Archives

บทความนี้ เอากลับมาเล่าใหม่อีกครั้งนะครับ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา มีนักลงทุนหน้าใหม่หลายท่าน มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานและกลไลของกองทุนรวม วันนี้เลยถือโอกาสเอาบทความมาปัดฝุ่น และ Update ให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น กองทุนรวมตราสารหนี้ ต้องมี การ Mark to Market นั้นเป็นสาเหตุที่นักลงทุนเพิ่งเข้ามาในตลาดรู้สึกงง ว่า เอ๊ะ ทำไม กองทุนตราสารหนี้ที่ว่าเสี่ยงต่ำๆ บางที เราเห็น NAV กองทุนติดลบได้เหมือนกัน วันนี้มาคุยกันเรื่องการ Mark to Market นะครับ ที่ผ่านมาเพื่อนๆพี่ๆนักลงทุนคงได้ยินคำๆนี้อยู่บ่อยๆ บางคนอาจรู้คร่าวๆแล้วว่าคืออะไร ในขณะที่บางคนอาจไม่รู้เลยว่ามีผลกับหน่วยลงทุนที่ตัวเองถืออยู่ยังไง จริงๆแล้วการ Mark to Market ไม่ใช่ทำกับเฉพาะกองทุนรวมตราสารหนี้เท่านั้นนะครับ ลองมาดูนิยามของมันก่อน Mark to ...

Read more

เข้าใกล้โค้งสุึดท้ายของปี 2554 แล้ว หลายท่านคงได้กำไรจากตลาดหุ้นกันไม่น้อย และกำลังหาจังหวะลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีำพ (Retirement Mutual Fund: RMF) และ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Mutual Fund: LTF) เพื่อเพิ่มพูนเงินออมและประหยัดภาษีเงินได้ประจำปี  และเพื่อให้ตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจขึ้น จึงขอสรุปหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุนใน RMF & LTF มาให้เป็นข้อมูลอีกครั้งหนึ่งครับ ○ RMF สินทรัพย์ที่ RMF จะไปลงทุน เป็นได้ทั้งตราสารหนี้ (พันธบัตรภาครัฐ และหุ้นกู้ภาคเอกชน) สินค้าโภคภัณฑ์ และ หุ้นสามัญ เงื่อนไขการลงทุน เริ่มลงทุนแล้วต้องลงต่อเนื่องทุกปี ลงทุนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 3% ของเงินได้แต่ละปี ...

Read more

กลยุทธ์การลงทุนแบบ Total Return Approach เป็นแนวทางที่ถูกค้นคิดโดย Bill Gross ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น Fund Manager ตราสารหนี้เบอร์ 1 ของโลก (อ่าน http://bit.ly/BillGross ) โดย Bill Gross เป็นผู้ก่อตั้งกองทุน PIMCO ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนตราสารหนี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Bill Gross ได้ระบุในหนังสือ “Bill Gross on Investing” ว่านักลงทุนตราสารหนี้ทั่วไปมักจะมอง “Yield” หรืออัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้เป็นหลักในการเลือกลงทุน แต่แนวทางแบบ Total Return Approach จะมีเป้าหมายในการทำให้ผลตอบแทนรวมจากราคาตลาดทั้งที่มาจาก Yield, กำไร/ขาดทุนของตราสารหนี้ให้ดีที่สุด และมีระดับความผันผวนที่เหมาะสม ...

Read more

ตราสารหนี้คืออะไร ตราสารหนี้คืออะไร ต้องย้อนกลับไปที่พื้นฐานว่า ไม่ว่าธุรกิจใด ๆ การดำเนินธุรกิจนั้น ส่วนหนึ่ง ใช้เงินตัวเองคือเงินทุนเรือนหุ้น อีกส่วนหนึ่งก็ต้องใช้แหล่งเงินภายนอก เช่น การกู้ยืมเงิน (การรับฝากเงินก็ถือว่าเป็นการกู้ยืมเงินประเภทหนึ่ง ) สมมุติว่า ถ้าเรามีบริษัทที่ต้องบริหาร เมื่อต้องการเงินทุนเพื่อดำเนินกิจการ สิ่งที่ง่ายที่สุดคือ ไปกู้ธนาคาร แต่ง่ายที่สุด ไม่ได้แปลว่าต้นทุนต่ำที่สุด เพราะธนาคาร ก็จะตั้งดอกเบี้ยที่เขาได้กำไรพอสมควร และเราก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของเขา เช่น ต้องชำระคืนในกี่งวด ต้องมีหลักประกัน ต้องมีงบการเงินที่ดี หากทำไม่ได้ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ธนาคารก็จะไม่ปล่อยกู้เรา ถ้าเราเป็นบริษัทเล็ก ๆ ก็คงไม่มีทางเลือก ที่จะต้องไปกู้ธนาคาร แต่ถ้าเราเป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีชื่อเสียง ตัวอย่างเช่น บริษัทปูนซีเมนต์ไทย บริษัทการบินไทย เป็นต้น เราก็สามารถที่จะนำความน่าเชื่อถือนั้นมาช่วยลดต้นทุนโดยการ ...

Read more

มีโอกาสสูงทีเดียวครับ ที่อัตราดอกเบี้ยของประเทศไทยในปี 2553 จะเป็นมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น หากดูจากประมาณการเติบโตเศรษฐกิจของแบงค์ชาติที่คาดการณ์ GDP Growth ในปี 2553 ที่ 3.0 – 5.0% และประมาณการเงินเฟ้อ โดยดูจากดัชนีราคาผู้บริโภคที่ 3.5 – 5.5% คงจะเป็นไปได้ยากครับที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงที่อยู่ได้ที่ 1.25% เพราะการรักษาเสถียรภาพทางราคาจัดว่าเป็นเป้าหมายสำคัญลำดับแรก ๆ ของธนาคารกลาง ถ้าท่านผู้อ่านเห็นด้วยกับผมว่าดอกเบี้ยมีโอกาสสูงที่จะปรับตัวขึ้นในปีหน้า เราจะมาดูกันครับว่าการจัดพอร์ตของผู้จัดการกองทุนในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นเค้าทำกันอย่างไร รวมไปถึงเกร็ดความรู้สำหรับท่านนักลงทุนรายย่อยในการลงทุนในพันธบัตร และหุ้นกู้ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นครับ เปิดโอกาสในการลงทุนต่อ (Reinvestment) ง่าย และสำคัญที่สุดสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น คือการลงทุนในตราสารที่อายุสั้น (ในการวิเคราะห์ตราสารหนี้มักจะดูที่ duration เป็นหลัก ศึกษาความหมายของดูเรชั่นได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Bond_duration ) เพราะการลงทุนอายุสั้นย่อมหมายถึงการเปิดโอกาสในการลงทุนต่อ (Reinvestment) ...

Read more

หลาย ๆ ท่านคงจะได้เคยมีประสบการณ์ลงทุนในหุ้นกู้ภาคเอกชน เช่น หุ้นกู้ปูนซีเมนต์ไทย, หุ้นกู้ปตทสผ. ฯลฯ ที่ทยอยเสนอขายอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วันนี้ผมจะขอเสนอแนวทางในการเลือกหุ้นกู้เอกชนอย่างมีหลักการ ซึ่งน่าจะพอเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนของท่านได้ครับ ตราสาร ภาคเอกชนจัดเป็นตราสารที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล กล่าวคือโอกาสผิดนัดชำระหนี้ของหุ้นกู้จะสูงกว่าพันธบัตร โดยหุ้นกู้ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยบริษัท จัดอันดับความน่าเชื่อถือ เช่น FITCH, TRIS โดยอันดับความน่าเชื่อถือระดับสูงสุดคือ AAA และอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ Investment grade คือ BBB – ขึ้นไป ยกตัวอย่างเช่น หากพันธบัตรรัฐบาล 5 ปีมีดอกเบี้ยที่ 3.34% หุ้นกู้ก็ควรได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าพันธบัตร โดยส่วน ต่างระหว่างดอกเบี้ยของหุ้นกู้กับดอกเบี้ยของพันธบัตรจะเรียกว่า Credit Spread ซึ่งเป็นผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่ช่วยชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้ หุ้นกู้ที่ได้รับ ...

Read more

หลาย ๆ ท่านที่เป็นนักลงทุนคงติดตามปัจจัย และตัวแปรต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการเติบโต GDP, เงินเฟ้อ, ค่าเงิน, ดอกเบี้ย วันนี้ผมขอนำเสนออีกตัวแปรหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าตัวแปรอื่นที่ กล่าวมาข้างต้น นั่นคือ “ยิลด์ (Yield)” ในที่นี้หมายถึง อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล ในเชิงคำนวณ นิยามของ Yield (อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล / ตราสารหนี้) แบบเข้าใจง่าย คือผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่นักลงทุนจะได้รับจากการถือพันธบัตรนั้น ๆ ในกรณีที่ถือจนครบอายุ (Hold to maturity) พันธบัตรแต่ละตัวจะมีคูปองหน้าตั๋วของตัวมันเอง เช่น พันธบัตร LB145B (ครบอายุปี 2014 รุ่น B ...

Read more

Categories

UserOnline