เทคนิคเลือกการลงทุน “กองทุนหุ้น”

ถึงเวลาของที่ปรึกษาการลงทุน และการทำ Global Asset Allocation
27/04/15
MACD เครื่องมือชี้จุดซื้อบอกจุดขาย พร้อมผลทดสอบความแม่นยำ 20 ปี
04/05/15

เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลาย ๆ คนมีประสบการณ์การลงทุนในกองทุนหุ้น โดยเฉพาะกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งเป็นที่แพร่หลายมากในปัจจุบัน สิ่งที่ทุกท่านต้องพิจารณา คือการเลือกบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่ท่านจะไว้วางใจให้บริหาร ซึ่งปัจจัยที่ใช้ในการเลือก บลจ. มีทั้งเรื่องคุณภาพของบริการ, ความรู้สึกไว้วางใจต่อ บลจ., ทีมงานแ ละผลประกอบการในอดีต เป็นต้น สำหรับบทความฉบับนี้จะเป็นการนำเสนอแนวทางเลือก “กองทุนหุ้น” ในแง่มุมของสไตล์การบริหาร เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ใช้เป็นเครื่องมือประกอบการพิจารณา


สไตล์การบริหารกองทุนหุ้น

ถ้าดูตามบทความ หรือหนังสือเกี่ยวกับเรื่องการลงทุน มักจะเห็นการแบ่งสไตล์การลงทุนออกเป็น 2 แบบ คือแบบ Growth และแบบ Value (ดู http://en.wikipedia.org/wiki/Investment_style ) แต่วันนี้ผมจะขอแบ่งสไตล์ในอีกแบบหนึ่ง ดังนี้

1. สไตล์ Passive – คือการบริหารโดยอิงกับดัชนี ซึ่งราคาของหน่วยลงทุนจะเคลื่อนไหวกับดัชนี เช่น SET, SET50 เป็นต้น แนวทางนี้เหมาะกับผู้ที่พอใจกับผลตอบแทนของดัชนี และรับไม่ได้หากผลตอบแทนของกองทุนหุ้นที่ลงทุนจะแพ้ดัชนี ขณะเดียวกันก็ยอมสละโอกาสที่ผลตอบแทนจะชนะดัชนีไปด้วยเช่นกัน

2. สไตล์ Trading – มีปริมาณการซื้อขายเยอะเมื่อเทียบกับขนาดกองทุน เช่น กองทุนขนาด 100 ล้านบาท แต่ปีนึงซื้อ ๆ ขาย ๆ  500 ล้านบาท กล่าวคือ ผู้จัดการกองทุนพยายามที่จะปรับพอร์ตบ่อยครั้งให้เข้ากับจังหวะและโอกาสในแต่ละช่วงเวลา เช่น เวลาน้ำมันเป็นขาขึ้นก็ไปลงหุ้นพลังงาน เวลาดอกเบี้ยลดก็ไปซื้อหุ้นกลุ่มอสังหาฯ เวลา Loan growth สูงก็ซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร เป็นต้น ผลตอบแทนของกองทุนลักษณะนี้มักจะมีความผันผวนพอสมควร กรณีที่ผู้จัดการกองทุนมีมุมมองส่วนใหญ่ถูกต้อง ผลตอบแทนก็มีโอกาสชนะดัชนีอย่างมาก กลับกันถ้ามุมมองในปีนั้นส่วนใหญ่ผิดก็มีโอกาสที่จะแพ้ตลาดได้มากเช่นกัน โดยมากแนวทางการบริหารของกองทุนลักษณะนี้จะเป็นแบบ Top – Down  กล่าวคือดูจากภาพเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เป็นหลัก และปรับพอร์ตให้สอดคล้องในแต่ละช่วงเวลา จากการสังเกตของผม พบว่าแนวทางนี้ส่วนใหญ่จะให้ผลตอบแทนที่ดีในปีที่หุ้นเป็นขาขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากผู้จัดการกองทุนสามารถปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับวัฏจักรเศรษฐกิจในปีนั้น ๆ

3. สไตล์ Buy and Hold – มีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับขนาดกองทุน เช่น กองทุนขนาด 100 ล้านบาท ทั้งปีมีปริมาณการ trade ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โดยมากจะเป็นแนวทางการบริหารแบบ Bottom – Up คือการเลือกหุ้นเป็นรายบริษัท และลงทุนแบบระยะยาวเช่น 3 – 5 ปี แนวทางนี้มักจะมีความผันผวนของผลตอบแทนที่น้อยกว่าแบบ Trading ซึ่งจากการสังเกตส่วนตัว ผมพบว่าแนวทางนี้มักจะให้ผลตอบแทนที่ดีในปีที่ตลาดหุ้นติดลบ เนื่องจากหุ้นที่ผู้จัดการกองทุน ลงทุน เป็นหุ้นที่ผลประกอบการระยะยาวมีความผันผวนน้อย และไม่เหวี่ยงมากไปตามวัฏจักรเศรษฐกิจ

เจาะลึก “หนังสือชี้ชวน” จับสไตล์ผู้จัดการกองทุน

ด้วยมาตรฐานการเผยแพร่ข้อมูลที่ดีของกองทุนไทย ทางสำนักงานกลต. ได้จัดทำระบบเผยแพร่ข้อมูลหนังสือชี้ชวนและรายงานกองทุนรวม ซึ่งคุณสามารถหามูลค่า commission ที่กองทุนจ่ายให้กับบริษัทหลักทรัพย์ได้ หากค่า commission ดังกล่าวเป็นสัดส่วนที่เยอะเมื่อเทียบกับขนาดกองทุน เช่น > 1 % ขณะที่ค่า commission เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.25% ก็เป็นตัวแสดงว่ากองทุนนั้นจัดอยู่ในสไตล์ Trading หากค่า commission คิดเป็นสัดส่วนที่น้อย เช่น < 0.25% ก็เป็นตัวแสดงได้ว่ากองทุนนั้นจัดอยู่ในประเภท Buy and Hold

เจษฎา สุขทิศ, CFA.

FundTalk
FundTalk
คุณเจษฎา สุขทิศ, CFA | Twitter: @FundTalk | Line ID: @Jessada ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน หรือ “CIO” ที INFINITI Global Investors โดยคุณเจษฎา มีประสบการณ์ยาวนานในสายงานผู้จัดการทุน มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ กองทุน และการจัดพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก (Global Asset Allocation) โดยก่อนที่จะมาก่อตั้ง บลน.อินฟินิติ คุณเจษฎา ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนที่ บลจ. ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล นอกจากนี้คุณเจษฎา ยังรับหน้าที่เป็นวิทยากรให้กับมหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่าง ๆ ในตลาดทุน และการให้ความรู้เรื่องการลงทุนผ่านการเขียนบทความ /บล็อก ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ, settrade.com, FundManagerTalk.com และ jessada.net

6 Comments

  1. chut says:

    เห็นด้วยกับการแบ่งกองทุนลักษณะนี้ครับ ค่อนข้างชัดเจนมากกว่า growth กับ value

    บลจ.ที่ผมเป็นแฟนประจำอยู่ มีทั้งกองทุน growth และ value ที่มีหุ้นตัวเดียวกัน ในสัดส่วนที่ใกล้กันเกือบจะทั้งพอร์ท!!

    ขอบคุณสำหรับ link ของกลต.ครับ

    ก่อนหน้านี้ ผมใช้วิธีหยิบรายงานครึ่งปีของแต่ละบลจ.มานั่งเปิดดู commission และมาหารเทียบกับขนาดกองทุนเอาเองตลอดเลย เลยดูได้แค่ไม่กี่บลจ.เท่าที่มีรายงานอยู่ที่บ้าน ส่วนมากในบลจ.เดียวกัน แต่ละกองทุนหุ้น จะบริหารคล้ายๆกัน ถือหุ้นคล้ายกัน

  2. FundTalk says:

    ขอบคุณครับ

    แต่ละคนก็จะมีความชอบที่ต่างกันครับ บางคนชอบกองที่ trade เยอะ ๆ มันส์ดี บางคนก็ชอบที่ trade น้อย ๆ Buy and Hold

    ถ้ามีโอกาสผมจะลองทำอัตรา Turnover ของการ trade หุ้นของแต่ละ บลจ. เพื่อเป็นข้อมูลประกอบสำหรับการเลือกซื้อกองทุนครับ

  3. Anonymous says:

    อยากได้แบบลงทุนระยะสั้น ได้ผลกำไรงามๆ ความเสี่ยงต่ำจัง

  4. non_sang says:

    ผมเข้าไปดูใน sec.or.th กองทุนที่ผมลงทุนมีค่าน่ายหน้าเมื่อเทียบกับขนาดทรัพย์สินกองทุนอยู่ 0.049% เลยไม่แน่ใจว่าต่ำผิดปกติหรือไม่ครับ (กองทุนมีทรัพย์สินประมาณ 8.8 พันล้าน มีค่านายหน้าประมาณ 4.9 ล้าน)

    และหากเปรียบเทียบ บลจ. ที่อยู่ใต้เครือแบงค์ที่มี บล. อยู่ในเครือ จะได้ค่านายหน้าที่ถูกกว่า บลจ. ที่อยู่เดี่ยวๆตัวคนเดียวหรือไม่ครับ

  5. mwcyqisgix says:

    เทคนิคเลือกการลงทุน “กองทุนหุ้น” – Fund Manager Talk
    amwcyqisgix
    [url=http://www.g296qa64ty577c30uoe2ho4dzv6z8u19s.org/]umwcyqisgix[/url]
    mwcyqisgix http://www.g296qa64ty577c30uoe2ho4dzv6z8u19s.org/

  6. 绉併伅銇傘仾銇熴仧銇°亴銇傘伨銈娿伀銈傘偄銉冦儣銇欍倠鍌惧悜銇屻亗銈嬨倐銇倰妤姐仐銈€銆傘亾銇倛銇嗐仾宸у銇粫浜嬨仺鏆撮湶锛佺銇熴仭銇儢銉偘銉兗銉伀鍚涖仧銇°倰杩藉姞銇椼伨銇椼仧绱犳櫞銈夈仐銇勪綔鍝併伄閫d腑銈掔董鎸併仚銈嬨€?
    red lace dress

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *