ง่าย ถูก และโอกาสชนะสูง ด้วย TMBSET50

ลงทุนใน Mega Trend หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีกับ ASP-ROBOTRMF
10/11/17
แชร์บทความนี้

ถ้าพูดถึงการลงทุนผ่านกองทุนรวมหุ้นไทยนั้น เราสามารถลงทุนในกองทุน 2 ประเภท คือ กองทุนเชิงรุก (Active fund) และกองทุนเชิงรับ (Passive fund) สำหรับกองทุนเชิงรุกนั้น การบริหารจะเน้นคัดเลือกหุ้นที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้นชนะตลาด เพื่อทำให้ผลตอบแทนของกองทุนสูงกว่าดัชนีชี้วัด ส่วนกองทุนเชิงรับนั้น จะเน้นการลงทุนเพื่อเลียนแบบดัชนี  ผลตอบแทนของ Active fund เทียบกับ SET Index ในช่วง 5 ปีล่าสุด

ข้อมูลจาก สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC), SET

จากกราฟนี้จะเห็นว่า ถ้าเราสุ่มลงทุนใน Active fund เป็นเวลา 1 ปี ในปี 2016 โอกาสที่กองทุนนั้นจะชนะดัชนีมีเพียง 12.81% เท่านั้น ที่สำคัญกองทุนที่ชนะในปีนั้นๆ ไม่ได้การันตีว่าจะชนะดัชนีได้ในทุกๆ ปี และจากการศึกษาผลการวิจัยในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว จะพบแนวโน้มว่ากองทุน Active fund ส่วนใหญ่ไม่สามารถชนะดัชนีได้ เนื่องจากกองทุนมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า นักลงทุนจึงนิยมลงทุนใน Passive fund หรือ ETF มากกว่า

 

ทำไมต้องเป็นกอง TMBSET50

เป็นกอง Passive จาก บลจ.ทหารไทย ซึ่งเปิดกองทุนมาตั้งแต่ปี 2544 หรือเป็นระยะเวลากว่า 16 ปี ถือว่าเป็นกองที่เก่าแก่ ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่ากองอื่น ปัจจุบันมีมูลค่าหน่วยลงทุนหน่วยละ 99.77 บาท (เริ่มต้นที่ 10 บาท) แปลว่าใครที่ลงทุนตั้งแต่กอง TMBSET50 เปิดกองทุน จะได้กำไรแล้วประมาณ 10 เด้งนั่นเอง

ค่าใช้จ่ายรวมของกองทุนต่ำมาก

ค่าใช้จ่ายรวมของกองทุนต่ำมาก เนื่องจากกองทุนนำเงินไปลงทุนแบบเลียนแบบดัชนี SET50 ไม่ต้องคัดเลือกหุ้นรายตัว ทำให้กองทุนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อบทวิเคราะห์ ค่าธรรมเนียมจัดการกองทุนจึงต่ำ ขณะที่ผู้ลงทุนยังเสียค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหลักทรัพย์ต่ำกว่ากองทุนประเภท active fund อย่างมาก การเสียค่าธรรมเนียมที่มากกว่าเพียง 1% ทุกๆปีในเวลาหลายๆ ปีก็สามารถทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับต่างกับหลายเท่าได้

รับความเสี่ยงน้อยกว่า

โดยการลงทุนใน TMBSET50 นั้นไม่มีความเสี่ยงการเลือกหุ้นผิดตัวของผู้จัดการกองทุน หรือการที่ผู้จัดการกองทุนถือเงินสดในสัดส่วนที่มากในสภาวะตลาดขาขึ้น จึงทำให้กองทุน underperform  นั่นเอง โดยกองทุนประเภท passive fund นั้นลงทุนหุ้นในสัดส่วนเกือบ 100% ตลอดเวลา (ไม่ถือเงินสด)

 

ลงทุนระยะยาวอย่างสบายใจ

เนื่องจากกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนเทียบเท่าตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่มี active fund ใดสามารถทำผลตอบแทนชนะตลาดได้ทุกปี และอาจเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อผลตอบแทนของกองทุนนั้นๆ เช่น ความเสี่ยงเฉพาะตัวของหุ้น การเปลี่ยนผู้จัดการกองทุน เป็นต้น ใครที่ DCA กองทุนอยู่สามารถลงทุนได้โดยไม่ต้องคอยกังวลว่ากองทุนที่เราลงทุนอยู่นั้นสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดหรือไม่

 

ง่ายต่อการซื้อขายระยะสั้น ด้วยค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่ต่ำ ทำให้การซื้อกองทุน TMBSET50 เพื่อเก็งกำไรดัชนีนั้นทำได้ค่อนข้างง่าย โดยเฉพาะเมื่อเราเห็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย เช่น มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง หรือในสภาวะที่ราคาน้ำมันเป็นขาขึ้น

 

ลงทุนตามเทรนด์หลักของโลก เมื่อตลาดหุ้นเริ่มมีประสิทธิภาพ จะเห็นว่าการลงทุนใน passive fund ทั้ง Index fund และ ETF นับว่าได้รับความนิยมอย่างสูง เมื่อ active fund มีจำนวนมากและแข่งขันกันสูง จนไม่มีกองทุนใดสามารถหาผลตอบแทนส่วนเกิน (alpha) ได้ ดังนั้นผลตอบแทนจากการลงทุนจึงวัดกันที่ “ค่าธรรมเนียม” เท่านั้น

 

แล้วถ้าลงทุนแบบ DCA ในกอง TMBSET50 ตั้งแต่เปิดกอง ได้ผลตอบแทนแค่ไหน?

การลงทุนจะลงทุนทุกวันที่ 1 ของทุกเดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2544 โดยลงทุนแบบ DCA (Dollar Cost Averaging) เดือนละ 5,000 บาท จะได้กราฟต้นทุนดังนี้

ต้นทุน : 965,000บาท

กำไร : 1,989,168 ณ วันที่ 1 พ.ย. 2560

อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย : 12.84% ต่อปี

นับว่าผลตอบแทนระยะยาวนั้นมากกว่ากองทุนหุ้นหลายๆกองเลยทีเดียว

 

คำเตือน

: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

: ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

 

Facebook Comments

แชร์บทความนี้
FundTalk
FundTalk
คุณเจษฎา สุขทิศ, CFA | Twitter: @FundTalk | Line ID: @Jessada ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน หรือ “CIO” ที INFINITI Global Investors โดยคุณเจษฎา มีประสบการณ์ยาวนานในสายงานผู้จัดการทุน มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ กองทุน และการจัดพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก (Global Asset Allocation) โดยก่อนที่จะมาก่อตั้ง บลน.อินฟินิติ คุณเจษฎา ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนที่ บลจ. ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล นอกจากนี้คุณเจษฎา ยังรับหน้าที่เป็นวิทยากรให้กับมหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่าง ๆ ในตลาดทุน และการให้ความรู้เรื่องการลงทุนผ่านการเขียนบทความ /บล็อก ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ, settrade.com, FundManagerTalk.com และ jessada.net