FundTalk – เทคนิคเลือกซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)
เข้าสู่ช่วงไตรมาส 4 ของทุกปี ท่านผู้อ่านหลาย ๆ ท่านคงจะเริ่มอยู่ในระหว่างตัดสินใจเลือกซื้อกองทุนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ไม่ว่าจะเป็น LTF หรือ RMF นอกเหนือจากความรู้สึกมี Brand Loyalty ต่อบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่ท่านชื่นชอบ วันนี้ผมจะขอเสนอแนวทางการเลือกกองทุน โดยพิจารณาให้ครอบคลุมหลายปัจจัย ทั้งผลตอบแทนย้อนหลังในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม และสไตล์การบริหารของทีมงานผู้จัดการกองทุนของแต่ละ บลจ. ครับ
ผลตอบแทนย้อนหลัง
บ่อยครั้งที่ผมสังเกตจากการไปออกงานเทศกาล LTF ซึ่งมักจะจัดขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปี ซึ่งหลาย ๆ บริษัทจัดการมักจะนำเสนอผลตอบแทนในรอบปีนั้น ๆ นับแต่ต้นปี (Year to date) บริษัทจัดการที่ผลตอบแทนอยู่ในอันดับต้น ๆ ก็มักจะได้รับการอุดหนุนเป็นอย่างดีจากนักลงทุน ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมมองว่าการที่เราเลือกซื้อกองทุนโดยเลือกจากกองทุนที่มีผลตอบแทนดีนับแต่ต้นปี มีโอกาสสูงที่ราคาหุ้นที่ถือครองในกองทุนนั้นจะมีราคาที่ค่อนข้างแพง เนื่องจากในปีนั้นราคาปรับเพิ่มขึ้นมามาก และสะท้อนอยู่ใน NAV ของกองทุน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ Style การบริหารของแต่ละบริษัทจัดการที่เหมาะกับภาวะตลาดที่ไม่เหมือนกัน เช่น Value Style มักจะมีผลตอบแทนที่ดีในช่วงตลาดขาลง หรือ Momentum Style ที่มักให้ผลตอบแทนที่ดีในช่วงตลาดขาขึ้น
ประเด็นของผมคือ การลงทุนใน LTF มีระยะเวลาการลงทุนอย่างน้อย 5 ปีปฏิทิน แต่เรามาเน้นดูกันที่ผลตอบแทนประมาณปีเดียวไม่น่าจะดีครับ ผมสนับสนุนให้นักลงทุนดูผลตอบแทนย้อนหลังในช่วงอายุที่ยาวขึ้นประมาณ 3 – 5 ปี เนื่องจากจะสะท้อนความสามารถของทีมผู้จัดการกองทุนในการที่จะบริหารกองทุนอย่างแท้จริง คุณสามารถดูผลตอบแทนย้อนหลัง 1 , 3 , 5 ปี ซึ่งผมได้ทำการดึงข้อมูลจาก สมาคมบริษัทจัดการลงทุน และทำการ update ให้ทุกไตรมาส ได้ที่ http://fundmanagertalk.com/forum/fund/
สไตล์การบริหารของผู้จัดการกองทุน
ปรัชญา และแนวทางการบริหารกองทุนของผู้จัดการกองทุนเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสนใจนอกเหนือจากผลตอบแทนครับ ซึ่งแต่ละบลจ. ต่างก็มีแนวทางของตัวเอง เช่น แบบ Momentum Style ที่มีปริมาณการซื้อขายเมื่อเทียบกับขนาดกองทุน (Turnover) สูง หรือแบบ Bottom up ที่เน้นการวิเคราะห์เชิงลึกของแต่ละบริษัทที่จะเข้าลงทุน บางบลจ. ก็ใช้กลยุทธ์ Bottom up และทำการ Buy and Hold เป็นระยะเวลาหลาย ๆ ปีโดยไม่เปลี่ยนแปลงพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญ โดยวิธีการง่าย ๆ ถ้าคุณอยากรู้จักแนวทางของแต่ละบลจ. ก็คือการโทรศัพท์ไปที่ บลจ. นั้น ๆ ครับ ซึ่งหากคุณติดตามเรื่อย ๆ ก็จะพบด้วยว่าแต่ละ บลจ. มีการเปลี่ยนแปลงสไตล์การลงทุน (Style Drift) หรือเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้จัดการกองทุนบ่อยเกินไปหรือไม่
การถือครองหุ้นของแต่ละกองทุน
จะซื้อกองทุน LTF ทั้งที เงินก็ไม่ใช่น้อย ทำการบ้านอีกหน่อยด้วยการศึกษาการถือหุ้นเป็นรายตัวของแต่ละพอร์ตที่ท่านสนใจ ซึ่งโดยมากแต่ละ บลจ. จะประกาศเป็นรายเดือนเพียงไม่กี่วันหลังจากสิ้นเดือนครับ หากคุณไม่ชอบหุ้นบางบริษัท ไม่ว่าจะเป็นหุ้นปั่น หรือหุ้นที่มีประเด็นด้านธรรมาภิบาล (Corporate Governance) แต่พบว่ากองทุนที่ท่านศึกษาถือครองหุ้นเหล่านั้น ท่านก็อาจจะเลือกหลีกเลี่ยงการลงทุนในกองทุนนั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไป ในการประกาศรายชื่อหุ้น และรายชื่อหมวดหลักทรัพย์ที่ลงทุน มีข้อกำหนดให้ประกาศอย่างน้อย 5 อันดับแรก แต่ก็มีบาง บลจ. ที่ให้ดูได้ถึง 10 อันดับแรกซึ่งก็มักจะครอบคลุมกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งกองทุนครับ ส่วนตัวผมชอบกองทุนที่ถือหุ้นที่มีความเฉพาะตัว ไม่ได้มีแต่หุ้นขนาดใหญ่ใน SET50 เพียงอย่างเดียว ซึ่งผมมองว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการศึกษาในเชิงลึกผู้จัดการกองทุนในการไป Company Visit พบปะผู้บริหาร และทำการวิเคราะห์หาหุ้นที่ดีเพื่อทำการลงทุน ( ดูตัวอย่างพอร์ตการลงทุนของบลจ.อยุธยา ได้ที่ http://www.ayfunds.com/th/tlistfund.html )
ผมจะพยายามคอย update ทั้งผลการดำเนินงาน 1,3,5 ปีของกองทุน LTF & RMF ทั้งหมดในบ้านเรา รวมถึง “เปิดพอร์ต” เป็นบางกองทุนที่มีผลตอบแทนน่าประทับในในเวบบอร์ดของเวบไซต์นี้ครับ ติดตามกันนะครับ

เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ครับ
ผลตอบแทนย้อนหลังนั้น หากได้ข้อมูลย้อนหลังนานกว่านี้จนครบ economic cycle ประมาณ 10-13 ปี จะดีมาก แต่เนื่องด้วยข้อมูลมีอยู่จำกัด ดังนั้นเราคงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลย้อนหลัง 3-5 ปีแทน
สิ่งที่ดูยากที่สุด สำหรับนักลงทุนทั่วไป น่าจะเป็นเรื่องสไตล์การลงทุนของแต่ละกองทุนครับ เพราะเท่าที่ผ่านมา ผมไม่เคยเห็นกองทุนไหน ที่ประกาศสไตล์ที่ตนเองใช้เลย ทุกกองทุนหุ้นล้วนแต่บอกว่า
"นโยบายคือ ซื้อหุ้นของบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโตดี มีธรรมาภิบาล ในราคาที่ต่ำหรือราคาเหมาะสม "
ที่ว่า turnover สูงหรือต่ำ นักลงทุนต้องมีความรู้ในระดับหนึ่ง และมีเวลา+ความพยายามติดตามศึกษาเอาเองทั้งนั้น ซึ่งน่าจะมีน้อยคนที่ได้ติดตามจริงๆ
สำหรับหุ้นที่กองทุนแต่ละกองถืออยู่นั้น คงไม่จำเป็นว่าจะถูกใจเราไปหมดทุกตัว ขอเพียงหุ้นที่ประกอบเป็นส่วนหลักของกองทุนอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ก็คงถือว่าผ่านครับ
chut( Quote )
[Reply]
หุ้นลงมา 50 จุดเหลือ 700 คิดว่าน่าซื้อรึยังคะ
neverfull( Quote )
[Reply]
ส่วนตัวผมมองไว้ 650 ครับ แต่ยังไม่แตะซักที
ไปถึงแค่ 668 เมื่อ 3 พย ครับ
FundTalk( Quote )
[Reply]
ติดตามผลตอบแทนย้อนหลังของ LTF ทั้งอุตสาหกรรมได้ที่
http://fundmanagertalk.com/forum/fund/
FundTalk( Quote )
[Reply]
ขอบคุณมากครับ ข้อมูลและแนวทางที่ดีจริงๆ
nanny( Quote )
[Reply]
thang you by benz
Anonymous( Quote )
[Reply]
Leave your response!
5-minute with FundManagerTalk.com ตอน "จัดพอร์ตลงทุนรับปีมังกรทอง" มาดูกันครับว่าแนวโน้มตลาดการลงทุนปีมังกรพ่นเสียงหัวเราะ
Login
Categories
Authors
- Arsa (12)
- FundTalk (54)
- gobkung (1)
- Keng (24)
- krit587 (2)
- Mr.Messenger (16)
- Roj (15)
- Setha (9)
- Tikamporn (4)
Powered by Authors WidgetRecent Comments
FundTalk Links
Powered by
Investment Sites
Tags
UserOnline
recent posts
Most Commented
Most Viewed
Switch to our mobile site
Powered by WordPress | Log in | Entries (RSS) | Comments (RSS) | Arthemia theme by Michael HutagalungSwitch to our mobile site