแนวทางนี้มาประมาณ 1 ปี คิดว่าเป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่น่าสนใจ และใช้ได้จริง ที่ CIMB-Principal การลงทุนในหุ้นจะเน้นที่แนวทางแบบ Bottom-up เป็นหลัก คือการวิเคราะห์เจาะลึกเป็นรายบริษัท ...

MACD เครื่องมือชี้จุดซื้อบอกจุดขาย พร้อมผลทดสอบความแม่นยำ 20 ปี

คำถามสำคัญอันดับต้นๆ ของนักลงทุนทั้งมือใหม่และมืออาชีพก็คือ ดัชนีจะปรับขึ้นและลงเมื่อไร หรือไม่ก็ ควรซื้อและขายหุ้นตัวนี้ที่ราคาเท่าไร โดยทั่วไปแล้ว เราสามารถพิจารณาจาก 2 แนวทาง คือ 1) ประเมินมูลค่าพื้นฐาน และเปรียบเทียบกับราคาตลาด เพื่อตัดสินใจซื้อ หากราคาตลาด < มูลค่าพื้นฐาน และตัดสินใจขาย หากราคาตลาด > มูลค่าพื้นฐาน และ 2) ดูจากเครื่องมือทางเทคนิก (Technical Tool) ซึ่งสามารถบอกจุดซื้อและขายได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี จากประสบการณ์ลงทุนหลายปีที่ผ่านมา พบว่าหลายครั้งการลงทุนโดยเน้นการประเมินมูลค่าพื้นฐานก็ไม่แม่นยำเสมอไป และเมื่อเวลาผ่านไป มูลค่าพื้นฐานที่เราใช้ตัดสินใจในวันแรกก็เปลี่ยนไปเช่นกัน เป็นผลให้ซื้อหุ้นแล้วราคาไม่วิ่ง หรือพลิกกลับลงมา และในบางครั้งก็พบว่าขายไปแล้วราคากลับวิ่งต่อไปอีกไกล จึงเป็นเหตุให้ผมศึกษาการลงทุนโดยใช้เครื่องมือทางเทคนิก ซึ่งเป็นการคำนวณการเคลื่อนไหวของระดับราคาหลักทรัพย์ (ใช้ได้กับทั้งดัชนี หุ้น ทองคำ ...

ถึงเวลาของที่ปรึกษาการลงทุน และการทำ Global Asset Allocation

    ตลาดหลักทรัพย์ไทยจนถึงวันนี้ก็มีอายุ 40 ปีแล้วนะครับถ้าเทียบเป็นคนก็นับว่าเป็นวัยฉกรรจ์กำลังลุยแหลกเลยทีเดียว ขณะที่กองทุนรวมในประเทศไทยนั้นมีมาเกือบ ๆ 40 ปีเช่นกัน แต่เพิ่งจะมาเติบโตมากในช่วงหลังวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540  ภายหลังรัฐบาลใช้นโยบายการคลังแบบขาดดุลออกพันธบัตรรัฐบาล และตั๋วเงินคลังมากขึ้นทำให้กองทุนประเภทตราสารหนี้เติบโตขึ้น โดยเริ่มจากกองทุนตลาดเงิน และกองทุนประเภท Term Fund ต่อมาก็เริ่มมีกองทุนประเภทที่ลงทุนในต่างประเทศ หรือ FIF ในปี 2545 (อ่านบทความ เรียนรู้จากประวัติศาสตร์… 12 ปีประเทศไทยกับกองทุน FIF ที่ http://fundmanagertalk.com/thai-fif-funds-industry/ ) โชคไม่เข้าข้างเนื่องจากโลกเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจอีกครั้งในปี 2551 ทำให้ทั้งกองทุนหุ้นไทยและกองทุนหุ้นต่างประเทศต่างได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง มีเพียงกลุ่มนักลงทุนที่แบ่งเงินลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว และทองคำเท่านั้นที่สามารถลดผลกระทบได้จากการกระจายความเสี่ยง แท้จริงแล้วการศึกษาทางวิชาการมากมายต่างก็บอกอยู่แล้วว่ามากกว่า 90% ของผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับนั้นมาจากการจัดสินทรัพย์ลงทุน (Asset Allocation) ...

Investment Talk – The Ultimate Investment Solutions

ในระยะหลังเห็นนักลงทุนไทยเริ่มใส่ใจกับการ “จัดพอร์ต” มากขึ้น จากเดิมที่เน้นเลือกลงทุนเป็นกองทุนรายกอง หุ้นรายตัว มาเป็นการจัดพอร์ตการลงทุนให้ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละคน ในฝั่งของสถาบันการเงินก็เช่นกัน มีบริการการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนที่เป็นระบบมากขึ้นโดยการนำวิธีการ Asset Allocation ไปนำเสนอและ “ลงมือทำจริง” กับพอร์ตของนักลงทุนอย่างจริงจัง ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่ดีและสำคัญมากในวงการลงทุนบ้านเรา การศึกษาทางวิชาการที่ทำขึ้นหลายครั้งในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาก็เป็นตัวยืนยันที่ชัดเจนว่าผลตอบแทนกว่า 90% ของการลงทุนมาจากการจัดสรรสินทรัพย์เพื่อการลงทุน (Asset Allocation)และน้อยกว่า 10%ของผลตอบแทนที่มาจากการเลือกลงทุนรายหลักทรัพย์ (Securities Selection)บทความฉบับนี้ผมตั้งชื่อว่า “The Ultimate Investment Solutions” ซึ่งเป็นแนวทางการจัดพอร์ตแบบมือโปรที่เน้นการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้มากขึ้นจากแนวทางการจัดพอร์ตแบบดั้งเดิม รวมถึงมีการควบคุมความเสี่ยงที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม Advanced Asset Allocation การจัดสรรสินทรัพย์เพื่อการลงทุนแบบดั้งเดิมโดยมากจะเป็นการนำสินทรัพย์ชนิดต่าง ๆ มาประกอบกันเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยง โดยจัดเป็นแผนการลงทุน ตามระดับความเสี่ยง เช่น แบบระมัดระวัง แบบเสี่ยงปานกลาง ...

Investment Talk – จัดพอร์ตแบบ Enhanced Core-Satellite รับ QE ยุโรป และการผ่อนคลายทางการเงินในเอเชีย

  ต่อเนื่องจากบทความเรื่อง “จัดพอร์ตลงทุนอย่างมืออาชีพโดยใช้กลยุทธ์ Enhanced Core-Satellite 7 ขั้นตอนด้วยตัวคุณเอง” (หาอ่านได้ที่ http://fundmanagertalk.com/enhanced-core-satellite-asset-allocation/ ) วันนี้เราจะมาแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนตามมุมมองภาวะตลาดใน 6 – 12 เดือนข้างหน้ากันครับ โดยพอร์ตที่ผมจะแนะนำในวันนี้เป็นพอร์ตที่เสี่ยงปานกลาง (Moderate Risk) มีระดับความผันผวนของผลตอบแทนที่ประมาณ 10% ต่ำกว่าระดับความผันผวนของตลาดหุ้นที่อยู่ประมาณ 15 – 20% โดยพอร์ตการลงทุนนี้เหมาะกับการลงทุนระยะยาว 3 -5 ปีขึ้นไป แต่ก็มีส่วนของ Satellite Trading ที่ใช้เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนส่วนเพิ่มใน 6 – 12 เดือนข้างหน้า ในส่วนของ Core Portfolio ผมเลือกการลงทุนใน ...

Investment Talk – แนวโน้มการลงทุนโลก (Investment Theme) ที่สำคัญในปี 2558

สวัสดีปีใหม่ครับ หลังจากที่ได้เขียนบทความเรื่อง “ปรับพอร์ตรับการเปลี่ยนขั้ว QE ปีแพะ 2558 (หาอ่านได้ที่ http://fundmanagertalk.com)” ไปในฉบับที่แล้ว วันนี้ผมจะขอเล่าถึงแนวโน้ม และปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ต้องติดตามในปี 2558 หรือที่เรียกกันว่า Investment Theme ครับ การย้ายความมั่งคั่งจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคน้ำมัน ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงถึงประมาณ 50% ในปี 2557 หากแนวโน้มราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับต่ำแบบนี้ แน่นอนว่าผู้เสียประโยชน์คือผู้ผลิตน้ำมันที่ย่อมมีกำไรน้อยลงอย่างเช่นประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง หรือประเทศรัสเซียที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันมาก ๆ ย่อมได้ประโยชน์ เช่นประเทศในเอเชียอย่าง ไทย เกาหลีใต้ อินเดีย ซึ่งผู้เขียนมองว่าอินเดียอยู่ในสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดเพราะนอกจากจะได้ประโยชน์จากการบริโภคน้ำมันที่ราคาถูกลงแล้ว ปัญหาเรื้อรังเรื่องการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของอินเดียก็ลดลงด้วยทำให้ความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุนลดลง หากมองประเด็นในเรื่องของน้ำมันที่มีต่อรายกลุ่มอุตสาหกรรม แน่นอน การที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงมาก ๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อกลุ่มพลังงาน ผู้ผลิตน้ำมัน ผู้ขุดเจาะน้ำมัน ...

InvestmentTalk – ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

สวัสดีปีใหม่ 2558 8iy[ สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 ...