Home » 2. Fund Talk, 2.5 LTF & RMF

FundTalk – เทคนิคเลือกซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)

9 October 2009 44,053 views 8 Comments

Written by:

เข้าสู่ช่วงไตรมาส 4 ของทุกปี ท่านผู้อ่านหลาย ๆ ท่านคงจะเริ่มอยู่ในระหว่างตัดสินใจเลือกซื้อกองทุนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ไม่ว่าจะเป็น LTF หรือ RMF นอกเหนือจากความรู้สึกมี Brand Loyalty ต่อบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่ท่านชื่นชอบ วันนี้ผมจะขอเสนอแนวทางการเลือกกองทุน โดยพิจารณาให้ครอบคลุมหลายปัจจัย ทั้งผลตอบแทนย้อนหลังในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม และสไตล์การบริหารของทีมงานผู้จัดการกองทุนของแต่ละ บลจ. ครับ

ผลตอบแทนย้อนหลัง

บ่อยครั้งที่ผมสังเกตจากการไปออกงานเทศกาล LTF ซึ่งมักจะจัดขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปี ซึ่งหลาย ๆ บริษัทจัดการมักจะนำเสนอผลตอบแทนในรอบปีนั้น ๆ นับแต่ต้นปี (Year to date) บริษัทจัดการที่ผลตอบแทนอยู่ในอันดับต้น ๆ ก็มักจะได้รับการอุดหนุนเป็นอย่างดีจากนักลงทุน ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมมองว่าการที่เราเลือกซื้อกองทุนโดยเลือกจากกองทุนที่มีผลตอบแทนดีนับแต่ต้นปี มีโอกาสสูงที่ราคาหุ้นที่ถือครองในกองทุนนั้นจะมีราคาที่ค่อนข้างแพง เนื่องจากในปีนั้นราคาปรับเพิ่มขึ้นมามาก และสะท้อนอยู่ใน NAV ของกองทุน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ Style การบริหารของแต่ละบริษัทจัดการที่เหมาะกับภาวะตลาดที่ไม่เหมือนกัน เช่น Value Style มักจะมีผลตอบแทนที่ดีในช่วงตลาดขาลง หรือ Momentum Style ที่มักให้ผลตอบแทนที่ดีในช่วงตลาดขาขึ้น

ประเด็นของผมคือ การลงทุนใน LTF มีระยะเวลาการลงทุนอย่างน้อย 5 ปีปฏิทิน แต่เรามาเน้นดูกันที่ผลตอบแทนประมาณปีเดียวไม่น่าจะดีครับ ผมสนับสนุนให้นักลงทุนดูผลตอบแทนย้อนหลังในช่วงอายุที่ยาวขึ้นประมาณ 3 – 5 ปี เนื่องจากจะสะท้อนความสามารถของทีมผู้จัดการกองทุนในการที่จะบริหารกองทุนอย่างแท้จริง คุณสามารถดูผลตอบแทนย้อนหลัง 1 , 3 , 5 ปี ซึ่งผมได้ทำการดึงข้อมูลจาก สมาคมบริษัทจัดการลงทุน และทำการ update ให้ทุกไตรมาส ได้ที่ http://fundmanagertalk.com/forum/fund/

สไตล์การบริหารของผู้จัดการกองทุน

ปรัชญา และแนวทางการบริหารกองทุนของผู้จัดการกองทุนเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสนใจนอกเหนือจากผลตอบแทนครับ ซึ่งแต่ละบลจ. ต่างก็มีแนวทางของตัวเอง เช่น แบบ Momentum Style ที่มีปริมาณการซื้อขายเมื่อเทียบกับขนาดกองทุน (Turnover) สูง หรือแบบ Bottom up ที่เน้นการวิเคราะห์เชิงลึกของแต่ละบริษัทที่จะเข้าลงทุน บางบลจ. ก็ใช้กลยุทธ์ Bottom up และทำการ Buy and Hold เป็นระยะเวลาหลาย ๆ ปีโดยไม่เปลี่ยนแปลงพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญ โดยวิธีการง่าย ๆ ถ้าคุณอยากรู้จักแนวทางของแต่ละบลจ. ก็คือการโทรศัพท์ไปที่ บลจ. นั้น ๆ ครับ ซึ่งหากคุณติดตามเรื่อย ๆ ก็จะพบด้วยว่าแต่ละ บลจ. มีการเปลี่ยนแปลงสไตล์การลงทุน (Style Drift) หรือเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้จัดการกองทุนบ่อยเกินไปหรือไม่

การถือครองหุ้นของแต่ละกองทุน

จะซื้อกองทุน LTF ทั้งที เงินก็ไม่ใช่น้อย ทำการบ้านอีกหน่อยด้วยการศึกษาการถือหุ้นเป็นรายตัวของแต่ละพอร์ตที่ท่านสนใจ ซึ่งโดยมากแต่ละ บลจ. จะประกาศเป็นรายเดือนเพียงไม่กี่วันหลังจากสิ้นเดือนครับ หากคุณไม่ชอบหุ้นบางบริษัท ไม่ว่าจะเป็นหุ้นปั่น หรือหุ้นที่มีประเด็นด้านธรรมาภิบาล (Corporate Governance) แต่พบว่ากองทุนที่ท่านศึกษาถือครองหุ้นเหล่านั้น ท่านก็อาจจะเลือกหลีกเลี่ยงการลงทุนในกองทุนนั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไป ในการประกาศรายชื่อหุ้น และรายชื่อหมวดหลักทรัพย์ที่ลงทุน มีข้อกำหนดให้ประกาศอย่างน้อย 5 อันดับแรก แต่ก็มีบาง บลจ. ที่ให้ดูได้ถึง 10 อันดับแรกซึ่งก็มักจะครอบคลุมกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งกองทุนครับ ส่วนตัวผมชอบกองทุนที่ถือหุ้นที่มีความเฉพาะตัว ไม่ได้มีแต่หุ้นขนาดใหญ่ใน SET50 เพียงอย่างเดียว ซึ่งผมมองว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการศึกษาในเชิงลึกผู้จัดการกองทุนในการไป Company Visit พบปะผู้บริหาร และทำการวิเคราะห์หาหุ้นที่ดีเพื่อทำการลงทุน ( ดูตัวอย่างพอร์ตการลงทุนของบลจ.อยุธยา ได้ที่ http://www.ayfunds.com/th/tlistfund.html )

ผมจะพยายามคอย update ทั้งผลการดำเนินงาน 1,3,5 ปีของกองทุน LTF & RMF ทั้งหมดในบ้านเรา รวมถึง “เปิดพอร์ต” เป็นบางกองทุนที่มีผลตอบแทนน่าประทับในในเวบบอร์ดของเวบไซต์นี้ครับ ติดตามกันนะครับ


 คุณเจษฎา สุขทิศ, CFA นามทวิตเตอร์ @FundTalk ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน หรือ “CIO” ที บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด รับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย และกลยุทธ์การลงทุน รวมถึงการบริหารทีมผู้จัดการกองทุน, ทีมวิจัย, และทีมค้าหลักทรัพย์ สำหรับการลงทุนในหุ้น, ตราสารหนี้, อนุพันธ์ และการลงทุนในต่างประเทศ คุณ เจษฎา ได้เริ่มงานในสายการลงทุนกับ บลจ. ยูโอบี จำกัด โดยรับผิดชอบการลงทุนของกองทุนตราสารหนี้ และตราสารทุน และในปี 2548 คุณ เจษฎา ได้เข้าร่วมงานกับ บลจ. อยุธยา เจเอฟ (AJF) ซึ่งขณะนั้นเป็นบริษัทในเครือของ JPMorgan Asset Management ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อและโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็น บลจ. กรุงศรี จำกัด ในปัจจุบัน โดยมีประสบการณ์ในหลายสายงาน ได้แก่ การลงทุนในหุ้น, ตราสารหนี้, การพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุน และการใช้อนุพันธ์ชนิดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุน ก่อนที่จะมาร่วมงานกับ ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล คุณเจษฎา ได้มีโอกาสร่วมงานกับ บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัด ในตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้และบริหารเงิน รับผิดชอบหน่วยงานด้านการลงทุนตราสารหนี้ระยะยาวประเภท Active โดยดูแลทีมผู้จัดการกองทุนในการบริหารสินทรัพย์ประมาณ 1 แสนล้านบาท คุณเจษฎา จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ ม. ธรรมศาสตร์ และปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจและการจัดการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยนอกจากการรับหน้าที่ CIO ที่ ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลแล้วคุณเจษฎา ยังรับหน้าที่เป็นวิทยากรให้กับมหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่าง ๆ ในตลาดทุน และการให้ความรู้เรื่องการลงทุนผ่านการเขียนบทความ /บล็อก ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน, settrade.com, FundManagerTalk.com และรายการ Stock Focus ทางโทรทัศน์ช่อง NBT Read more from this author


8 Comments »

  • chut said:

    เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ครับ

    ผลตอบแทนย้อนหลังนั้น หากได้ข้อมูลย้อนหลังนานกว่านี้จนครบ economic cycle ประมาณ 10-13 ปี จะดีมาก แต่เนื่องด้วยข้อมูลมีอยู่จำกัด ดังนั้นเราคงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลย้อนหลัง 3-5 ปีแทน

    สิ่งที่ดูยากที่สุด สำหรับนักลงทุนทั่วไป น่าจะเป็นเรื่องสไตล์การลงทุนของแต่ละกองทุนครับ เพราะเท่าที่ผ่านมา ผมไม่เคยเห็นกองทุนไหน ที่ประกาศสไตล์ที่ตนเองใช้เลย ทุกกองทุนหุ้นล้วนแต่บอกว่า

    "นโยบายคือ ซื้อหุ้นของบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโตดี มีธรรมาภิบาล ในราคาที่ต่ำหรือราคาเหมาะสม "

    ที่ว่า turnover สูงหรือต่ำ นักลงทุนต้องมีความรู้ในระดับหนึ่ง และมีเวลา+ความพยายามติดตามศึกษาเอาเองทั้งนั้น ซึ่งน่าจะมีน้อยคนที่ได้ติดตามจริงๆ

    สำหรับหุ้นที่กองทุนแต่ละกองถืออยู่นั้น คงไม่จำเป็นว่าจะถูกใจเราไปหมดทุกตัว ขอเพียงหุ้นที่ประกอบเป็นส่วนหลักของกองทุนอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ก็คงถือว่าผ่านครับ

      ( Quote )

    [Reply]

  • neverfull said:

    หุ้นลงมา 50 จุดเหลือ 700 คิดว่าน่าซื้อรึยังคะ

      ( Quote )

    [Reply]

  • FundTalk (author) said:

    ส่วนตัวผมมองไว้ 650 ครับ แต่ยังไม่แตะซักที

    ไปถึงแค่ 668 เมื่อ 3 พย ครับ

      ( Quote )

    [Reply]

  • FundTalk (author) said:

    ติดตามผลตอบแทนย้อนหลังของ LTF ทั้งอุตสาหกรรมได้ที่

    http://fundmanagertalk.com/forum/fund/

    :twisted:

      ( Quote )

    [Reply]

  • nanny said:

    ขอบคุณมากครับ ข้อมูลและแนวทางที่ดีจริงๆ :) :-P

      ( Quote )

    [Reply]

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.

 

Switch to our mobile site