3 หุ้นเวียดนามที่น่าสนใจในงาน FSS Vietnam Opportunity Day

FSS Vietnam By fundtalk
แชร์บทความนี้

ไฮไลท์จากงาน FSS – Vietnam Opportunity Day

ตลาดหุ้นเวียดนามเป็นที่นิยมของนักลงทุนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาคน่าจะทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามมีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าประเทศไทยในระยะยาว ทำให้นักลงทุนไทยทั้ง VI และกองทุนต่างเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามอย่างต่อเนื่อง
บ่อยครั้งที่ผมจะเห็นการจัดทริปเยี่ยมชมกิจการที่นักลงทุนไทยบ้าง กองทุนบ้างจะไปทัวร์เยี่ยมชมบริษัทจดทะเบียนของประเทศเวียดนามกันในรอบ 1 – 2 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดทาง บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) ได้ทำให้การพบปะบริษัทเวียดนามง่ายขึ้น โดยจัดงาน Vietnam Opportunity Day ขึ้นในบ้านเรา วันนี้ผมจะขอมาสรุปเนื้อหาของงานที่น่าสนใจให้ทราบกันครับ

FSS Opportunity Day
รูปที่ 1 ดัชนีตลาดหุ้นเวียดนาม VNI Index | ที่มา Bisnews

ไปดูที่ดัชนีหุ้นเวียดนามกันก่อนเลย นิยามสั้น ๆ ว่า High Risk / High Return อย่างแท้จริง นับแต่ปี 2013 ดัชนีได้ปรับขึ้นถึง 3 เท่าตัว ขณะที่ในปีนี้เมื่อตลาดมีการปรับฐานก็ปรับฐานได้แรงถึง 25% ซึ่งนี่เป็นลักษณะของตลาดชายขอบ (Frontier Market) ที่ผันผวนสูงกว่าตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market)
อย่างไรก็ตามความผันผวนที่มากกว่าก็มากับโอกาสรับผลตอบแทนที่มากกว่าเช่นกัน สำหรับท่านที่จะลงทุนในเวียดนามผมมักจะแนะนำให้ลงทุนระยะยาวมาก ๆ 5 – 10 ปีขึ้นไป เพราะระยะเวลาการลงทุนที่ยาวขึ้นนี้เองจะเป็นตัวช่วยลดความเสี่ยงการลงทุนได้ดี และทำให้เรามีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากตลาดที่มีการเติบโตมาก ๆ
FSS Opportunity Day
รูปที่ 2 ปริมาณการซื้อขายตลาดหุ้นเวียดนามในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา | ที่มา VNDIRECT

พัฒนาการที่เห็นได้ชัดของตลาดหุ้นเวียดนามในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาคือการที่ตลาดหุ้นเวียดนามมีความลึกมากขึ้น จะสะท้อนมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนต่อวันที่เพิ่มขึ้นจากระดับ 2 ล้านล้านเวียดนามดอง (ประมาณ 2.8 พันล้านบาท) ซึ่งจัดว่าต่ำมาก เพิ่มขึ้นมาเป็นประมาณ 9 ล้านล้านเวียดนามดอง (ประมาณ 12.8 พันล้านบาท) ในปัจจุบัน การเพิ่มขึ้นของมูลค่าซื้อขายส่วนหนึ่งจะช่วยให้ความผันผวนของตลาดหุ้นลดลง

ทำความรู้จักกับบริษัทที่มา roadshow ในงาน FSS Vietnam Opportunity Day กันบ้าง
1. Hoa Phat Group (HPG)
เป็นกลุ่ม Holding ที่ติดอันดับ TOP 50 บริษัทจดทะเบียนที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามมีธุรกิจหลักคือ การผลิตและแปรรูปเหล็กได้แก่
เหล็กก่อสร้าง กำลังการผลิต 2 ล้านตันต่อปี และอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตเป็น 4 ล้านตันต่อปี, ท่อเหล็ก กำลังการผลิต 7 แสนตันต่อปี, และแผ่นเหล็ก กำลังการผลิต 4 แสนตันต่อปี
ทั้งนี้ในภาพรวมที่เวียดนามมีการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดเหล็กแปรรูปเหล่านี้มีการขยายตัวประมาณ 10% ต่อปี ที่สำคัญคือ HPG เป็นเพียงไม่กี่บริษัทในผู้ผลิตเหล็กกล้าของเวียดนามที่สามารถผลิตแร่เหล็กได้เอง ทำให้ได้เปรียบในเรื่องต้นทุนการผลิตในกรณีที่ราคาเหล็กในตลาดโลกแพง แต่หากราคาเหล็กในตลาดโลกถูกลง HPG การสามารถนำเข้าแร่เหล็กมาผลิตได้เช่นกัน

FSS Opportunity Day

ด้วยความได้เปรียบจากขนาด (Economy of Scale) รวมถึงการที่ผลิตแร่เหล็กได้ด้วยตัวเอง จึงทำให้ HPG มีแนวโน้มเติบโตทั้งยอดขาย และ Market Share ในตลาดเหล็กเวียดนามอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด HPG มี Market Share เติบโตขึ้นเท่าตัวจาก 12% ปี 2010 ขึ้นมาจนเกือบจะเป็น 25% ในปัจจุบัน
2. VINGROUP Joint Stock Company
VINGROUP เป็นบริษัทค้าปลีกผู้นำของประเทศเวียดนาม เจ้าของคือ ฝ่าม เหญิต เหวื่อง (Pham Nhat Vuong) มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มผลประโยชน์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และสถานบริการด้านสุขภาพ นอกจากนี้ยังกำลังเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์อีกด้วย (ล่าสุดทาง GM ขายธุรกิจให้กับกลุ่ม VINGROUP เป็นที่เรียบร้อยแล้ว)

FSS Opportunity Day

ธุรกิจหลักที่สำคัญของ VINGROUP จะมี Business Model คล้าย ๆ กับ CPN บ้านเรา ที่สำคัญคือ VINGROUP เป็นเจ้าของส่วนแบ่งการตลาดในส่วนของห้างสรรพสินค้ามากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศเวียดนามและตลาดยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมาก โดยจากปลายปี 2017 Vincom Retail เป็นเจ้าของห้างอยู่ประมาณ 40 ห้าง และบริษัทเองมีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนห้างเป็นถึง 200 ห้างในปี 2021 !

FSS Opportunity Day

บนจำนวนประชากรประมาณเกือบ 100 ล้านคนของเวียดนาม และการเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อหัวที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้หุ้นค้าปลีกของเวียดนามเป็นอีกกลุ่มหลักทรัพย์หนึ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจกันมาก ๆสะท้อนมาที่ผลประกอบการของบริษัทที่มีรายได้เติบโตเฉลี่ยถึงกว่า 44% ต่อปี ซึ่งอยู่ในระดับสูงมาก ซึ่งถ้ามาเทียบกับตลาดหุ้นบ้านเราแล้วหาได้ยากสำหรับหุ้นขนาดใหญ่ที่จะมีรายได้เติบโตได้ขนาดนี้
3. Century Land Joint Stock Company (“CENLAND”)
CENLAND เป็นอีกบริษัทที่มีโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจ โดยธุรกิจหลักคือเป็นนายหน้าซื้อขายอสังหาฯ ในเวียดนาม โดยมีจำนวนนายหน้ามากถึง 2,745 คน ผ่านระบบแบบดั้งเดิมคือ Real Estate Supermarket system และล่าสุดมีการพัฒนาระบบการซื้อขายอสังหาฯ ออนไลน์อีกด้วย

FSS Opportunity Day

บริษัทนี้จัดเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ โดย CENLAND เป็นเหมือนตัวกลางระหว่าง Developer กับลูกค้าที่ทำการซื้อขายอสังหาฯ นั่นเองคล้าย ๆ กับ CBRE ของบ้านเรา แต่ที่สำคัญคือการใช้แนวคิด Real Estate Supermarket ของ CENLAND ได้สร้างให้เกิดพฤติกรรมที่คนเวียดนามจำนวนมากเวลาจะซื้อขายอสังหาฯ จะทำการซื้อขายผ่านตัวกลาง เพราะสามารถเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ของหลาย ๆ แห่งได้ ต่างกับบ้านเราที่ผู้บริโภคมักจะซื้อขายอสังหาฯ โดยตรงจาก Developer

FSS Opportunity Day

ด้วยโมเดลธุรกิจที่ดี และการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องทำให้ CENLAND เป็นอีกบริษัททีทั้งรายได้และกำไรเติบโตสูงมากใน 3 – 4 ปีที่ผ่านมาโดยมีรายได้เติบโตเฉลี่ยถึง 172% ต่อปี และมีกำไรที่เติบโตเฉลี่ย 179% ต่อปี โดยบริษัทเป็นเจ้าของส่วนแบ่งตลาด > 40% ของตลาดนายหน้าซื้อขายอสังหาฯ ในเวียดนาม

ทั้งหมดก็เป็นการสรุปไฮไลท์ที่น่าสนใจจากงาน FSS – Vietnam Opportunity Day ที่นำมาฝากกันในวันนี้ ตลาดหุ้นเวียดนามเหมาะที่จะกระจายเงินลงทุนส่วนหนึ่งไปลงทุนระยะยาวถึงยาวมาก ด้วยความน่าสนใจคือ Growth หรือการเติบโตของทั้งเศรษฐกิจ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน อีกทั้งตลาดทุนที่มีแนวโน้มพัฒนาขึ้น มีผู้เล่นมากขึ้น มีปริมาณการซื้อขายมากขึ้นน่าจะทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามเติบโตจากตลาดหุ้นชายขอบ (Frontier Market) ไปสู่การเป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตามก็ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าตลาดหุ้นเวียดนามเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงสูง และสูงกว่า SET บ้านเราพอสมควร ท่านนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดี และหาที่ปรึกษาการลงทุนที่ดี จึงจะทำให้ท่านประสบความสำเร็จจากการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามครับ

แหล่งที่มา : YouTube : FSSGLOBAL
https://www.youtube.com/channel/UCn5iZC3ounLjlWjKtF6f_iw/videos?view_as=subscriber
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ 02-625-2479 ถึง 82
หรือ Email: fm@fnsyrus.com
Website: https://www.fnsyrus.com/th/services/overseas-investment/

FundTalk รายงาน

 

Facebook Comments

แชร์บทความนี้
เจษฎา สุขทิศ, CFA ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FINNOMENA & นายกสมาคมฟินเทคประเทศไทย คุณเจษฎา เคยปฏิบัติงานในตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล และเคยร่วมงานเป็นผู้จัดการกองทุนกับกลุ่ม เจพี มอร์แกน, ไทยพาณิชย์ และยูโอบี นอกจากนี้ ในปัจจุบัน คุณเจษฎา รับหน้าที่เป็นวิทยากรด้านการเงิน และฟินเทค ให้กับภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ คุณเจษฎา เคยได้รับรางวัลนักเศรษฐศาสตร์ดาวรุ่งจากสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์, รางวัล Most Astute Investor จากนิตยสาร The Asset และรางวัล Morningstar Fund Award
Posts created 100

Related Posts

Begin typing your search term above and press enter to search. Press ESC to cancel.

Back To Top