Articles in the 3. Economic Talk Category
3. Economic Talk, 3.1 Economic Basic, Featured »
ต้นทุนจม (Sunk Cost) คือ ต้นทุนที่เราจ่ายไปแล้วในอดีต ไม่ว่าปัจจุบันและอนาคตจะเป็นอย่างไร ก็ไม่สามารถเรียกต้นทุนส่วนนี้คืนมาได้
เรื่อง Sunk Cost นี้สำคัญมากในการลงทุน เพราะการลงทุนคือการ “มองไปข้างหน้า” ว่าควรเดินหน้าหรือไม่ หรือ ควรลงทุนเพิ่มอีกหรือไม่ แต่คนจำนวนมาก มักติดสินใจเดิืนหน้า หรือลงทุนเพิ่ม เพียงเพราะว่า “เสียดาย” Sunk Cost ที่ได้ลงไปแล้ว
เรื่อง Sunk Cost นี้ …
3. Economic Talk, 3.1 Economic Basic »
ขออนุญาตเขียนเรื่องที่ไม่ in trend เท่าไหร่ เมื่อเทียบเรื่องของการลงทุน ภาวะเศรษฐกิจโลก ฯลฯ แต่ถือว่าเป็นเรื่องนอกกระแส เผื่อบางท่านที่ว่าง ๆ อาจลองอ่านดูนะครับ
คนไทยส่วนใหญ่รู้จักสหกรณ์ดี แต่ถ้าถามลึกไปอีกหน่อยว่ารู้จักเพราะอะไร คำตอบส่วนใหญ่ก็คงบอกว่า เห็นตรงประตูรถแทกซี่ ถ้าให้อธิบายถึงความรู้สึกที่มีต่อสหกรณ์ ผู้อ่านหลายท่านคงบอกว่า ไม่รู้เหมือนกัน มันเป็นอะไรที่เทา ๆ เหมือนดินแดนสนธยา ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง ระบบสหกรณ์ของประเทศไทย มีสินทรัพย์อยู่ที่ …
3. Economic Talk, 3.3 Global Economy »
วิกฤติหนี้ยุโรป อดีต ปัจจุบัน และอนาคต (3)
ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM
บทความสองตอนก่อนได้เล่าถึงความเป็นมาและสถานการณ์ปัจจุบันของปัญหาหนี้สินในยุโรปไปแล้ว ในตอนสุดท้ายนี้จะกล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินในยุโรป และอนาคตของเศรษฐกิจโลกในทัศนะของผู้เขียน
ปัจจุบันความสนใจปัญหาหนี้สินของประเทศในกลุ่มยุโรปอยู่ที่กรีซ อิตาลี และสเปน ซึ่งประเทศทั้งสามมีสถานะที่ใกล้เคียงกัน คือ หนี้สินต่อ GDP สูง มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำ ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่อง และมีอัตราการว่างงานที่สูงมากจนไม่น่าเชื่อ ที่สำคัญประเทศอย่างอิตาลีและสเปนคือเป็นประเทศทีมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ติดอันดับโลก (GDP อิตาลี และสเปนจัดอยู่ในอันดับ 8 …
3. Economic Talk, 3.3 Global Economy »
Operation Twist เกิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1961 ยุคที่เศรษฐกิจอเมริกาเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยรัฐบาล John F. Kennedy และธนาคารกลางสหรัฐต้องการลดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวเพื่อกระตุ้นภาคการลงทุนและสนับสนุนอุปสงค์ภาคอสังหาริมทรัพย์ ในขณะเดียวกันก็สามารถควบคุมการไหลออกของดุลการชำระเงินและทองคำได้จากการที่อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในระดับเดิม ซึ่งสอดคล้องกับพัฒนาการของธนาคารกลางสหรัฐในปัจจุบันที่เริ่มต้นจากการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้อยู่ในระดับต่ำต่อไปอย่างน้อยอีก 2 ปี จากนั้นจึงทำการซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวในลำดับถัดมา
ความแตกต่างระหว่าง Operation Twist กับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณทั้ง QE1 และ QE2 อยู่ที่อายุคงเหลือของพันธบัตรรัฐบาล โดยมาตรการที่ผ่านมาเน้นการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน …
3. Economic Talk, 3.3 Global Economy »
วิกฤติหนี้ยุโรป อดีต ปัจจุบัน และอนาคต (2)
ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM
บทความตอนที่แล้วได้เล่าถึงที่มาของปัญหาหนี้สินในยุโรปไปแล้ว ในตอนนี้จะกล่าวสถานการณ์ปัจจุบันของปัญหาในรายละเอียดตามมุมมองของผู้เขียน
ปัจจุบันปัญหาหนี้สินของกรีซอาจถือได้ว่าอยู่ระดับที่น่าวิตกมาก แม้ว่ากลุ่มสภาพยุโรป (EU) และกองทุนการเงินระหว่าประเทศ (IMF) จะเข้าให้ความช่วยเหลือไปแล้วกว่า 110,000 ล้านยูโรก็ตาม เนื่องจากการให้เงินสนับสนุนของ EU ที่ให้กับกรีซเป็นในรูปเงินกู้เพื่อนำไปชำระหนี้พันธบัตรที่ครบกำหนด โดยมีเงื่อนไขว่ากรีซจะต้องดำเนินนโยบายรัดเข็มขัดเพื่อลดภาระขาดทุนทางการคลังจากร้อยละ 10.5 ในปี 2010 และขายสินทรัพย์ภาครัฐ เพื่อนำมาชำระหนี้สินจำนวนมหาศาลที่เคยก่อไว้ …
3. Economic Talk, 3.3 Global Economy »
วิกฤติหนี้ยุโรป อดีต ปัจจุบัน และอนาคต (1)
ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM
นักลงทุนบางท่านอาจยังไม่ทราบว่าปัญหาหนี้สินในยุโรปที่นักวิเคราะห์เศรษฐกิจและการเงินมักจะยกขึ้นมาอธิบายความผันผวนของตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศว่ามันคืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร ดำเนินไปในทิศทางใด และควรมีแนวทางแก้ไขอย่างไร ผู้เขียนจะลองนำเสนอเรื่องราวปัญหาหนี้สินในยุโรปผ่านทรรศนะส่วนตัวของผู้เขียนแต่พอสังเขป
ปัญหาหนี้สินในยุโรปในครั้งนี้มีรากฐานมายาวนานเริ่มตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศมหาอำนาจเดิมในยุโรปได้รับความสูญเสียมหาศาลจากสงครามไม่ว่าจะเป็นผู้ชนะอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส และสัมพันธมิตร หรือฝ่ายพ่ายสงครามอย่างเยอรมัน อิตาลี และพลพรรคอักษะ เปิดโอกาสให้สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้ชนะที่สูญเสียน้อยที่สุดก้าวเข้ามาเป็นมหาอำนาจทางการทหารและเศรษฐกิจแทน ค่าเงินสกุลหลักที่ใช้ซื้อขายสินค้ากันก็เปลี่ยนจากปอนด์สเตอริงมาเป็นดอลลาร์สหรัฐและก็เป็นเช่นนั้นมาตลอดเกือบ 70 ปีที่ผ่านมา เวลาผ่านไปความสำคัญของเศรษฐกิจยุโรปก็เริ่มลดลงโดยเฉพาะหลังจากที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวหลังจากสงคราม ในที่สุดกลุ่มประเทศในยุโรปเริ่มรู้สึกว่าตนเองเริ่มจะด้อยกว่าประเทศเกิดใหม่อย่างสหรัฐและต้องการกลับมาเป็นมหาอำนาจอีกครั้ง จนกระทั่งปี …
3. Economic Talk, 3.2 Thai Economy »
11 สิงหาคม 2554 เป็นวันแรกที่พระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551 (“กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก”) กำหนดให้สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (Deposit Protection Agency หรือ “DPA”) ลดวงเงินการคุ้มครองเงินฝาก เหลือ 50 ล้า่นบาท/คน/สถาบันการเงิน จากเดิมที่คุ้มครองเต็มจำนวน จึงขอใช้โอกาสนี้ คิดๆ เขียนๆ เกี่ยวกับการคุ้มครองเงินฝากของไทย จากมุมมองของผู้เขียนในฐานะผู้บริหารสถาบันการเงิน
การคุ้มครองเงินฝากในประเทศไทย มีความเป็นมาอย่างไร?
ก่อนวิกฤติเศรษฐกิจช่วงปี 2540 ประเทศไทยไม่มีการคุ้มครองเงินฝากแต่อย่างใด …
3. Economic Talk, 3.2 Thai Economy »
อาสา อินทรวิชัย, 11 ก.ค. 54
การปรับตัวขึ้นของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทยถึง +48 จุด ในวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น คงสร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกท่านไม่มากก็น้อย ต้องยอมรับว่าแม้สาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นบ้านเราปรับตัวอยู่ใน “แดนลบ” เป็นแรมเดือนจะมาจากปัญหาหนี้ในยุโรป แต่สาเหตุสำคัญของการ rebound เมื่อวันจันทร์นั้นกลับมาจากปัจจัยในประเทศหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลงนั่นเอง และไม่ว่าจะเป็นพรรคใดได้รับเสียงข้างมาก ผมเชื่อว่าตลาดหุ้นก็ปรับตัวขึ้นครับ …..แต่การปรับขึ้นถึงเกือบ 50จุดนั้น ผมคิดว่ามาจาก “Populism” หรือ “นโยบายประชานิยม” …
3. Economic Talk, 3.3 Global Economy »
ใครเพิ่งเข้ามาในตลาดปี 2009 จนถึงตอนนี้ อาจนึกภาพตลาดขาลงไม่ออก ส่วนใครอยู่ในเกิน 15 ปี โดนไป 2 ครั้ง ก็เข็ดไปหลายคนนะครับ อยากรู้เรื่อง Subprime Crisis กันไหม?
วิกฤต Subprime เกิดจากอะไร?
- เกิดจาก อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าภูมิภาคอื่นของสหรัฐ และสภาพคล่องในระบบที่สูง กองทุนต่างๆ รวมทั้งธนาคารที่มีสภาพคล่องเยอะ ก็พยายามปล่อยกู้ ซึ่งก็อนุมัติกันได้ง่ายๆเป็นเวลาหลายปีทีเดียวก่อนเกิดวิกฤตดังกล่าว …
3. Economic Talk, 3.3 Global Economy »
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลลบต่อการลงทุนในตลาดเกิดใหม่คือการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ โดยผลกระทบลำดับแรกคือค่าครองชีพที่สูงขึ้น ตามมาด้วยความต้องการค่าจ้างที่มากขึ้น ต้นทุนการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น การปรับราคาสินค้าจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ วัฏจักรดังกล่าวเป็นผลจากพลวัตของเงินเฟ้อ (Inflation Dynamics) ซึ่งธนาคารกลางมีความจำเป็นต้องปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นเพื่อบริหารเงินเฟ้อคาดการณ์ (Inflation Expectations) ด้วยเหตุนี้ กระแสเงินลงทุนในช่วงแรกของปีนี้จึงไหลออกจากตลาดเกิดใหม่เข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกาในปริมาณมาก ดัชนีตลาดหุ้นของสหรัฐจึงให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องวิเคราะห์ต่อไปคือ“สหรัฐมีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อต่ำจริงหรือ?”
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐต่ำเมื่อเทียบกับตลาดเกิดใหม่คือ CPI ของสหรัฐคำนวณโดยใช้สัดส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มากในขณะที่สัดส่วนหลักใน CPI ของตลาดเกิดใหม่เป็นภาคอาหารและการขนส่งที่มีการส่งผ่านราคาอย่างรวดเร็วตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปข้างหน้าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อของสหรัฐกลับมีแนวโน้มสูงขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของ Owner’s …
