Home » 1. Investment Talk, 1.3 Bond

InvestmentTalk – การเลือกซื้อหุ้นกู้อย่างมีหลักการ

23 August 2009 1,763 views 7 Comments

Written by:

หลาย ๆ ท่านคงจะได้เคยมีประสบการณ์ลงทุนในหุ้นกู้ภาคเอกชน เช่น หุ้นกู้ปูนซีเมนต์ไทย, หุ้นกู้ปตทสผ. ฯลฯ ที่ทยอยเสนอขายอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วันนี้ผมจะขอเสนอแนวทางในการเลือกหุ้นกู้เอกชนอย่างมีหลักการ ซึ่งน่าจะพอเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนของท่านได้ครับ

ตราสาร ภาคเอกชนจัดเป็นตราสารที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล กล่าวคือโอกาสผิดนัดชำระหนี้ของหุ้นกู้จะสูงกว่าพันธบัตร โดยหุ้นกู้ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยบริษัท จัดอันดับความน่าเชื่อถือ เช่น FITCH, TRIS โดยอันดับความน่าเชื่อถือระดับสูงสุดคือ AAA และอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ Investment grade คือ BBB – ขึ้นไป

ยกตัวอย่างเช่น หากพันธบัตรรัฐบาล 5 ปีมีดอกเบี้ยที่ 3.34% หุ้นกู้ก็ควรได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าพันธบัตร โดยส่วน ต่างระหว่างดอกเบี้ยของหุ้นกู้กับดอกเบี้ยของพันธบัตรจะเรียกว่า Credit Spread ซึ่งเป็นผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่ช่วยชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้ หุ้นกู้ที่ได้รับ Ratings ต่ำกว่าย่อมหมายถึงมีความเสี่ยงที่สูงกว่า หุ้นกู้นั้นก็ควรจะมี Credit Spread ที่สูงกว่าเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

ที่สำคัญคือ ท่านในฐานะนักลงทุนรายย่อย จะทราบถึงดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล และ Credit spread ของหุ้นกู้เอกชนได้จากแหล่งข้อมูลใด ผมขอแนะนำให้ท่านศึกษาข้อมูลได้จากเวบไซต์ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (Thai Bond Market Association) ครับ

รูปที่ 1 Corporate Bond Yield Curve
URL: http://www.thaibma.or.th/ เลือก Price&Yield >> Yield Curve >> Corporate

รูป ที่ 1 แสดงให้เห็นถึง Credit Spread ปัจจุบันของหุ้นกู้ในแต่ละช่วงอายุ และระดับ Ratings ต่าง ๆ เช่น หุ้นกู้อายุ 3 – 5 ปี ระดับ A มีระดับ Credit Spread ที่ 176 bps หรือ 1.76% ส่วนระดับ BBB อยู่ที่ 367 bps หรือ 3.76%

——————————————————————-
รูปที่ 2 ThaiBMA Government Bond Yield Curve
URL: www.thaibma.or.th เลือก Price&Yield >> Yield Curve >> Government

เมื่อทราบข้อมูล Credit Spread แล้ว ให้นำค่า Credit Spread ที่ได้ไปบวกกับดอกเบี้ยของพันธบัตร ตามรูปที่ 2 ยกตัวอย่างเช่น หากท่านกำลังศึกษาเพื่อจะลงทุนในหุ้นกู้ระดับ A ที่อายุประมาณ 5 ปี ปัจจุบัน ณ วันที่ 16 มิ.ย. ดอกเบี้ยพันธบัตร 5 ปีอยู่ที่ 3.34% และ Credit Spread อยู่ที่ 1.76% ดังนั้นดอกเบี้ยที่เหมาะสมก็ควรอยู่ที่ระดับใกล้เคียง 3.34 + 1.76 = 5.10%

หลักการที่ผมนำเสนอในวันนี้จะช่วยให้ท่านสามารถคำนวณหาดอกเบี้ยที่เหมาะสมสำหรับหุ้นกู้แต่ละรุ่นที่เสนอขายในตลาดได้ เช่น หากเราได้รับการเสนอขายหุ้นกู้ 5 ปีระดับ A ที่ดอกเบี้ย หรือ Yield to maturity ที่ 6.00% ก็น่าจะเป็นโอกาสที่น่าสนใจไม่น้อยเพราะได้ดอกเบี้ยสูงกว่าระดับ Fair value อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์ฐานะทางการเงินของแต่ละบริษัทที่เราจะลงทุนอย่าง ละเอียดก็มีความสำคัญครับ เพราะ Ratings นั้นไม่ใช่ว่าได้ A แล้วจะคงอยู่ตลอดไป ถ้าฐานะการเงินด้อยลง บริษัทนั้นก็จะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือได้เช่นกัน

ในโลกของการลงทุนนั้น “ยิ่งรู้มากกว่าก็ยิ่งได้เปรียบ” นะครับ

โดย เจษฎา สุขทิศ,CFA. ผู้จัดการกองทุน, บลจ.อยุธยา จำกัด


 คุณ เจษฎา สุขทิศ, CFA. / นามทวิตเตอร์ @FundTalk ผู้ก่อตั้ง FundManagerTalk.com ปัจจุบันเป็น Senior Fund Manager ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (”SCBAM”) คุณ เจษฎา เรียนจบ ป.ตรี ด้านเศรษฐศาสตร์ที่ ม.ธรรมศาสตร์ และ ป.โท ด้านเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ ที่ จุฬาฯ คุณ เจษฎา ได้เริ่มทำงานด้านบริหารเงินลงทุนในปี 2545 กับ บลจ. ยูโอบี (”UOBAM”) … ต่อมาในปี 2548 คุณ เจษฎา ได้ย้ายไปเป็นผู้จัดการกองทุนสังกัด บลจ. อยุธยา เจเอฟ (”AJF”) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ JPMorgan Asset Management โดยปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น บลจ. อยุธยา (“AYF”) … และในปี 2554 คุณ เจษฎา ก็ได้ย้ายไปสังกัดอยู่ค่าย SCBAM ในตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้และบริหารเงิน คุณ เจษฎา มีงานอดิเรก คือการทำร้าน “La Lune Bar & Restaurant” ร่วมกับเพื่อน และการเขียนบทความ /บล็อก เกี่ยวกับการลงทุน Read more from this author


7 Comments »

  • kongza said:

    อยากทราบว่าจะหาข้อมูลว่าหุ้นกู้บริษัทนี้ไปซื้อได้ที่ไหน นี้สามารถหาได้จากเว็ปอะไรบ้างครับ ขอบคุณครับ

      ( Quote )

    [Reply]

  • FundTalk (author) said:

    หลัก ๆ จะต้องติดต่อกับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งมักจะเป็นธนาคารพาณิชย์ครับ สำหรับธนาคารพาณิชย์ที่ Active ในการขายหุ้นกู้บ้านเรามีหลายเจ้าทีเดียว เช่น BBL, KBANK, SCB, BAY, TMB เป็นต้น แต่ต้องลำบากนิดนึงเพราะมักจะไม่มีศูนย์รวมข้อมูลตรงกลาง ว่า ณ วันนี้มีหุ้นกู้อะไรขายอยู่บ้าง

    นอกจากนี้ แหล่งข้อมูลเกี่ยวตราสารหนี้ที่น่าติดตาม ได้แก่

    1. Bond Electronic Exchange (BEX) โดย SET
    http://www.set.or.th/th/products/bonds/bonds_p1.h…

    2. สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย – TBMA
    http://thaibma.or.th

      ( Quote )

    [Reply]

  • jan said:

    เรียนคุณเจษฏา ที่นับถือ
    อยากทราบว่าหุ้นกู้ต่างๆที่เสนอขายผ่านธนาคารพาณิชย์ ทำไมบุคคลธรรมดาซื้อไม่ทันสักที
    ทั้งๆที่ไปวันแรกของการเปิดจองซื้อ ไปแต่เช้าเลย พอธนาคารเปิดก็ซื้อเลย เจ้าหน้าที่บอกว่าเต็มแล้ว คีย์ไม่เข้าแล้ว อย่างนี้ก็อย่าเสนอขายดีกว่า เพราะเสียเวลาไปรอซื้อ
    ขอคำแนะนำด้วยค่ะ
    ขอบคุณมากค่ะ แจน

      ( Quote )

    [Reply]

  • FundTalk (author) said:

    jan:
    เรียนคุณเจษฏา ที่นับถือ
    อยากทราบว่าหุ้นกู้ต่างๆที่เสนอขายผ่านธนาคารพาณิชย์ ทำไมบุคคลธรรมดาซื้อไม่ทันสักที
    ทั้งๆที่ไปวันแรกของการเปิดจองซื้อ ไปแต่เช้าเลย พอธนาคารเปิดก็ซื้อเลยเจ้าหน้าที่บอกว่าเต็มแล้ว คีย์ไม่เข้าแล้ว อย่างนี้ก็อย่าเสนอขายดีกว่า เพราะเสียเวลาไปรอซื้อ
    ขอคำแนะนำด้วยค่ะ
    ขอบคุณมากค่ะ แจน

    เห็นใจจริง ๆ ครับ
    ตามหลักหากทำการ Public Offering โดยขายผ่านสาขาของธนาคาร
    ควรเปิดโอกาสให้นักลงทุนในลักษณะเท่าเทียมกัน (Fair Treatment)
    เมื่อความจริงเป็นเช่นนี้ในโอกาสถัดไปอาจต้องลองหาวิธีติดต่อกับธนาคารก่อนที่จะเปิดจองซื้อวันแรกดูครับ
    ว่าทำอย่างไรจึงจะได้สิทธิ์เป็นลำดับแรก ๆ

      ( Quote )

    [Reply]

  • janjanjan said:

    ขอบคุณที่ตอบนะคะ
    ขอถามอีกเรื่องนึงนะคะ
    ถ้าเราฝากออมสิน5เดือนดอกเบี้ย3.9 แต่หักแล้วเหลื่อ3.3
    กับซื้อหุ้นบัตรกรุงไทย3ปีได้ดอกเบี้ยคงที่5.5
    ระยะเวลาที่ต่างกันมันเหมาะสมกับดอกเบี้ยที่ต่างกันหรือไม่
    มีวิธีคิดยังไง ที่จะได้ผลตอบแทนสูงที่สุด
    พอดีมีเงินจำกัดค่ะต้องเอาแบบที่คุ้มที่สุด
    ขอบคุณอีกครั้ง

      ( Quote )

    [Reply]

    FundTalk Reply:

    อย่างแรกคือเรื่อง Credit Risk ครับ
    ธนาคารออมสินถือหุ้นโดยกระทรวงคลัง ขณะที่บัตรกรุงไทยถือเป็นบริษัทเอกชน ความมั่นคงออมสินจัดว่าดีกว่า แต่ของบัตรกรุงไทยก็ได้ชดเชยความเสี่ยงด้วยดอกผลที่มากกว่า

    อีกประเด็นคือเรื่องระยะเวลาครับ ยิ่งอายุยาวยิ่งได้ดอกเบี้ยสูง

    ส่วนเรื่องภาษีนั้นซื้อหุ้นกู้บัตรกรุงไทยก็โดนภาษีเหมือนกับฝากแบงค์เช่นกันครับ ดังนั้นหักแล้วจึงเหลือ 4.675

    ถ้ารับความเสี่ยงได้บ้าง และเงินเย็นนาน ๆ ฝากกับบัตรกรุงไทยได้ดอกเบี้ยสูงกว่า

    แต่ถ้าอยากได้มั่นคงสุด ๆ หรือเงินเย็นไม่นานมากก็ควรมองที่ฝากออมสินครับ

      ( Quote )

    [Reply]

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.

 

Switch to our mobile site