InvestmentTalk – การเลือกซื้อหุ้นกู้อย่างมีหลักการ
หลาย ๆ ท่านคงจะได้เคยมีประสบการณ์ลงทุนในหุ้นกู้ภาคเอกชน เช่น หุ้นกู้ปูนซีเมนต์ไทย, หุ้นกู้ปตทสผ. ฯลฯ ที่ทยอยเสนอขายอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วันนี้ผมจะขอเสนอแนวทางในการเลือกหุ้นกู้เอกชนอย่างมีหลักการ ซึ่งน่าจะพอเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนของท่านได้ครับ
ตราสาร ภาคเอกชนจัดเป็นตราสารที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล กล่าวคือโอกาสผิดนัดชำระหนี้ของหุ้นกู้จะสูงกว่าพันธบัตร โดยหุ้นกู้ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยบริษัท จัดอันดับความน่าเชื่อถือ เช่น FITCH, TRIS โดยอันดับความน่าเชื่อถือระดับสูงสุดคือ AAA และอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ Investment grade คือ BBB – ขึ้นไป
ยกตัวอย่างเช่น หากพันธบัตรรัฐบาล 5 ปีมีดอกเบี้ยที่ 3.34% หุ้นกู้ก็ควรได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าพันธบัตร โดยส่วน ต่างระหว่างดอกเบี้ยของหุ้นกู้กับดอกเบี้ยของพันธบัตรจะเรียกว่า Credit Spread ซึ่งเป็นผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่ช่วยชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้ หุ้นกู้ที่ได้รับ Ratings ต่ำกว่าย่อมหมายถึงมีความเสี่ยงที่สูงกว่า หุ้นกู้นั้นก็ควรจะมี Credit Spread ที่สูงกว่าเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง
ที่สำคัญคือ ท่านในฐานะนักลงทุนรายย่อย จะทราบถึงดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล และ Credit spread ของหุ้นกู้เอกชนได้จากแหล่งข้อมูลใด ผมขอแนะนำให้ท่านศึกษาข้อมูลได้จากเวบไซต์ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (Thai Bond Market Association) ครับ
รูปที่ 1 Corporate Bond Yield Curve
URL: http://www.thaibma.or.th/ เลือก Price&Yield >> Yield Curve >> Corporate

รูป ที่ 1 แสดงให้เห็นถึง Credit Spread ปัจจุบันของหุ้นกู้ในแต่ละช่วงอายุ และระดับ Ratings ต่าง ๆ เช่น หุ้นกู้อายุ 3 – 5 ปี ระดับ A มีระดับ Credit Spread ที่ 176 bps หรือ 1.76% ส่วนระดับ BBB อยู่ที่ 367 bps หรือ 3.76%
——————————————————————-
รูปที่ 2 ThaiBMA Government Bond Yield Curve
URL: www.thaibma.or.th เลือก Price&Yield >> Yield Curve >> Government

เมื่อทราบข้อมูล Credit Spread แล้ว ให้นำค่า Credit Spread ที่ได้ไปบวกกับดอกเบี้ยของพันธบัตร ตามรูปที่ 2 ยกตัวอย่างเช่น หากท่านกำลังศึกษาเพื่อจะลงทุนในหุ้นกู้ระดับ A ที่อายุประมาณ 5 ปี ปัจจุบัน ณ วันที่ 16 มิ.ย. ดอกเบี้ยพันธบัตร 5 ปีอยู่ที่ 3.34% และ Credit Spread อยู่ที่ 1.76% ดังนั้นดอกเบี้ยที่เหมาะสมก็ควรอยู่ที่ระดับใกล้เคียง 3.34 + 1.76 = 5.10%
หลักการที่ผมนำเสนอในวันนี้จะช่วยให้ท่านสามารถคำนวณหาดอกเบี้ยที่เหมาะสมสำหรับหุ้นกู้แต่ละรุ่นที่เสนอขายในตลาดได้ เช่น หากเราได้รับการเสนอขายหุ้นกู้ 5 ปีระดับ A ที่ดอกเบี้ย หรือ Yield to maturity ที่ 6.00% ก็น่าจะเป็นโอกาสที่น่าสนใจไม่น้อยเพราะได้ดอกเบี้ยสูงกว่าระดับ Fair value อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์ฐานะทางการเงินของแต่ละบริษัทที่เราจะลงทุนอย่าง ละเอียดก็มีความสำคัญครับ เพราะ Ratings นั้นไม่ใช่ว่าได้ A แล้วจะคงอยู่ตลอดไป ถ้าฐานะการเงินด้อยลง บริษัทนั้นก็จะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือได้เช่นกัน
ในโลกของการลงทุนนั้น “ยิ่งรู้มากกว่าก็ยิ่งได้เปรียบ” นะครับ
โดย เจษฎา สุขทิศ,CFA. ผู้จัดการกองทุน, บลจ.อยุธยา จำกัด

อยากทราบว่าจะหาข้อมูลว่าหุ้นกู้บริษัทนี้ไปซื้อได้ที่ไหน นี้สามารถหาได้จากเว็ปอะไรบ้างครับ ขอบคุณครับ
kongza( Quote )
[Reply]
หลัก ๆ จะต้องติดต่อกับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งมักจะเป็นธนาคารพาณิชย์ครับ สำหรับธนาคารพาณิชย์ที่ Active ในการขายหุ้นกู้บ้านเรามีหลายเจ้าทีเดียว เช่น BBL, KBANK, SCB, BAY, TMB เป็นต้น แต่ต้องลำบากนิดนึงเพราะมักจะไม่มีศูนย์รวมข้อมูลตรงกลาง ว่า ณ วันนี้มีหุ้นกู้อะไรขายอยู่บ้าง
นอกจากนี้ แหล่งข้อมูลเกี่ยวตราสารหนี้ที่น่าติดตาม ได้แก่
1. Bond Electronic Exchange (BEX) โดย SET
http://www.set.or.th/th/products/bonds/bonds_p1.h…
2. สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย – TBMA
http://thaibma.or.th
FundTalk( Quote )
[Reply]
เรียนคุณเจษฏา ที่นับถือ
อยากทราบว่าหุ้นกู้ต่างๆที่เสนอขายผ่านธนาคารพาณิชย์ ทำไมบุคคลธรรมดาซื้อไม่ทันสักที
ทั้งๆที่ไปวันแรกของการเปิดจองซื้อ ไปแต่เช้าเลย พอธนาคารเปิดก็ซื้อเลย เจ้าหน้าที่บอกว่าเต็มแล้ว คีย์ไม่เข้าแล้ว อย่างนี้ก็อย่าเสนอขายดีกว่า เพราะเสียเวลาไปรอซื้อ
ขอคำแนะนำด้วยค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ แจน
jan( Quote )
[Reply]
เห็นใจจริง ๆ ครับ
ตามหลักหากทำการ Public Offering โดยขายผ่านสาขาของธนาคาร
ควรเปิดโอกาสให้นักลงทุนในลักษณะเท่าเทียมกัน (Fair Treatment)
เมื่อความจริงเป็นเช่นนี้ในโอกาสถัดไปอาจต้องลองหาวิธีติดต่อกับธนาคารก่อนที่จะเปิดจองซื้อวันแรกดูครับ
ว่าทำอย่างไรจึงจะได้สิทธิ์เป็นลำดับแรก ๆ
FundTalk( Quote )
[Reply]
ขอบคุณที่ตอบนะคะ
ขอถามอีกเรื่องนึงนะคะ
ถ้าเราฝากออมสิน5เดือนดอกเบี้ย3.9 แต่หักแล้วเหลื่อ3.3
กับซื้อหุ้นบัตรกรุงไทย3ปีได้ดอกเบี้ยคงที่5.5
ระยะเวลาที่ต่างกันมันเหมาะสมกับดอกเบี้ยที่ต่างกันหรือไม่
มีวิธีคิดยังไง ที่จะได้ผลตอบแทนสูงที่สุด
พอดีมีเงินจำกัดค่ะต้องเอาแบบที่คุ้มที่สุด
ขอบคุณอีกครั้ง
janjanjan( Quote )
[Reply]
FundTalk Reply:
October 17th, 2011 at 21:59
อย่างแรกคือเรื่อง Credit Risk ครับ
ธนาคารออมสินถือหุ้นโดยกระทรวงคลัง ขณะที่บัตรกรุงไทยถือเป็นบริษัทเอกชน ความมั่นคงออมสินจัดว่าดีกว่า แต่ของบัตรกรุงไทยก็ได้ชดเชยความเสี่ยงด้วยดอกผลที่มากกว่า
อีกประเด็นคือเรื่องระยะเวลาครับ ยิ่งอายุยาวยิ่งได้ดอกเบี้ยสูง
ส่วนเรื่องภาษีนั้นซื้อหุ้นกู้บัตรกรุงไทยก็โดนภาษีเหมือนกับฝากแบงค์เช่นกันครับ ดังนั้นหักแล้วจึงเหลือ 4.675
ถ้ารับความเสี่ยงได้บ้าง และเงินเย็นนาน ๆ ฝากกับบัตรกรุงไทยได้ดอกเบี้ยสูงกว่า
แต่ถ้าอยากได้มั่นคงสุด ๆ หรือเงินเย็นไม่นานมากก็ควรมองที่ฝากออมสินครับ
FundTalk( Quote )
[Reply]
Leave your response!
5-minute with FundManagerTalk.com ตอน "จัดพอร์ตลงทุนรับปีมังกรทอง" มาดูกันครับว่าแนวโน้มตลาดการลงทุนปีมังกรพ่นเสียงหัวเราะ
Login
Categories
Authors
- Arsa (12)
- FundTalk (49)
- Keng (22)
- krit587 (2)
- Mr.Messenger (11)
- Roj (13)
- Setha (8)
- Tikamporn (4)
Powered by Authors WidgetFund Manager Talk Webboard
posted in forum Career Talk by realcode on February 6, 2012 at 5:15 pm
posted in forum Fund Talk by Jacky on February 6, 2012 at 4:21 pm
posted in forum Fund Talk by FundTalk on February 5, 2012 at 10:12 am
posted in forum Career Talk by FundTalk on February 5, 2012 at 9:59 am
posted in forum Career Talk by FundTalk on February 5, 2012 at 9:50 am
posted in forum Career Talk by FundTalk on February 5, 2012 at 9:46 am
posted in forum Career Talk by FundTalk on February 5, 2012 at 9:45 am
Recent Comments
FundTalk Links
Powered by
Investment Sites
Tags
UserOnline
recent posts
Most Commented
Most Viewed
Switch to our mobile site
Powered by WordPress | Log in | Entries (RSS) | Comments (RSS) | Arthemia theme by Michael HutagalungSwitch to our mobile site