ทางเลือกอาชีพในธุรกิจบริหารเงินและจัดการลงทุน

สายงานจัดการลงทุน (Buy Side) ในสายงานจัดการลงทุน หรือที่เรามักจะเรียกกันว่าเป็นฝั่ง Buy Side มักจะเริ่มจากการเป็น “นักวิเคราะห์” แล้วค่อยๆ เติบโตในสายงานวิเคราะห์ เป็น “นักวิเคราะห์อาวุโส” หรือ “ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์” หรืออาจจะย้ายไปโตในสายงานจัดการกองทุน เป็น “ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน” หรือ “ผู้จัดการกองทุน” ซึ่งสามารถเติบโตเป็น Chief Investment Officer (CIO) หรือ “ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน” ได้ ขอแนะนำให้รู้จักกับสายอาชีพด้านจัดการกองทุน ดังนี้ 1. นักวิเคราะห์การลงทุน (Investment Analyst) มีหน้าที่วิเคราะห์และประเมินว่า ภาวะเศรษฐกิจ ตลาดการเงิน การลงทุน และภาวะอุตสาหกรรมในอนาคตจะเป็นอย่างไร ภายใต้สถานการณ์ที่คาดไว้ ...

ชีวิตของคนที่เรียกตัวเองว่า “ผู้จัดการกองทุน” (ภาค 1)

บทความนี้เขียนโดย คุณ ณสุ จันทร์สม,CFA. ผู้จัดการกองทุนหุ้นระดับแนวหน้าของเมืองไทยคนหนึ่งที่ผมเคยมีโอกาสได้ร่วมงานด้วยครับ ชอบมากเลยขออนุญาตนำมาลงครับ มี ความเข้าใจกันอย่างทั่วไปว่า การเป็นผู้จัดการกองทุน หรือ Fund Manager เป็นสิ่งที่น่าสนใจและเป็นหนึ่งในสาขาอาชีพที่เป็นที่คาดหวังของนักเรียน สาขาการเงินหลายๆคน สำหรับเหตุผลคงหนีไม่พ้นว่า ผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่จะมีโอกาสได้บริหารเงินที่มีจำนวนมาก มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลมากมายซึ่งใช้ประกอบการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามการเป็นผู้จัดการกองทุนก็มีข้อที่ควรระวัง ผู้เขียนขอสรุปประเด็นข้อดีและข้อควรระวังของการเป็นผู้จัดการกองทุนเพื่อ เป็นข้อคิดดังนี้ สำหรับข้อดีของการเป็นผู้จัดการกองทุน นอกจากการมีโอกาสที่ได้บริหารเงินค่อนข้างเยอะ (แต่ไม่ใช่เงินของตนเอง) คงหนีไม่พ้นการได้มีโอกาสพบปะกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจดทะเบียนฯต่างๆ การได้เข้าถึงทำให้สามารถทราบถึงวิสัยทัศน์ของคนในระดับผู้นำในแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นโอกาสที่นักลงทุนทั่วไปส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสนี้ เหตุผลที่ได้เข้าพบก็เนื่องมาจากผู้จัดการกองทุนถือได้ว่าเป็นนักลงทุน สถาบันและมีอำนาจในการตัดสินใจจะซื้อจะขายหลักทรัพย์ใดๆได้ สำหรับข้อดีอื่นๆของการเป็นผู้จัดการกองทุน ซึ่งถือว่าเป็นนักลงทุนสถาบัน ก็คือการมีโอกาสที่จะได้รับข้อมูลที่กว้างขวางจากโบรกเกอร์ต่างๆเกือบจะทุกแห่ง เนื่องจากโบรกเกอร์ทุกแห่งคงอยากได้การยอมรับจากผู้จัดการกองทุน ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นโอกาสที่จะได้รับค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Brokerage Commission) ก็จะมีมากขึ้น หากจะสรุปสั้นๆก็อาจกล่าวได้ว่าผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่จะมีแต่คนเอาใจ จึงมีผู้จัดการกองทุนบางคนอาจหลงลืมไปว่าหน้าที่ที่แท้จริงของเค้าคืออะไร จริงจริงก็เป็นคนที่นักลงทุนฝากความหวังว่าจะสามารถช่วยนำมาซึ่งผลตอบแทนที่ดีให้นักลงทุนได้อย่างต่อเนื่องเท่านั้นเอง สำหรับข้อควรระวังของการเป็นผู้จัดการกองทุนก็มีอยู่ไม่น้อย ...

CareerTalk – เส้นทางอาชีพของนักการเงิน

ในโลกการเงินและการลงทุน เรามีหน่วยงานที่ต้องการ “นักการเงิน” อยู่ 3 กลุ่ม กลุ่มนักลงทุน (Investors)คือกลุ่มที่มีเงินและต้องการนำเงินไปลงทุนให้เกิดดอกผล ในประเทศไทย กลุ่มนักลงทุนสถาบัน ประกอบด้วย กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ สำนักงานประกันสังคม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทประกันภัย บริษัทประกันชีวิต ฯลฯ หน่วยงานเหล่านี้ทำหน้าที่รวบรวมเงินออมของประชาชนเพื่อนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ กลุ่มที่ต้องการเงินลงทุน คือ กลุ่มที่ต้องการกู้ยืมเงินหรือระดมทุนเพื่อไปใช้จ่ายหรือขยายกิจการ ประกอบด้วย บริษัทเอกชน (ต้องการกู้ยืมเงินหรือระดมทุนเพื่อไปขยายกิจการ) และหน่วยงานของรัฐ กลุ่มคนกลาง (Intermediaries) คือ กลุ่มที่ช่วยให้ ‘กลุ่มนักลงทุน’ กับ ‘กลุ่มที่ต้องการเงินลงทุน’ มาเจอกัน ประกอบด้วย ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ ฯลฯ   กลุ่มนักลงทุน ...

FundTalk – Mark to Market คืออะไร?

บทความนี้ เอากลับมาเล่าใหม่อีกครั้งนะครับ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา มีนักลงทุนหน้าใหม่หลายท่าน มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานและกลไลของกองทุนรวม วันนี้เลยถือโอกาสเอาบทความมาปัดฝุ่น และ Update ให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น กองทุนรวมตราสารหนี้ ต้องมี การ Mark to Market นั้นเป็นสาเหตุที่นักลงทุนเพิ่งเข้ามาในตลาดรู้สึกงง ว่า เอ๊ะ ทำไม กองทุนตราสารหนี้ที่ว่าเสี่ยงต่ำๆ บางที เราเห็น NAV กองทุนติดลบได้เหมือนกัน วันนี้มาคุยกันเรื่องการ Mark to Market นะครับ ที่ผ่านมาเพื่อนๆพี่ๆนักลงทุนคงได้ยินคำๆนี้อยู่บ่อยๆ บางคนอาจรู้คร่าวๆแล้วว่าคืออะไร ในขณะที่บางคนอาจไม่รู้เลยว่ามีผลกับหน่วยลงทุนที่ตัวเองถืออยู่ยังไง จริงๆแล้วการ Mark to Market ไม่ใช่ทำกับเฉพาะกองทุนรวมตราสารหนี้เท่านั้นนะครับ ลองมาดูนิยามของมันก่อน Mark to ...

CareerTalk – คุณสมบัติ 12 ประการของผู้จัดการกองทุนที่ดี

อาชีพผู้จัดการกองทุน เป็นอาชีพหนึ่งที่หลายๆคนใผ่ฝัน เป็นอาชีพที่มีความกดดันสูง เพราะต้องบริหารจัดการเงินของผู้อื่น วันนี้ผมมีคำแนะนำดีๆจากหนังสือ ลงทุนสวนกระแสอย่าง…แอนโทนี โบลตัน (INVESTING AGAINST THE TIDE) เขียนโดย แอนโทนี โบลตัน ผู้จัดการกองทุน Fidelity Special Situations Fund ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่เขาได้บริหารมีผลตอบแทน 20% ต่อปี โดยหนังสือเล่มนี้นอกจากจะให้คำแนะนำเทคนิคการลงทุนแล้วยังได้ให้คำแนะนำว่าผู้จัดการกองทุนที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร โดยมีทั้งหมด 12 ข้อ ผมเห็นว่ามีประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจในอาชีพผู้จัดการกองทุนหรือนักลงทุนจึงนำมาถ่ายทอดต่อ เพื่อที่ผู้สนใจอาชีพนี้จะได้พัฒนาตัวเองเพื่อที่จะได้เป็นผู้จัดการกองทุนที่เก่งตามอย่างของ แอนโทนี โบลตัน 1.       การมีสายตาทะลุทะลวง ผู้จัดการกองทุนต้องมีการวิเคราะห์ที่มากกว่านักลงทุนท่านอื่นสองถึงสามก้าว เช่น หากมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบทางด้านลบหรือบวกกับหุ้นบางตัว นอกจากจะต้องทราบว่าผลกระทบนั้นมากน้อยเท่าใดจะต้องคิดต่อว่าผลกระทบนั้นมีจุดเชื่อมโยงกับหุ้นตัวอื่นด้วยหรือไม่และมากน้อยเท่าใดด้วย อีกทั้งถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเศรษฐกิจหรือพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เราต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่าบริษัทใดจะได้รับประโยชน์หรือเสียประโยชน์ ...

FundTalk – กฏ 7 ทอง เพื่อการเลือกลงทุนในกองทุนรวม

กฏ 7 ทอง การเลือกกองทุนรวมเพื่อการลงทุน (1) ตั้งเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว – หลังจากที่เรามีเป้าหมายการลงทุนที่แน่นอน และรู้แล้วว่าตัวเองรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน และเราก็ได้เลือกผสมระหว่างกองทุนที่มี Active Management Style และ Passive Management Style คราวนี้เราก็ควรนั่งพักผ่อนได้แล้วล่ะครับ ปล่อยให้ผู้จัดการกองทุนทำงานส่วนที่ยากๆต่อไป เพื่อหาผลตอบแทนให้แก่เรา และประเด็นสำคัญก็คือ เราควรจะลงทุนในกองทุนรวมโดยมีเป้าหมายเพื่อหวังผลในระยะยาว เหมือนกับประโยคที่ว่า “กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว“ จะลงทุนในกองทุนรวม ผลตอบแทนมันก็คงไม่ได้วิ่งมาแค่ภายในวันสองวันเช่นกัน (2) มองหาผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ – เราควรดูผลตอบแทนของกองทุนย้อนหลัง อย่างน้อยก็ 3 ปี 1 ปี และเปรียบเทียบกับกองทุนอื่นๆที่มีนโยบายการลงทุนเหมือนๆกัน และมีเป้าหมายการลงทุนที่เหมือนกัน และที่สำคัญต้องเป็นกองทุนประภาทเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น เปรียบเทียบกองทุนหุ้นกับกองทุนหุ้น ...

Investment Talk – รู้จักสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ แล้วระดับไหนที่น่าเชื่อถือ?

สืบเนื่องมาจากปัญหาหนี้ในกลุ่มประเทศ PIIGS (โปรตุเกส, ไอร์แลนด์, อิตาลี, กรีซ และ สเปน) ได้สร้างความกังวลให้กับตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลก จนทำให้จากกำไรที่นักลงทุนทำได้มาตลอดต่อเนื่องตั้งแต่หลัง Subprime Crisis ตอนนี้กลายเป็นแค่ฝันที่ยังรอคอยให้มันเป็นความจริง ผ่านมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้ ใครกระจายการลงทุนออกไปต่างประเทศ กลับรู้สึกเหมือนเดินย้ำอยู่กับที่ NAV กองทุนไม่เห็นวิ่งขึ้นเหมือนเก่า แถมทรุดเอาๆด้วยซ้ำไป ความเสี่ยงอันเกิดจากหนี้ของประเทศดังกล่าวที่สูงขึ้น อาจวัดได้จากอัตราส่วน Debt to GDP แต่นั้นก็ไม่ได้บอกถึงความเสี่ยงทั้งหมดของประเทศดังกล่าว และเพื่อเป็นตัวแทนของนักลงทุนในการหาความเสี่ยงของหลักทรัพย์ที่นักลงทุนไปลงทุน จึงได้เกิดสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือขึ้นมาในตลาดทุนอย่างปัจจุบัน สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agency: CRA) ก็คือ บริษัทซึ่งทำหน้าที่ให้บริการจัดอันดับคุณภาพและความเสี่ยงของตราสารประเภทหนี้ หรือของบริษัท หรือองค์การต่างๆ โดยในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้น ทาง CRA แต่ละแห่งจะพิจารณาหลักเกณฑ์ต่างๆที่สำคัญ ...

InvestmentTalk – ปรับกลยุทธ์ลงทุนกับ @FundTalk ตอน “ระวังเงินร้อนลวก”

เจษฎา สุขทิศ, CFA | 2 พ.ค. 54 เข้าสู่เดือนพฤษภาคม ของปีกระต่ายทองแล้วนะครับ อากาศช่วงนี้เริ่มจะร้อนสมกับเป็นหน้าร้อนเมืองไทย หลังจากที่เราเกิดปรากฎการณ์แฟชั่นเสื้อหนาวกลางฤดูร้อนไปเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าสมดุลธรรมชาติของโลกเรานั้นกำลังสั่นคลอนหนักทีเดียว และระยะหลายปีหลังมามีภัยธรรมชาติต่าง ๆ เกิดถี่ขึ้น และรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับการปรับกลยุทธ์การลงทุนครั้งนี้ผมให้ชื่อว่าตอน “ระวังเงินร้อนลวก” ไม่ใช่น้ำร้อนนะครับ แต่เป็นเงินร้อน ซึ่งหมายถึงเงินทุนเคลื่อนย้ายจากต่างชาติซึ่งมาเร็วและไปเร็ว ต้นตอของเงินร้อนที่ว่านี้มาจากทิศทางการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องของค่าเงินดอลลาร์ในปีนี้ภายหลังจากผู้ว่าแบงค์ชาติสหรัฐฯ ได้ออกมาย้ำกับนักลงทุนว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องต่อไป ทำให้สภาพคล่องของเงินดอลลาร์ยังคงท่วมระบบอย่างต่อเนื่อง เมื่อดูจากค่าเงินดอลลาร์เทียบกับยูโรล่าสุดอ่อนไปที่ 1.48 อ่อนค่าไปกว่า 10% แล้วในปีนี้ ด้วยการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์นี้เองเป็นปัจจัยหลักอันหนึ่งทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นทำ new high อย่างต่อเนื่อง โดยขณะที่กำลังเขียนบทความอยู่นี้ได้ปรับขึ้นทะลุ 1,556 เหรียญต่อออนซ์ไปแล้ว ขณะที่ตลาดหุ้นหลักอย่างอเมริกาก็ทำจุดสูงสุดนับแต่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ไปเช่นเดียวกัน เมื่อมองกลับไปที่ปัจจัยพื้นฐาน ผมยังคงมองว่าปี ...

InvestmentTalk – ลงทุนหุ้นแบบ Mosaic

เห็นขึ้นชื่อบทความมาอย่างนี้ไม่ใช่การลงทุนโดยใช้ กระเบื้อง Mosaic (โมเสก) นะครับ คำว่า Mosaic ที่นำมาใช้ในที่นี้นั้นหมายถึง Mosaic Theory ซึ่งเป็นแนวทางที่ผมเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนหุ้นแบบ วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานได้มากทีเดียวครับ Mosaic Theory (อ่านว่า โม-เซ-อิค) คือการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานบริษัท โดยเริ่มจากการ Brain Storm คือการรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นงบการเงิน, 56-1, Opportunity Day, Company Visit รวมไปถึงการใช้ Google และการอ่านเวบบอร์ดต่าง ๆ ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่เราสนใจ โดยนำข้อมูลทั้งหมดมารวบรวมและวิเคราะห์/สังเคราะห์หา “คุณค่า” ของบริษัท (จะว่าแนวทางนี้เป็นแนวทางแบบ Value Investor ชนิดหนึ่งผมก็ไม่ปฏิเสธครับ) ข้อมูลที่เรารวบรวมมาได้นั้นหลัก ...

FundTalk – จำเป็นต้องลงทุนในกองทุนรวมมากกว่าหนึ่งกองไหม?

                เฉพาะกองทุนรวมประเภทตลาดเงิน หรือ Money Market Fund ก็มีมากมายหลาย บลจ. บางแห่งมีกองทุนประเภทนี้มากกว่า 1 กองอีกต่างหาก นี้ยังไม่รวมถึงกองทุนรวมหุ้น หรือที่ไปลงทุนในต่างประเทศอีกนะครับ รวมๆกันแล้วปัจจุบันกองทุนที่เสนอขายให้นักลงทุนในไทยตอนนี้ก็มีเกินกว่า 400 กองทุนเข้าไปแล้ว                 พอมีเยอะขนาดนี้ การเลือกกองทุนเพียงกองเดียวที่เหมาะกับตัวเรา หลังจากการพิจารณาเลือกนโยบาย และดูผลการดำเนินงานย้อนหลัง รวมทั้งประเด็นอื่นๆต่างๆนานาแล้ว ควรจะเพียงพอต่อการลงทุนของเราหรือไม่? ในความเห็นของผมก็ต้องตอบว่า “กองเดียวไม่พอ” ถึงแม้จะมีข้อโต้แย้งผมว่า ก็เราเลือกพิจารณารอบด้านแล้ว เห็นว่ากองทุนนี้เหมาะสมกับเราที่สุด ถ้าอย่างนั้นก็ลงทุนมันไปอย่างนั้นล่ะง่ายดี                 ตอบคำถามนี้ได้ง่ายมาก คุณแน่ใจได้อย่างไรว่ากองทุนนั้นจะทำผลการดำเนินงานได้เป็นไปตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้ 100% ห้ามเถียงผมนะครับว่า ก็ศึกษาข้อมูลเสียละเอียดขนาดนั้น ยังไงก็น่าจะให้ผลตอบแทนตามเป้าหมายแน่นอน อย่าลืมว่า การลงทุนนั้น ไม่ว่าคุณจะพยายามควบคุมความเสี่ยงด้วยวิธีไหน การลงทุนก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ดี ...

FundTalk – PIMCO’s Total Return Approach

กลยุทธ์การลงทุนแบบ Total Return Approach เป็นแนวทางที่ถูกค้นคิดโดย Bill Gross ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น Fund Manager ตราสารหนี้เบอร์ 1 ของโลก (อ่าน http://bit.ly/BillGross ) โดย Bill Gross เป็นผู้ก่อตั้งกองทุน PIMCO ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนตราสารหนี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Bill Gross ได้ระบุในหนังสือ “Bill Gross on Investing” ว่านักลงทุนตราสารหนี้ทั่วไปมักจะมอง “Yield” หรืออัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้เป็นหลักในการเลือกลงทุน แต่แนวทางแบบ Total Return Approach จะมีเป้าหมายในการทำให้ผลตอบแทนรวมจากราคาตลาดทั้งที่มาจาก Yield, กำไร/ขาดทุนของตราสารหนี้ให้ดีที่สุด และมีระดับความผันผวนที่เหมาะสม ...

FundTalk – “PIMCO Total Return Bond Fund” กองทุนรวมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

หากมือหนึ่งของโลกด้านการลงทุนในตลาดหุ้นคือ Warren Buffet มือหนึ่งของโลกด้านตลาดตราสารหนี้ย่อมเป็น Bill Gross ผู้ซึ่งการันตีคุณภาพด้วยรางวัล “ผู้จัดการกองทุนแห่งทศวรรษ” โดย Morning Star และฉายา “The Bond King” ที่ตั้งโดยนิตยสาร Fortune Magazine [ อ่านบทความ The Bond King ได้ที่ http://bit.ly/BillGross ] PIMCO คือบริษัทจัดการกองทุนตราสารหนี้ที่ Bill Gross สร้างขึ้นมาในช่วงประมาณปี 1971 ซึ่งปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร ณ สิ้นปี 2009 สูงถึง 1.4 ล้านล้านเหรียญ หรือ ...

CareerTalk – สู่เส้นทางมืออาชีพด้านการลงทุนกับคุณวุฒิ CISA: Certified Investment & Securities Analyst

ผู้ที่อยู่ในสายงานด้านการลงทุนคงจะคุ้นหูกับคุณวุฒิ CFA หรือ Certified Financial Analyst ซึ่งเป็นใบเบิกทางที่สำคัญในระดับสากลสำหรับการเติบโตในสายงานการเงินการลงทุน หรือแม้แต่การกระโดดข้ามมาจากสายอาชีพอื่น อย่างไรก็ดี ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานด้านตลาดทุนของประเทศไทยได้พัฒนาหลักสูตรวิชาชีพด้านการลงทุนฉบับของเราเองขึ้นมา โดยอิงกับโครงสร้างหลักสูตร CFA เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ผู้ที่ได้รับคุณวุฒินี้จะมีองค์ความรู้ทัดเทียมได้กับระดับสากล โดยหลักสูตรนี้มีชื่อว่า Certified Investment & Securities Analyst Program หรือ CISA (ซีซ่า) 1) CISA คืออะไร? CISA เป็นหลักสูตรวิชาการด้านการเงินการลงทุนที่พัฒนาขึ้นโดย สถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน (Thailand Securities Insititute) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งตั้งใจให้ผู้ศึกษาและผ่านการทดสอบมีความสามารถในการวิเคราะห์และบริหารการลงทุน ทั้งในภาพรวมและรายละเอียด สามารถประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ ตลอดจนความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เพื่อการตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีคุณภาพ ...

Fund Talk – NAV สูงต่ำ เลือกกองทุนไหนดี?

เนื่องจากกองทุนรวมในตลาด มีเยอะแยะมากมาย หลากหลายนโยบายแตกต่างกันไป สิ่งแรกที่เราต้องพิจารณาในการคัดสรรค์เลือกกองทุนนั้นๆมาไว้ในพอร์ตก็คือ นโยบายและวิธีการลงทุนที่สอดรับกับความต้องการของนักลงทุน สิ่งนี้จะเป็นเครื่องมือในการประเมินโอกาสในการทำกำไรอนาคต ไม่ใช่ผลการดำเนินงานย้อนหลังแต่อย่างใด (เพราะในหนังสือชี้ชวน เขาบอกเอาไว้แล้ว ผลการดำเนินงานอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ฮาๆ) อุปสรรคแรกที่นักลงทุนต้องเผชิญก็คือ เมื่อเลือกกองทุนมาหลายๆกองทุน กลับพบว่า นโยบายการลงทุนไม่ได้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน จึงทำให้ตัดสินใจเลือกลงทุนลำบาก ครั้นไปดูผลการดำเนินงานในอดีต กองทุนที่มีผลการดำเนินงานในอดีตดีๆ ส่วนใหญ่ก็มี NAV ที่แพงกว่าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บ่อยครั้ง นักลงทุนมองกองทุนรวมเป็นหุ้นตัวหนึ่งในตลาด เมื่อพบว่าราคา NAV แพงกว่ากองทุนอื่น ก็เลือกกองทุนที่มีราคา NAV ต่ำกว่า เพราะได้จำนวนหน่วยที่มากขึ้น และคาดว่าในอนาคตราคาน่าจะวิ่งขึ้นไปเท่ากับ หรือใกล้เคียงกับกองทุนที่มีราคา NAV สูงกว่า สาเหตุที่นักลงทุนส่วนใหญ่มองอย่างนี้ก็เพราะ เราไม่เห็นว่ากองทุนในตลาดพวกนี้แตกต่างกันอย่างไร มันก็กองทุนเหมือนๆกันนั้นหล่ะ ผู้จัดการกองทุนถึงแม้หน้าตาไม่เหมือนกัน เก่งไม่เท่ากัน แต่คงไม่มีใครสามารถชนะตลาดไปตลอด ...