HREIT โอกาสรับผลตอบแทนสูงจากการเพิ่มทุนครั้งที่ 2

แชร์บทความนี้

ความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่เกิดขึ้น ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ เป็นตัวเร่งสำคัญให้ REIT เป็นตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจจากความสามารถในการสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอจากค่าเช่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง REIT ที่ได้รับประโยชน์จากยุทธศาสตร์ชาติ อย่างโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าโอกาสสร้างรายได้ที่มั่นคงนั้นจะอยู่กับเราในระยะยาว ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ผันผวน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2020 ที่ผ่านมา โลกของการลงทุนเต็มไปด้วยความผันผวนด้วยเหตุปัจจัยหลากหลายที่ผลัดกันเข้ามากระทบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้เกิดภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ จนกระทั่งธนาคารกลางและรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลก ต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมกันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับต่ำ การเสริมสภาพคล่องผ่านการเข้าซื้อสินทรัพย์ และการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ธุรกิจเพื่อคงการจ้างงาน เป็นต้น

ที่สำคัญก็คือภาวะความผันผวนและอัตราดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้จะยังคงอยู่กับเราไปอีกนานพอสมควรเลย ทำให้การลงทุนในลักษณะของ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT มีความน่าสนใจไม่น้อย ทั้งจากความสามารถในการสร้างรายได้แบบสม่ำเสมอจากค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครอง และความสามารถในการให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ค่อนข้างสูงกว่าตราสารหนี้ แต่มีความผันผวนต่ำกว่าหุ้น

REIT ที่ได้รับผลประโยชน์จากยุทธศาสตร์ชาติในระยะยาว

หนึ่งในรูปแบบกอง REIT ที่น่าสนใจในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น REIT ที่มีรายได้คงที่ สม่ำเสมอ และได้ประโยชน์จากมาตรการของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการระยะยาวอย่าง โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนการลงทุนตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการสนับสนุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ทำให้ผู้ประกอบการสนใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่มากขึ้น ส่งผลให้อัตราการเช่า หรืออัตราค่าเช่าของกองทรัสต์มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้ในอนาคต

(Source hemarajreit.com)

 

โดยที่ในตลาดหลักทรัพย์ไทยนั้น ก็มีหลักทรัพย์ให้เลือกลงทุนอยู่หลากหลายด้วยกัน ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ HREIT หรือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เหมราช ที่ตรงตามแนวการลงทุนข้างต้น ทั้งในแง่ของความสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยค่อนข้างสูงกว่าตราสารหนี้ รายได้คงที่สม่ำเสมอ และได้ประโยชน์จาก EEC

นอกจากนั้นทรัพย์สินที่ทาง HREIT เข้าลงทุนส่วนใหญ่อยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรม ทำให้ผู้เช่าได้รับประโยชน์จากระบบสาธารณูปโภคและบริการที่อยู่ภายใต้การดูแลของการนิคมอุตสาหกรรม ผู้ลงทุนจึงสามารถมั่นใจได้ว่าทรัพย์สินของ HREIT จะสามารถหาผู้เช่าได้ไม่ยาก

เมื่อพิจารณาไปยังทีมงานบริหารของ HREIT นั้นผู้จัดการกองทรัสต์เองก็มีความเชี่ยวชาญในอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าลงทุน และอยู่ภายใต้กลุ่ม WHAID อีกทั้งผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์อย่าง WHAID ซึ่งเป็นผู้นำด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและให้บริการโซลูชั่นครบวงจรในระดับสากลมีประวัติมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ซึ่งมีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภายใต้การบริหารกว่า 48,900 ไร่ทั่วประเทศ ทำให้มั่นใจได้ว่าสินทรัพย์ที่จะลงทุนนั้น อยู่ภายใต้การบริหารของผู้เชี่ยวชาญ

โดยล่าสุดนั้น HREIT กำลังจะพัฒนาไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 เพื่อขยายสินทรัพย์เพิ่มเติมอีกกว่า 48,127 ตารางเมตร ประกอบไปด้วยโรงงานสำเร็จรูปให้เช่าจำนวน 13 ยูนิต และคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่าจำนวน 2 ยูนิต ซึ่งจะส่งผลให้ HREIT มีพื้นที่เช่ารวมภายใต้การบริหารกว่า 380,632 ตารางเมตร รวมเป็นโรงงานสำเร็จรูปให้เช่าถึง 121 ยูนิต และคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่าถึง 25 ยูนิต

ที่สำคัญก็คือภายใต้จำนวนพื้นที่การบริหารกว่า 380,632 ตารางเมตรนั้น  90% ของพื้นที่ทั้งหมดตั้งอยู่ในเขต EEC ซึ่งหมายถึงพื้นที่ภายใต้การบริหารของ HREIT ส่วนใหญ่นั้นได้รับผลประโยชน์จากโครงการ EEC ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว

อัตราการเช่าที่สูง สร้างรายได้ที่มั่นคง

(Source hemarajreit.com)

ด้านอัตราการเช่า (Occupancy Rate) มีจุดที่น่าสนใจก็คือ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19  ในช่วงปลายไตรมาส 1 ปี 2563 ที่ผ่านมานั้น อัตราการเช่าของ HREIT ยังคงขยายตัวอยู่ที่ 95.3% เมื่อเทียบกับปลายปี 2562 ที่มีอัตราการเช่าอยู่ที่ 94.5% และเป็นการเติบโตขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพิจารณาย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2561 ที่มีอัตราการเช่าอยู่ที่ 80.8%

(Source hemarajreit.com)

และด้วยอัตราการเช่าที่ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้เอง ก็สะท้อนกลับมายังผู้ลงทุนทุกท่าน  ผ่านการจ่ายประโยชน์ตอบแทนที่สม่ำเสมอทุกไตรมาส และล่าสุดในครึ่งแรกของปี 2563 ถึงแม้ว่าหลายๆ ธุรกิจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID ทาง HREIT ก็ยังสามารถรักษาการจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้กับนักลงทุนได้ตามปกติ

อีกทั้งเมื่อพิจารณาไปยังด้านสัญญาการเช่าทรัพย์สินที่มีอายุถึง 30 ปีพร้อมด้วยสิทธิในการต่อสัญญาเช่าอีก 30 ปี ช่วยให้มั่นใจได้ว่าโอกาสในการสร้างรายได้จากทรัพย์สินที่ได้รับประโยชน์จาก EEC ในระยะยาวนั้นจะไม่หลุดลอยไป

ด้วยจุดเด่นทั้งด้านเสถียรภาพของการสร้างรายได้ การได้รับประโยชน์จาก EEC ในระยะยาว และจากสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ทำให้ HREIT ซึ่งจะเริ่มเปิดจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนในช่วงวันที่ 16 -20 และ 23 – 26 พ.ย. 2563 สำหรับผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม และ 16-20 และ 23-27 พ.ย. 2563 สำหรับบุคคลทั่วไป* น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาแห่งความผันผวน และอัตราดอกเบี้ยต่ำที่มีแนวโน้มว่าจะอยู่กับเราอีกนาน

 

*การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่าย เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน

คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน

 

FundTalk รายงาน

Facebook Comments

แชร์บทความนี้
เจษฎา สุขทิศ, CFA ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FINNOMENA & นายกสมาคมฟินเทคประเทศไทย คุณเจษฎา เคยปฏิบัติงานในตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล และเคยร่วมงานเป็นผู้จัดการกองทุนกับกลุ่ม เจพี มอร์แกน, ไทยพาณิชย์ และยูโอบี นอกจากนี้ ในปัจจุบัน คุณเจษฎา รับหน้าที่เป็นวิทยากรด้านการเงิน และฟินเทค ให้กับภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ คุณเจษฎา เคยได้รับรางวัลนักเศรษฐศาสตร์ดาวรุ่งจากสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์, รางวัล Most Astute Investor จากนิตยสาร The Asset และรางวัล Morningstar Fund Award
Posts created 105

Related Posts

Begin typing your search term above and press enter to search. Press ESC to cancel.

Back To Top