รีวิวผลประกอบการกองทุนรวมประเทศไทย ณ สิ้นไตรมาส 2 / 2558

สวัสดีครับ ในที่สุดไตรมาส 2 ของปี 2558 ก็ผ่านพ้นไป เราเริ่มปีด้วยราคาน้ำมันที่ตกต่ำ กับความกลัวว่าเศรษฐกิจรัสเซียจะล่มเพราะพึ่งพาการส่งออกน้ำมันเป็นหลัก ตามมาด้วยความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทีทำให้ตลาดผันผวนเป็นระยะ ๆ ขณะที่เศรษฐกิจไทยดูไม่ดีเอาซะเลย นับตั้งแต่กำลังซื้อที่ยังชะลอตัวต่อเนื่อง หนี้เสียที่เริ่มเพิ่มขึ้น ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อชะลอตัว การส่งออกก็ยังติดลบต่อเนื่องขนาดว่าฐานปีที่แล้วก็ไม่ได้สูงอะไร การลงทุนภาครัฐยังคงต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการอีกพอสมควร คงมีแต่ภาคการท่องเที่ยวที่ยังพอฝากผีฝากไข้ได้ พอไตรมาสสองเป็นต้นมาราคาน้ำมันก็เริ่มปรับฟื้นตัวขึ้น ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็ยังดีต่อเนื่อง และช่วงปลายไตรมาส 2/58 ก็เป็นช่วงที่เรื่องของ “กรีซซซ” กลับมาเป็นที่สนใจของตลาดอีกครั้ง มาดูกันครับว่ากองทุนที่ผลตอบแทนสูงที่สุด ณ สิ้นไตรมาส 2/58 เป็นกองอะไร?   กองทุนที่มีผลประกอบการสูงที่สุด 10 อันดับแรกนับตั้งแต่ต้นปี ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2558 ค่อนข้าง ...

เทคนิคเลือกการลงทุน “กองทุนหุ้น”

เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลาย ๆ คนมีประสบการณ์การลงทุนในกองทุนหุ้น โดยเฉพาะกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งเป็นที่แพร่หลายมากในปัจจุบัน สิ่งที่ทุกท่านต้องพิจารณา คือการเลือกบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่ท่านจะไว้วางใจให้บริหาร ซึ่งปัจจัยที่ใช้ในการเลือก บลจ. มีทั้งเรื่องคุณภาพของบริการ, ความรู้สึกไว้วางใจต่อ บลจ., ทีมงานแ ละผลประกอบการในอดีต เป็นต้น สำหรับบทความฉบับนี้จะเป็นการนำเสนอแนวทางเลือก “กองทุนหุ้น” ในแง่มุมของสไตล์การบริหาร เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ใช้เป็นเครื่องมือประกอบการพิจารณา สไตล์การบริหารกองทุนหุ้น ถ้าดูตามบทความ หรือหนังสือเกี่ยวกับเรื่องการลงทุน มักจะเห็นการแบ่งสไตล์การลงทุนออกเป็น 2 แบบ คือแบบ Growth และแบบ Value (ดู http://en.wikipedia.org/wiki/Investment_style ) แต่วันนี้ผมจะขอแบ่งสไตล์ในอีกแบบหนึ่ง ดังนี้ 1. สไตล์ Passive ...

FundTalk – การกลับมาอีกครั้งของกองทุนกิมจิ

เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว วงการกองทุนรวมไทยได้เคยสร้างปรากฎการณ์ Kimji Bond Fever โดยมีเม็ดเงินลงทุนในกองทุนตราสารหนี้เกาหลีใต้สูงถึงกว่า 4 แสนล้านบาท กลายเป็นประเทศที่ลงทุนในพันธบัตรเกาหลีใต้สูงที่สุดในโลก กลับมาในปีนี้เริ่มจะได้เห็นกันอีกครั้งกับกองทุนที่ลงทุนในประเทศเกาหลีใต้ แต่รอบนี้เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นประเทศเกาหลีใต้ครับ เกาหลีใต้มีดีอย่างไร ไม่น่าเชื่อว่าประเทศที่มีประชากรเพียง 50 ล้านคน บนคาบสมุทรเกาหลีที่มีขนาดเล็ก ๆ มีทรัพยากรธรรมชาติไม่มากนักกลับมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 12 ของโลก และมีทุนสำรองระหว่างประเทศใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก จุดแข็งของประเทศเกาหลีใต้อยู่ที่ความเป็นผู้นำด้านด้านเทคโนโลยีที่มีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก ยกตัวอย่างเช่นตลาด Smartphone ซึ่งปี 2556 ทำยอดขายไปประมาณ 1 พันล้านเครื่องตกเป็นของผู้นำอย่าง Samsung ที่ทำยอดขายได้เกือบ 1 ใน 3 ของตลาด มากกว่าจำนวนขายของ ...

Investment Talk – 5 ขั้นตอน กับการกระจายความเสี่ยงอย่างง่ายๆ

  การกระจายความเสี่ยง หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า Diversification เป็นที่รู้จักกันในการลงทุนว่า เป็นสิ่งที่ควรทำ สำหรับนักลงทุนที่หวังจะสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว แต่สำหรับนักลงทุนรายบุคคล (Individual Investor) น้อยคนเหลือเกินที่จะเห็นความสำคัญของการกระจายความเสี่ยงนี่ แต่กลายเป็นมุ่งหวังว่า จะสร้างกำไรจากสินทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่ง หรือหุ้นเพียงแค่ตัวเดียวในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ เพื่อทำกำไรโดยการใส่เงินไปไว้ในสินทรัพย์นั้นทั้งก้อน กำไรมาก็โชคดีไป และยิ่งตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นขาขึ้น เราจึงเห็นนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เห็นความจำเป็นของการกระจายความเสี่ยง เพราะซื้ออะไรไปมันก็ขึ้นมากันหมด แต่มี 2 สิ่งที่เราต้องรู้ก็คือ ไม่มีใครรู้ว่า ตลาดหุ้นมันจะขึ้นไปอีกนานไหม แบบเดาถูก 100% หรอก การกระจายความเสี่ยงอาจลดอัตราผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนบ้างก็จริงๆ แต่สิ่งที่ลดลงด้วย และลดลงอย่างมีนัยสำคัญก็คือ ความเสี่ยง (Risk) ผมขอเล่า 5 ขั้นตอนสำหรับการกระจายความเสี่ยงอย่างง่ายๆ เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยสามารถนำไปใช้ในเบื้องต้นเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนตัวเองนะครับ  อย่าถือหุ้นแค่ตัวเดียว หรือ อุตสาหกรรมเดียว – ...

FundTalk – Mark to Market คืออะไร?

บทความนี้ เอากลับมาเล่าใหม่อีกครั้งนะครับ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา มีนักลงทุนหน้าใหม่หลายท่าน มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานและกลไลของกองทุนรวม วันนี้เลยถือโอกาสเอาบทความมาปัดฝุ่น และ Update ให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น กองทุนรวมตราสารหนี้ ต้องมี การ Mark to Market นั้นเป็นสาเหตุที่นักลงทุนเพิ่งเข้ามาในตลาดรู้สึกงง ว่า เอ๊ะ ทำไม กองทุนตราสารหนี้ที่ว่าเสี่ยงต่ำๆ บางที เราเห็น NAV กองทุนติดลบได้เหมือนกัน วันนี้มาคุยกันเรื่องการ Mark to Market นะครับ ที่ผ่านมาเพื่อนๆพี่ๆนักลงทุนคงได้ยินคำๆนี้อยู่บ่อยๆ บางคนอาจรู้คร่าวๆแล้วว่าคืออะไร ในขณะที่บางคนอาจไม่รู้เลยว่ามีผลกับหน่วยลงทุนที่ตัวเองถืออยู่ยังไง จริงๆแล้วการ Mark to Market ไม่ใช่ทำกับเฉพาะกองทุนรวมตราสารหนี้เท่านั้นนะครับ ลองมาดูนิยามของมันก่อน Mark to ...

FundTalk – กฏ 7 ทอง เพื่อการเลือกลงทุนในกองทุนรวม

กฏ 7 ทอง การเลือกกองทุนรวมเพื่อการลงทุน (1) ตั้งเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว – หลังจากที่เรามีเป้าหมายการลงทุนที่แน่นอน และรู้แล้วว่าตัวเองรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน และเราก็ได้เลือกผสมระหว่างกองทุนที่มี Active Management Style และ Passive Management Style คราวนี้เราก็ควรนั่งพักผ่อนได้แล้วล่ะครับ ปล่อยให้ผู้จัดการกองทุนทำงานส่วนที่ยากๆต่อไป เพื่อหาผลตอบแทนให้แก่เรา และประเด็นสำคัญก็คือ เราควรจะลงทุนในกองทุนรวมโดยมีเป้าหมายเพื่อหวังผลในระยะยาว เหมือนกับประโยคที่ว่า “กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว“ จะลงทุนในกองทุนรวม ผลตอบแทนมันก็คงไม่ได้วิ่งมาแค่ภายในวันสองวันเช่นกัน (2) มองหาผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ – เราควรดูผลตอบแทนของกองทุนย้อนหลัง อย่างน้อยก็ 3 ปี 1 ปี และเปรียบเทียบกับกองทุนอื่นๆที่มีนโยบายการลงทุนเหมือนๆกัน และมีเป้าหมายการลงทุนที่เหมือนกัน และที่สำคัญต้องเป็นกองทุนประภาทเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น เปรียบเทียบกองทุนหุ้นกับกองทุนหุ้น ...

Investment Talk – มารู้จักกับ “Cocktail Theory” ของ Peter Lynch กัน

Peter Lynch นั้นได้ชื่อว่าเป็นนักลงทุนและผู้จัดการกองทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลกการลงทุนในยุคนี้ ตัว Peter Lynch ได้เขียนหนังสือซึ่งเหมือนเป็นคัมภีร์ในการลงทุนที่ชื่อว่า “ONE UP ON WALL STREET” ซึ่งรวบรวมประสบการณ์และองค์ความรู้ของตัวเขาเองไว้ในหนังสือเล่มนี้ ที่จะเอามาเล่าให้ฟังก็คือ ในหนังสือเล่มนี้ กล่าวถึงทฤษฏีอันหนึ่ง ซึ่งปีเตอร์เป็นคนตั้งขึ้นมา และดูเหมือนว่าจะใช้ได้จริงในเกือบๆทุกตลาดหุ้นทั่วโลกด้วยสิ (ถ้าประเทศนั้นมี Coktail Party นะ) ทฤษฏีนี้ Peter Lynch ให้ชื่อว่า “Cocktail Theory” นั้นเอง ทฤษฏีนี้ เอาไว้พยากรณ์ว่าตลาดหุ้นอยู่ในช่วงไหนของวัฏจักรด้วยการไปยืนอยู่ที่กลางห้องจัดเลี้ยงงาน Cocktail หรูๆซักแห่ง แล้วคอยฟังว่า คนในงานเข้ากำลังพยายามพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่ โดยแบ่งออกเป็น 4 ช่วงภาวะตลาด อ่านดูแล้วงงกันไหมครับว่ามันทำนายได้จริงหรอ… ลองไปดูกันว่านักลงทุนระดับโลกคนนี้เขามองยังไง ...

Investment Talk – Efficient Market Theory ทฤษฏีที่ไม่มีจริงในโลกการลงทุน

Efficient Market Theory เกิดขึ้น ครั้งแรกเมื่อ 110 ปีที่แล้ว โดยนักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่ชื่อ Louis Bachelier และได้รับการสืบทอดและพัฒนากันมาจนถึงปัจจุบัน ทฤษฏีนี้ บอกไว้ว่า financial markets are “informationally efficient” แปลเป็นไทยก็คือ ตลาดการเงินสามารถตอบสนองและสะท้อนถึงข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และแม่นยำ เรียกง่ายๆว่า นักลงทุนทุกคนรู้ข่าวพร้อมกัน และตอบสนองต่อข่าวนั้นด้วยความเข้าใจที่เหมือนกัน และไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน … ไม่ต้องอธิบายต่อ ก็รู้ว่า ไม่มีตลาดหุ้นที่ไหนในโลกที่อยู่ภายใต้ Efficient Market Theory แน่นอน แต่ประเด็นคือ ถ้ามันเกิดขึ้นไม่ได้ และเป็นไปไม่ได้ แล้วทำไมถึงได้รับการยอมรับ และถูกยกตัวอย่างขึ้นมามากมาย? นี้เป็นประเด็นที่ผมเกิดอยากเขียน Blog ...

FundTalk – การจัดอันดับผลประกอบการกองทุนรวมกับ Morningstar Thailand

วันนี้ขอเล่าให้ฟัง ถึงเวบไซต์ http://morningstarthailand.com ซึ่งเป็นแหล่งรวมข้อมูลผลประกอบการกองทุนรวมในประเทศไทย ที่ครบถ้วนที่สุดแห่งหนึ่ง   เมนู Funds Quick Rank (http://tools.morningstarthailand.com/th/fundquickrank/default.aspx) เป็นเมนู ที่ใช้สำหรับดูอันดับผลตอบแทนครับโดยที่เราสามารถเลือกการจัดอันดับได้หลาย แบบ ทั้งแยกตามแต่ละบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน, แยกตามประเภทกองทุนตามสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน, แยกตามประเภทสินทรัพย์ และแยกตามประเภทกองทุนแบ่งตามแบบ Morningstar นอกจากนี้ยังสามารถเลือกดูได้หลายมุมมอง ดังนี้ ภาพรวม – แสดงจำนวนดาวที่ได้รับจากมอนิ่งสตาร์ (Morningstar Rating) และผลตอบแทนนับแต่ต้นปี ผลตอบแทนระยะสั้น – ดูผลตอบแทน 1 วัน, 1 สัปดาห์, 1 เดือน, 3 เดือน, 6 เดือน ...

Investment Talk – ว่ากันด้วยเรื่องของ Elliott Wave Principle ตอนที่ 2

บทความตอนแรก ผมได้เขียนถึงหลักการอย่างง่ายของ Elliott Wave Principle อันลือลั่นไปแล้ว ถึงแม้โดยทฤษฏี มันจะดูเข้าใจง่ายๆ แต่ในเชิงปฏิบัติแล้ว ทฤษฏ๊นี้กลับถูกใช้โดยมีความแม่นยำค่อนข้างต่ำ และอาศัยความชำนาญบวกประสบการณ์ของนักวิเคราะห์เองในการทำนายราคาในอนาคต แถมในตัวหลักการเอง ก็กลับมีข้อยกเว้น และหลักการย่อยๆอีกมากมายหลายอย่าง มาในครั้งนี้ ผมตั้งใจจะลงลึกไปอีกขั้น เพื่อให้ผู้ที่สนใจจะใช้ทฤษฏีนี้จริงๆ ไม่ใช่แค่นั่งอ่าน นั่งมองสิ่งที่นักเทคนิคเขาวาดไว้ให้เราดูเท่านั้น แต่เพื่อให้เราได้ฝึกนับคลื่น และใช้จินตนาการของตัวเองให้ได้มากขึ้นด้วย ครั้งที่แล้ว ผมบอกไปว่า ในคลื่นลูกใหญ่ มีคลื่นลูกย่อย ในคลื่นขาขึ้น (Impulse Wave) จะมี 5 คลื่นย่อย และในคลื่นขาลง (Corrective Wave) จะมี 3 คลื่นย่อย แต่ละคลื่น นักลงทุนในตลาดมักมีพฤติกรรมอย่างไร มาคราวนี้ ...

EconomicTalk – ย้อนรอย ประวัติโดยย่อ Subprime Crisis

       ใครเพิ่งเข้ามาในตลาดปี 2009 จนถึงตอนนี้ อาจนึกภาพตลาดขาลงไม่ออก ส่วนใครอยู่ในเกิน 15 ปี โดนไป 2 ครั้ง ก็เข็ดไปหลายคนนะครับ อยากรู้เรื่อง Subprime Crisis กันไหม? วิกฤต Subprime เกิดจากอะไร? – เกิดจาก อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าภูมิภาคอื่นของสหรัฐ และสภาพคล่องในระบบที่สูง กองทุนต่างๆ รวมทั้งธนาคารที่มีสภาพคล่องเยอะ ก็พยายามปล่อยกู้ ซึ่งก็อนุมัติกันได้ง่ายๆเป็นเวลาหลายปีทีเดียวก่อนเกิดวิกฤตดังกล่าว คำว่า Subprime Loan ก็คือ เงินกู้ชนิดหนึ่งที่ปล่อยให้กับผู้อยู่อาศัย โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คราวนี้ ลองนึกภาพนะครับ อัตรากรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยทั่วทั้งอเมริกาเพิ่มขึ้นจาก 64% ในปี 94 มาเป็น ...

InvestmentTalk – การประเมินมูลค่าหุ้น (Valuation)

การประเมินมูลค่าหุ้นเพื่อหาราคาที่เหมาะสมนั้น เป็นวิธีการที่ไม่ง่ายนัก เพราะนักลงทุนแต่ละคนมีความคิดและวิธีการที่แตกต่างกัน ต้องใช้ศิลปะพอสมควรในการประเมินควบคู่ไปกับการวิเคราะห์เชิงตัวเลข วิธีการประเมินมูลค่าหุ้นนั้นมีหลายวิธีมากเช่น วิธี PE, PB หรือ DCF เป็นต้น ซึ่งผมขออนุญาตไม่กล่าวถึงวิธีดังกล่าวเพราะมีบทความหรือว่าหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับวิธีประเมินมูลค่าหุ้นมากมายอยู่แล้ว แต่ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าการประเมินมูลค่าหุ้นนั้นมีความสำคัญอย่างไร ผมขอยกตัวอย่าง มีขวดโหลใส 1 ขวด บรรจุเหรียญต่างๆกันคือเหรียญ 1,2,5,10 บรรจุอยู่ในขวดโหลอย่างอัดแน่นทั้งขวด และผมจะกำหนดราคาขายมาให้ คุณมีหน้าที่ตัดสินใจว่าจะซื้อในราคาที่กำหนดหรือไม่ คุณมีโอกาสตัดสินใจในการซื้อเพียงแค่ 3 ครั้งเท่านั้น ครั้งแรกผมจะให้คุณมองขวดโหลด้วยสายตาเปล่าเพียงอย่างเดียวห้ามมีการสัมผัสขวดโหล คุณจะเห็นเหรียญแค่ภายนอกเท่านั้นและตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ สำหรับครั้งที่ 2 ผมจะให้คุณสามารถสัมผัสขวดโหลได้ แต่ห้ามเปิดขวดโหล และตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ สำหรับครั้งที่ 3 ผมให้คุณสามารถสัมผัสขวดโหลและเทเหรียญออกมานับได้ครึ่งหนึ่งของขวด แล้วทำการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่เช่นกัน สำหรับการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ของคุณทั้ง 3 ครั้ง ครั้งที่ ...

FundTalk – จำเป็นต้องลงทุนในกองทุนรวมมากกว่าหนึ่งกองไหม?

                เฉพาะกองทุนรวมประเภทตลาดเงิน หรือ Money Market Fund ก็มีมากมายหลาย บลจ. บางแห่งมีกองทุนประเภทนี้มากกว่า 1 กองอีกต่างหาก นี้ยังไม่รวมถึงกองทุนรวมหุ้น หรือที่ไปลงทุนในต่างประเทศอีกนะครับ รวมๆกันแล้วปัจจุบันกองทุนที่เสนอขายให้นักลงทุนในไทยตอนนี้ก็มีเกินกว่า 400 กองทุนเข้าไปแล้ว                 พอมีเยอะขนาดนี้ การเลือกกองทุนเพียงกองเดียวที่เหมาะกับตัวเรา หลังจากการพิจารณาเลือกนโยบาย และดูผลการดำเนินงานย้อนหลัง รวมทั้งประเด็นอื่นๆต่างๆนานาแล้ว ควรจะเพียงพอต่อการลงทุนของเราหรือไม่? ในความเห็นของผมก็ต้องตอบว่า “กองเดียวไม่พอ” ถึงแม้จะมีข้อโต้แย้งผมว่า ก็เราเลือกพิจารณารอบด้านแล้ว เห็นว่ากองทุนนี้เหมาะสมกับเราที่สุด ถ้าอย่างนั้นก็ลงทุนมันไปอย่างนั้นล่ะง่ายดี                 ตอบคำถามนี้ได้ง่ายมาก คุณแน่ใจได้อย่างไรว่ากองทุนนั้นจะทำผลการดำเนินงานได้เป็นไปตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้ 100% ห้ามเถียงผมนะครับว่า ก็ศึกษาข้อมูลเสียละเอียดขนาดนั้น ยังไงก็น่าจะให้ผลตอบแทนตามเป้าหมายแน่นอน อย่าลืมว่า การลงทุนนั้น ไม่ว่าคุณจะพยายามควบคุมความเสี่ยงด้วยวิธีไหน การลงทุนก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ดี ...

Investment Talk – Dow Jones นั้นสำคัญไฉน ทำไมต้องดู

                ใครที่สนใจและอยู่ในตลาดทุนมาระยะหนึ่ง จะพบว่ามีดัชนีตัวหนึ่งของอเมริกาที่สำนักข่าวทุกแห่งให้ความสนใจ และต้องรายงานความเคลื่อนไหวกันตลอด แถมพอดัชนีตัวนี้ตกลงมาแรงๆ ก็ทำให้ตลาดอื่นๆในโลกการลงทุนสะเทือนทั้งหมด ในทางตรงกันข้าม ถ้า Dow Jones สามารถบวกแบบเขียวเข้มๆให้ได้เห็นคืนใด เช้าวันนั้นตลาดหุ้นในเอเชียจะสดใสขึ้นมาทันที (ถ้าไม่มีปัญหาอื่นแทรกแซง) ถ้า Dow Jones สำคัญอย่างนั้นจริง เราก็จำเป็นต้องรู้ซักหน่อยว่าเพราะอะไร จริงไหมครับ                 ขอเล่าถึงจุดเริ่มต้นของดัชนี Dow Jones กันซักหน่อย ชื่อเต็มของดัชนีตัวนี้ก็คือ Dow Jones Industrial Average เราจะเห็นชื่อย่อในสำนักข่าวต่างประเทศว่า “DJIA” ส่วนตัวผมขอเรียกมันว่า Dow Jones แล้วกันครับ                 ดัชนี Dow Jones เป็นดัชนีตราสาทุน ...

Fund Talk – NAV สูงต่ำ เลือกกองทุนไหนดี?

เนื่องจากกองทุนรวมในตลาด มีเยอะแยะมากมาย หลากหลายนโยบายแตกต่างกันไป สิ่งแรกที่เราต้องพิจารณาในการคัดสรรค์เลือกกองทุนนั้นๆมาไว้ในพอร์ตก็คือ นโยบายและวิธีการลงทุนที่สอดรับกับความต้องการของนักลงทุน สิ่งนี้จะเป็นเครื่องมือในการประเมินโอกาสในการทำกำไรอนาคต ไม่ใช่ผลการดำเนินงานย้อนหลังแต่อย่างใด (เพราะในหนังสือชี้ชวน เขาบอกเอาไว้แล้ว ผลการดำเนินงานอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ฮาๆ) อุปสรรคแรกที่นักลงทุนต้องเผชิญก็คือ เมื่อเลือกกองทุนมาหลายๆกองทุน กลับพบว่า นโยบายการลงทุนไม่ได้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน จึงทำให้ตัดสินใจเลือกลงทุนลำบาก ครั้นไปดูผลการดำเนินงานในอดีต กองทุนที่มีผลการดำเนินงานในอดีตดีๆ ส่วนใหญ่ก็มี NAV ที่แพงกว่าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บ่อยครั้ง นักลงทุนมองกองทุนรวมเป็นหุ้นตัวหนึ่งในตลาด เมื่อพบว่าราคา NAV แพงกว่ากองทุนอื่น ก็เลือกกองทุนที่มีราคา NAV ต่ำกว่า เพราะได้จำนวนหน่วยที่มากขึ้น และคาดว่าในอนาคตราคาน่าจะวิ่งขึ้นไปเท่ากับ หรือใกล้เคียงกับกองทุนที่มีราคา NAV สูงกว่า สาเหตุที่นักลงทุนส่วนใหญ่มองอย่างนี้ก็เพราะ เราไม่เห็นว่ากองทุนในตลาดพวกนี้แตกต่างกันอย่างไร มันก็กองทุนเหมือนๆกันนั้นหล่ะ ผู้จัดการกองทุนถึงแม้หน้าตาไม่เหมือนกัน เก่งไม่เท่ากัน แต่คงไม่มีใครสามารถชนะตลาดไปตลอด ...