Home » 1. Investment Talk, 1.2 Asset Allocation

InvestmentTalk – ปรับพอร์ตลงทุนรับปีเสือ

13 January 2010 428 views One Comment

เจษฎา สุขทิศ, CFA

แล้วอีกหนึ่งปีก็ผ่านพ้นไป ในปี 2552 ที่ผ่านมานับเป็นอีกปีหนึ่งที่เกิดประวัติศาสตร์ใหม่ ๆ ในโลกของการลงทุนมากมาย ทั้งการล้มละลายของสถาบันการเงินสหรัฐฯ จำนวนมากที่เกิดขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน, การถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศหลาย ๆ ประเทศ, การอัดฉีดเงินของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล ผมเชื่อว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นในรอบสองปีที่ผ่านมาจะเป็นบทเรียนสำคัญที่เราทุกคนจะก้าวข้าวผ่านไปในที่สุด “คุยกับผู้จัดการกองทุน” ฉบับส่งท้ายปี 2552 ผมขอนำเสนอมุมมองของผมต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย และแนะนำการลงทุนสำหรับปี 2553 ทั้งนี้มุมมองข้างต้นเป็นมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน มิได้สะท้อนมุมมองของบริษัทที่ผู้เขียนทำงานแต่อย่างใด ซึ่งหวังว่าจะช่วยเป็นข้อมูลสำหรับท่านผู้อ่านประกอบการตัดสินใจลงทุนครับ

ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2553

ผมมองไม่ต่างจากตลาดมากนัก คือมองว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวได้ดีในปีหน้า ด้านหนึ่งมาจากการฟื้นตัวของภาคส่งออก และโครงการไทยเข็มแข็งของรัฐบาล อีกด้านหนึ่งมาจากฐานของปี 2552 ที่ต่ำ ในแง่การคำนวณจึงทำให้ตัวเลขของปีถัดไปสูงขึ้น โดยเศรษฐกิจไทยปี 2553 น่าจะเป็นบวกได้ 3 – 5% เช่นเดียวกับเงินเฟ้อที่ปีนี้อยู่ในภาวะติดลบ ฐานก็เลยต่ำมาก ทำให้เงินเฟ้อในปีหน้าน่าจะเห็น 3 – 5% ในส่วนของการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ย ผมคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงเดือนมิถุนายน 2553 หลังจากตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ปี 2553 ประกาศออกมายืนยันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยผมมองว่าอัตราดอกเบี้ยจะทยอยปรับตัวขึ้นครั้งละ 0.25% ในการประชุมแต่ละครั้ง และขึ้นไปสู่ระดับ 2.50 – 2.75% ณ สิ้นปี 2553 สุดท้ายคือเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ผมมองว่าค่าเงินบาทในปีหน้าจะแข็งค่าได้อีกเพียงเล็กน้อยจากระดับปัจจุบัน อยู่ในช่วง 32.50 – 33.50 จากภาวะการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่คาดว่าจะมีต่อเนื่องในปีหน้า อย่างไรก็ตามค่าเงินดอลลาร์ เมื่อวัดจาก Dollar Index ไม่น่าจะทำจุดต่ำสุดใหม่ เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐฯ น่าจะฟื้นตัวได้ดีกว่ายุโรป และญี่ปุ่น

การจัดพอร์ตลงทุนสำหรับปี 2553

แม้เศรษฐกิจปี 2553 จะมีแนวโน้มฟื้นตัวค่อนข้างชัดเจน เงินเฟ้อและดอกเบี้ยมีแนวโน้มจะเป็นขาขึ้น ผมมองว่าตลาดได้รับข่าวสารไปพอสมควรแล้ว ดูได้จากค่า P/E Ration ของ SET Index บน Earnings ของปี 2553 อยู่ที่ประมาณ 12.8 เท่า ซึ่งผมมองว่าหุ้นไทยราคาไม่ถูก ในแง่ผลตอบแทนของ SET Index ในปีหน้าผมจึงมองว่าไม่น่าจะสูงมากนัก น่าจะอยู่ในช่วง 0 – 10% และหุ้นกลุ่มที่น่าจะให้ผลตอบแทนน่าจะเป็นหุ้น Value Stock หรือพวก Small – Mid Cap ที่ P/E ยังค่อนข้างต่ำ และมีแนวโน้มผลประกอบการที่สม่ำเสมอ ในส่วนของตลาดตราสารหนี้ Yield ของพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 5 ปีปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3.6% ซึ่งปรับตัวขึ้นจาก 2.1% ในช่วงต้นปี 2552 ที่ผ่านมา เท่ากับว่าตลาดตราสารหนี้ก็ได้คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยไปแล้วในระดับหนึ่ง หากดูโดยใช้ Forward Curve (ซึ่งขอไม่กล่าวถึงรายละเอียดในบทความนี้) จะพบว่า Yield Curve ของไทยได้คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 1% ไปแล้ว ดังนั้นผมจึงมองว่า Yield ของพันธบัตรไทยในปีหน้าไม่น่าจะปรับตัวขึ้นได้อีกมากนัก และดัชนีราคาพันธบัตรไทยน่าจะให้ผลตอบแทนได้ 3 – 5% สุดท้ายคือพระเอกของปี 2553 ในความเห็นของผม ผมชอบสินค้าโภคภัณฑ์ในปี 2553 มากกว่า Asset Class อื่น ๆ ผมมองว่าราคาน้ำมัน และสินค้าเกษตร น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ในปี 2553 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ ส่วนราคาทองคำน่าจะปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในปี 2553 เนื่องจากแนวโน้มการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ตามผมยังคงยืนยันมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำสำหรับการลงทุนในระยะยาวจาก Demand for Investment ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ

สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจเรื่องเศรษฐกิจและการลงทุน สามารถติดตามได้ใน http://FundManagerTalk.com หรือหากคุณนิยมเล่น Facebook สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ที่ http://facebook.com/FundManagerTalk สุดท้ายนี้ขอกล่าวสวัสดีปีใหม่กับท่านผู้อ่านทุกท่าน และขอให้ทุกท่านมีผลตอบแทนการลงทุนที่ดี สมความตั้งใจในปี 2553 ที่กำลังจะมาถึงนี้ครับ

Join the forum discussion on this post


 คุณ เจษฎา สุขทิศ, CFA. / นามคีย์บอร์ด “FundTalk” ผู้ก่อตั้ง FundManagerTalk.com ปัจจุบันทำงานเป็น Fund Manager ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อยุธยา จำกัด (”AYF”) คุณ เจษฎา จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ ม. ธรรมศาสตร์ และปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คุณ เจษฎา ได้เข้าสู่ธุรกิจจัดการกองทุนในปี 2545 กับ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บีโอเอ จำกัด (”BoAAM”) ในเครือของกลุ่มธนาคาร ABN AMRO โดยปัจจุบันคือ บลจ. ยูโอบี (ไทย) จำกัด (”UOBAM”) ต่อมาในปี 2548 คุณ เจษฎา ได้ย้ายสังกัดไปอยู่ที่ บลจ. อยุธยา เจเอฟ จำกัด (”AJF”) ซึ่งเป็นบริษัทจัดการลงทุนในเครือของ JPMorgan Asset Management ซึ่งปัจจุบันคือ บลจ. อยุธยา จำกัด ("AYF") คุณ เจษฎา มีงานอดิเรก คือการทำร้านอาหาร “La Lune Bar & Restaurant” ร่วมกับเพื่อน และการเขียนบทความ /บล็อก เกี่ยวกับการลงทุน Read more from this author


  • Share/Bookmark
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading ... Loading ...

One Comment »

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.

:wink: :-| :-x :twisted: :) 8-O :( :roll: :-P :oops: :-o :mrgreen: :lol: :idea: :-D :evil: :cry: 8) :arrow: :-? :?: :!: