เลือกกองทุนรวมตราสารหนี้อายุสั้นหรือยาวดี?

สืบเนื่อง ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งค่า จนเป็นที่มาที่ทำให้เราเห็นมุมมองที่แตกต่างกันระหว่างกระทรวงการคลังและแบงก์ชาติเล็กน้อย ว่า มาตรการที่เหมาะสมในการเข้ามาดูแลค่าเงินบาทคืออะไร  กระทรวงการคลัง และภาคเอกชนบางส่วน ก็บอกว่า ให้ลดดอกเบี้ยลงมาหน่อย พอผลตอบแทนจากการลงทุนมันลดลง เดี๋ยวต่างชาติเขาก็ออกไปเอง แต่บางส่วน ก็บอกว่า ลดดอกเบี้ย มันไม่ได้ช่วยให้ต่างชาติไม่ขนเงินมาลงทุนในไทยได้มาก ต้องมีมาตรการอื่นประกอบกันไป หันไปดูกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะยาว (มี Duration Port เกิน 1 ปี) ผลปรากฏว่า ผลการดำเนินงานย้อนหลังดูดี โดยอัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน และ 6 เดือน ดีดตัวขึ้นมากว่า 0.5 – 1% จนทำให้ผลตอบแทนโดยรวม ดีกว่ากองทุนที่มีอายุโ๕รงการชัดเจนอย่างพวก ...

Investment Talk – 5 ขั้นตอน กับการกระจายความเสี่ยงอย่างง่ายๆ

  การกระจายความเสี่ยง หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า Diversification เป็นที่รู้จักกันในการลงทุนว่า เป็นสิ่งที่ควรทำ สำหรับนักลงทุนที่หวังจะสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว แต่สำหรับนักลงทุนรายบุคคล (Individual Investor) น้อยคนเหลือเกินที่จะเห็นความสำคัญของการกระจายความเสี่ยงนี่ แต่กลายเป็นมุ่งหวังว่า จะสร้างกำไรจากสินทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่ง หรือหุ้นเพียงแค่ตัวเดียวในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ เพื่อทำกำไรโดยการใส่เงินไปไว้ในสินทรัพย์นั้นทั้งก้อน กำไรมาก็โชคดีไป และยิ่งตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นขาขึ้น เราจึงเห็นนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เห็นความจำเป็นของการกระจายความเสี่ยง เพราะซื้ออะไรไปมันก็ขึ้นมากันหมด แต่มี 2 สิ่งที่เราต้องรู้ก็คือ ไม่มีใครรู้ว่า ตลาดหุ้นมันจะขึ้นไปอีกนานไหม แบบเดาถูก 100% หรอก การกระจายความเสี่ยงอาจลดอัตราผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนบ้างก็จริงๆ แต่สิ่งที่ลดลงด้วย และลดลงอย่างมีนัยสำคัญก็คือ ความเสี่ยง (Risk) ผมขอเล่า 5 ขั้นตอนสำหรับการกระจายความเสี่ยงอย่างง่ายๆ เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยสามารถนำไปใช้ในเบื้องต้นเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนตัวเองนะครับ  อย่าถือหุ้นแค่ตัวเดียว หรือ อุตสาหกรรมเดียว – ...

Investment Talk – ว่ากันด้วยเรื่องของ Elliott Wave Principle ตอนที่ 2

บทความตอนแรก ผมได้เขียนถึงหลักการอย่างง่ายของ Elliott Wave Principle อันลือลั่นไปแล้ว ถึงแม้โดยทฤษฏี มันจะดูเข้าใจง่ายๆ แต่ในเชิงปฏิบัติแล้ว ทฤษฏ๊นี้กลับถูกใช้โดยมีความแม่นยำค่อนข้างต่ำ และอาศัยความชำนาญบวกประสบการณ์ของนักวิเคราะห์เองในการทำนายราคาในอนาคต แถมในตัวหลักการเอง ก็กลับมีข้อยกเว้น และหลักการย่อยๆอีกมากมายหลายอย่าง มาในครั้งนี้ ผมตั้งใจจะลงลึกไปอีกขั้น เพื่อให้ผู้ที่สนใจจะใช้ทฤษฏีนี้จริงๆ ไม่ใช่แค่นั่งอ่าน นั่งมองสิ่งที่นักเทคนิคเขาวาดไว้ให้เราดูเท่านั้น แต่เพื่อให้เราได้ฝึกนับคลื่น และใช้จินตนาการของตัวเองให้ได้มากขึ้นด้วย ครั้งที่แล้ว ผมบอกไปว่า ในคลื่นลูกใหญ่ มีคลื่นลูกย่อย ในคลื่นขาขึ้น (Impulse Wave) จะมี 5 คลื่นย่อย และในคลื่นขาลง (Corrective Wave) จะมี 3 คลื่นย่อย แต่ละคลื่น นักลงทุนในตลาดมักมีพฤติกรรมอย่างไร มาคราวนี้ ...

Fund Talk – NAV สูงต่ำ เลือกกองทุนไหนดี?

เนื่องจากกองทุนรวมในตลาด มีเยอะแยะมากมาย หลากหลายนโยบายแตกต่างกันไป สิ่งแรกที่เราต้องพิจารณาในการคัดสรรค์เลือกกองทุนนั้นๆมาไว้ในพอร์ตก็คือ นโยบายและวิธีการลงทุนที่สอดรับกับความต้องการของนักลงทุน สิ่งนี้จะเป็นเครื่องมือในการประเมินโอกาสในการทำกำไรอนาคต ไม่ใช่ผลการดำเนินงานย้อนหลังแต่อย่างใด (เพราะในหนังสือชี้ชวน เขาบอกเอาไว้แล้ว ผลการดำเนินงานอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ฮาๆ) อุปสรรคแรกที่นักลงทุนต้องเผชิญก็คือ เมื่อเลือกกองทุนมาหลายๆกองทุน กลับพบว่า นโยบายการลงทุนไม่ได้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน จึงทำให้ตัดสินใจเลือกลงทุนลำบาก ครั้นไปดูผลการดำเนินงานในอดีต กองทุนที่มีผลการดำเนินงานในอดีตดีๆ ส่วนใหญ่ก็มี NAV ที่แพงกว่าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บ่อยครั้ง นักลงทุนมองกองทุนรวมเป็นหุ้นตัวหนึ่งในตลาด เมื่อพบว่าราคา NAV แพงกว่ากองทุนอื่น ก็เลือกกองทุนที่มีราคา NAV ต่ำกว่า เพราะได้จำนวนหน่วยที่มากขึ้น และคาดว่าในอนาคตราคาน่าจะวิ่งขึ้นไปเท่ากับ หรือใกล้เคียงกับกองทุนที่มีราคา NAV สูงกว่า สาเหตุที่นักลงทุนส่วนใหญ่มองอย่างนี้ก็เพราะ เราไม่เห็นว่ากองทุนในตลาดพวกนี้แตกต่างกันอย่างไร มันก็กองทุนเหมือนๆกันนั้นหล่ะ ผู้จัดการกองทุนถึงแม้หน้าตาไม่เหมือนกัน เก่งไม่เท่ากัน แต่คงไม่มีใครสามารถชนะตลาดไปตลอด ...