InvestmentTalk – Optimization และ การจัดสรรการลงทุนแบบนักลงทุนสถาบัน (Strategic and Tactical Asset Allocation Strategies)

InvestmentTalk – กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เงินปันผลสูง ความผันผวนต่ำกว่าหุ้น
04/11/09
FundTalk – ผลประกอบการย้อนหลัง LTF
29/11/09

อาสา อินทรวิชัย

อาจกล่าวได้ว่าในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐฯ และบริษัทเอกชนหลายแห่งได้รณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออมเพื่อการเกษียนอายุมากขึ้นโดยได้ส่งเสริมให้มีการออมหลายรูปแบบทั้งโดยตรงและผ่านหน่วยลงทุนประเภท RMF และ LTF ดังนั้นผมจะไม่ใช้คอลัมน์นี้กล่าวถึงรูปแบบการออมอีกแต่จะขอกล่าวถึง กระบวนการจัดสรรการลงทุนที่นักลงทุนสถาบันกระทำกันภายใน 2 หน้ากระดาษ A4 ดังนี้ครับ

การทำ Asset Allocation สามารถจัดได้เป็น 2 รูปแบบใหญ่คือ “Strategic Asset Allocation (SAA)” และ “Tactical Asset Allocation (TAA)” โดยสัดส่วนการลงทุนของแต่ละ Asset class จะถูกกำหนดในเวทีใหญ่หรือ “SAA” ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “Optimization” (เปรียบได้กับ Portfolio Diversification” ครับ)  ในขณะที่เวทีเล็ก “TAA” จะเป็น Panel ที่ Fund manager เป็นผู้เล่นภายใต้กรอบที่ถูกกำหนดโดย SAA ครับ

ท่านผู้อ่านบางท่านอาจยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าการ Optimize portfolio นั้น กระทำเพื่อ “เพิ่มผลตอบแทน” แต่จริงๆแล้ว Optimization มิได้ทำให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด หากแต่เป็นการ “ลดความผันผวนของผลตอบแทน” ด้วยสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม (Optimal) ของ Portfolio ครับ ก่อนที่จะเข้าเรื่อง Optimization ผมขออนุญาตใช้เวลาสักเล็กน้อยกล่าวถึง “ความเสี่ยง” และ “สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์” นะครับ

“ความเสี่ยง” ในcontext ของ Investment หมายถึง “ความผันผวนหรือความเบี่ยงเบนจากค่าเฉลี่ยของตัวเอง” (พิจารณาเฉพาะ Magnitude ไม่คำนึงถึง Direction) หรือ “Standard Deviation” นั่นเอง  แปลง่ายๆ ได้ว่า “หลักทรัพย์อะไรก็ตามที่ ผลตอบแทนในแต่ละวัน (หรือสัปดาห์ หรือ เดือน) มีความสม่ำเสมอ ไม่เปลี่ยนแปลงมาก ซึ่งหลักทรัพย์ประเภทที่เสี่ยงต่ำที่สุด (หมายถึง Price risk นะครับ ไม่ใช่ Credit risk) คือ เงินฝากออมทรัพย์ (Saving) เพราะเราทราบว่า เราจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ 0.50% ต่อปี หรือ 0.50%/365 ต่อวัน แม้ในอีก 71 วันข้างหน้า ดอกเบี้ย Saving จะถูกปรับลดลงเหลือ 0.25% ต่อปีก็ตาม ก็มิได้ทำให้ค่าความผันผวนเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ  ในขณะที่ผลตอบแทน (รายวัน) ของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ -5% ถึง +4% หรือเพื่อให้ชัดเจนกว่านั้น ลองพิจารณาหุ้นตัวใดตัวหนึ่งจะพบว่า ยิ่งมีความผันผวนมากกว่าดัชนีมาก โดยอาจเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ -30% ถึง +25% ในแต่ละวัน

“สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์” หรือ “Correlation” ในกรณีของ Investment หมายถึง ค่าความสัมพันธ์ระหว่าง หลักทรัพย์แต่ละคู่ เช่น “Equity index กับ 10yr UST” หรือ “ราคาหุ้น Microsoft กับ ดัชนี Gold” หรือ “MSCI Asia (Ex-Japan) Index กับ ราคาน้ำมัน Nymex”  ค่า Correlation นั้นมีค่าตั้งแต่ -1.0 ถึง +1.0 และเปลี่ยไปในแต่ละช่วงเวลา  อาจกล่าวได้ว่า Correlation ที่ใกล้เคียง “+1.0” นั้นหมายความว่า ในช่วงเวลาที่นานพอ ราคาหลักทรัพย์คู่นั้นมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน และใน Magnitude ที่ใกล้คียงกันมาก  ในขณะที่ Correlation ที่ใกล้เคียง “-1.0” นั้นหมายความว่า ราคาหลักทรัพย์คู่นั้นมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงข้ามกัน แต่ใน Magnitude ที่ใกล้คียงกันมาก เช่น หลักทรัพย์ A เปลี่ยนแปลง “+0.83%”  ในขณะที่ หลักทรัพย์ B เปลี่ยนแปลง “-0.72%”  ส่วนกรณีของ Correlation ใกล้เคียง “ศูนย์” นั้น หมายถึง ไม่สามารถหา Pattern ที่แน่ชัดระหว่างหลักทรัพย์คู่นั้นได้

จาก Concept ที่กล่าวถึงข้างต้น เราสามารถลดความผันผวนของ Portfolio return ได้โดยการเพิ่มคู่หลักทรัพย์ที่มี Negative correlation (สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่เป็นลบ) เข้าไปใน Portfolio เพื่อทำให้ Standard Deviation ของ Portfolio นั้นมีค่าต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายใต้ Expected return ที่ต้องการ ซึ่งนี่คือ Concept ของ Optimization ครับ

จากที่กล่าวมาข้างต้นจะพบว่า หัวใจสำคัญของการวาง Portfolio strategy อยู่ที่ Strategic Asset Allocation (SAA) ครับ SAA เป็นการกำหนดกลยุทธ์การลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว (1-3 ปี) มีองค์ประชุมคือ Strategist (Macro), Risk Manager, CIO และ Fund Manager เพื่อร่วมกำหนด Assumption ต่างๆ ที่ใช้ในการทำ Optimization ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้คือ สัดส่วนการลงทุนใน Asset class ประเภทต่างๆ  โดยคณะทำงานอาจกำหนดเป็น Range กว้างๆ เพื่อให้ Fund manager ที่รับผิดชอบในแต่ละ Asset class สามารถทำ Trading ภายใต้กรอบใหญ่ที่ถูกกำหนดให้  ซึ่งการทำ Trading ก็คือการทำ Tactical Asset Allocation นั่นเองครับ

นักลงทุนสถาบันกลุ่ม Pension fund ที่ลงทุนในทวีปเอเชียเป็นหลักมักจัดสรรการลงทุนในหุ้นแถบบ้านเกิดของตนในระดับค่อนข้างต่ำราว10-25% เนื่องจากตลาด Emerging market มีค่าความผันผวนที่สูงมาก (25-50% volatility) ในขณะที่ Pension fund ในทวีปยุโรปสามารถจัดสรรการลงทุนในหุ้นแถบยุโรปได้ในสัดส่วนที่สูงกว่า หรือประมาณ 30-40% เนื่องจากตลาดยุโรปมี Volatility ต่ำกว่าเอเชียมาก

จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ ท่านผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเป็นประโยชน์ในการวางแผนการออมของท่านเอง โดยอาจกำหนด SAA ใน 2 ปีข้างหน้าดังนี้  “หุ้น = 30-40% : ตราสารหนี้ = 40-50% : Commodities (น้ำมัน + ทอง + Soft commodities) = 0-10%”

ในช่วงเวลาที่ท่าน Bullish ในตลาดหุ้น ท่านก็ควรจะลงทุนในหุ้นในสัดส่วนที่สูงหรือที่ 40% (จาก SAA ข้างต้น กรอบการลงทุนสำหรับหุ้นอยู่ที่ 30-40%) ในทางกลับกัน เมื่อ Bearish ท่านก็ควรลดการลงทุนมาที่ 30% ถ้าท่านได้ทำ SAA มาอย่างดีแล้ว อย่าไปหวั่นไหวกับสภาพตลาดเพราะการวัดผลการดำเนินงานของกองทุน/การลงทุนต้องดูกันยาวๆ 3-5ปี ขึ้นไป  แต่หากสภาวะการลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ (เช่น 1997 Crisis หรือ 2008 Lehman crisis) เราควรต้องปรับเปลี่ยน Assumption (Standard Deviation และ Correlation) ที่ใช้สำหรับหลักทรัพย์แต่ละประเภทใหม่ และทำ Optimization ใหม่อีกครั้งครับ

อาจกล่าวได้ว่า การจัดสรรการลงทุนในภาพกว้าง หรือ “Strategic Asset Allocation เป็นหัวใจสำคัญของการวางแผนการลงทุนระยะกลาง-ยาว” และ Asset Allocation เป็นตัวกำหนดผลตอบแทนโดยรวมของการลงทุนมากกว่าการเลือกหุ้น/หรือการใช้ Cash strategy และมากกว่าการปรับ Duration ของ Port ตราสารหนี้มากมายนัก ท่านผู้อ่านต้องติดตามข่าวต่างๆไม่เพียงแต่เฉพาะตลาดทุนเท่านั้นแต่ต้องให้ความสำคัญกับ Liquidity ในระบบ มาตรการต่างๆจากภาครัฐฯ และผลต่อราคา Commodities ด้วยครับ

Arsa
Arsa
คุณอาสา อินทรวิชัย ปัจจุบันเป็น Fixed income fund manager ที่ AYF หรือ บลจ.อยุธยา ก่อนที่จะมาร่วมงานกับ AYF คุณอาสาเคยทำงานกับธนาคาร Standard Chartered Bank (Thai) ในตำแหน่ง Global Investor Sales และเป็น Fixed income fund manager ที่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และที่ Citibank ในตำแหน่ง Relationship manager (Financial instituitons) คุณอาสา จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรม เครื่องกล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี และปริญญาโททาง Mechanical Engineering จาก University of Southern California และ MBA จาก University of California, Berkeley

16 Comments

  1. Sakunphat says:

    ติดตามมาอ่านเช่นกันครับ ขอบคุณมากครับสำหรับบทความ

    ขอเสริมบทสรุปของคุณอาสา เนื่องจากมีผู้อ่านบางท่านตั้งข้อสงสัยในเชิง "การบริหารเงินลงทุนส่วนบุคคล" ว่า

    การที่ Portfolio หนึ่ง มีหลักทรัพย์เป็นตราสารหนี้เพียงตัวเดียว แต่มี Expected Return และ Standard Deviation ไม่แตกต่างกับอีก Portfolio ซึ่งมี Asset หลาย Class ผสมกันทั้งหุ้นสามัญ ตราสารหนี้ และเงินสด จะให้ผลลัพธ์เหมือนกันหรือไม่?

    ในมุมมองผม ถ้ามองเฉพาะ Price Risk ก็น่าจะพอมองได้ว่า ไม่ต่างกัน แต่ถ้าพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น 1) Liquidity risk ในส่วนของ portfolio ที่มีสินทรัพย์สภาพคล่องรวมอยู่ด้วย น่าจะลดความเสี่ยงประเภทนี้ลงไปได้มาก กรณีที่ต้องการเงินสด และ 2) Credit Risk ซึ่ง portfolio ที่มีเฉพาะตราสารหนี้ กรณีที่เกิดการผิดนัดชำระหนี้ สินทรัพย์ทั้งหมดก็จะกลายเป็นเศษกระดาษทันที

    ดังนั้นการ allocate asset ไปในหลาย class จะช่วยลดความเสี่ยงประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจาก price risk ได้ครับ

  2. arsa says:

    <blockquote cite="comment-161">

    Sakunphat: ติดตามมาอ่านเช่นกันครับ ขอบคุณมากครับสำหรับบทความขอเสริมบทสรุปของคุณอาสา เนื่องจากมีผู้อ่านบางท่านตั้งข้อสงสัยในเชิง “การบริหารเงินลงทุนส่วนบุคคล” ว่าการที่ Portfolio หนึ่ง มีหลักทรัพย์เป็นตราสารหนี้เพียงตัวเดียว แต่มี Expected Return และ Standard Deviation ไม่แตกต่างกับอีก Portfolio ซึ่งมี Asset หลาย Class ผสมกันทั้งหุ้นสามัญ ตราสารหนี้ และเงินสด จะให้ผลลัพธ์เหมือนกันหรือไม่?ในมุมมองผม ถ้ามองเฉพาะ Price Risk ก็น่าจะพอมองได้ว่า ไม่ต่างกัน แต่ถ้าพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น 1) Liquidity risk ในส่วนของ portfolio ที่มีสินทรัพย์สภาพคล่องรวมอยู่ด้วย น่าจะลดความเสี่ยงประเภทนี้ลงไปได้มาก กรณีที่ต้องการเงินสด และ 2) Credit Risk ซึ่ง portfolio ที่มีเฉพาะตราสารหนี้ กรณีที่เกิดการผิดนัดชำระหนี้ สินทรัพย์ทั้งหมดก็จะกลายเป็นเศษกระดาษทันทีดังนั้นการ allocate asset ไปในหลาย class จะช่วยลดความเสี่ยงประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจาก price risk ได้ครับ  <a title="Click here or select text to quote comment" href="void(null)" rel="nofollow">( REPLY )

    ขอขอบคุณ คุณ Sakunphat สำหรับความเห็นนะครับ

    ในประเด็นที่ตอบมา ผมเห็นด้วยครับ แต่คิดว่า นั่นคงเป็น case ที่เกิดขึ้นยากมากๆ ครับ

    ถ้าหากมี หลักทรัพย์ประเภทนั้นจริง Trader คงยิ้มเลยครับ

    เพราะสิ่งหนึ่งที่ Trader มองหาอยู่ตลอดเวลาคือ การหาหลักทรัพย์ใดๆ มาใช้ในวัตถุประสงค์ในการทำ Proxy hedge (hedge portfolio ที่มีหลักทรัพย์หลายตัว ด้วยหลักทรัพย์อื่นๆ ที่มี negative correlation กัน)…. ยากครับที่จะมีหลักทรัพย์ตัวเดียวที่สามารถ replicate ทั้ง risk และ return ของ portfolio ที่มีหลักทรัพย์หลายตัวได้

    หากเป็นหุ้นนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย หาไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะ หุ้น A และ B มีลักษณะที่เป็น independence ต่อกัน กล่าวคือราคาหุ้น A กับ B ขึ้นกับปัจจัยพื้นฐานของแต่ละบริษัท –> Correlation ต่ำ

    แต่กรณีของ ดอกเบี้ยแล้ว มีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าครับ เนื่องจาก yield ของแต่ละ tenor นั้น มักไม่เป็นอิสระต่อกัน (path dependence) คือ การที่ bond yield 2 ปี ปรับขึ้น 50bps มักทำให้ yield ของ tenor 1 ปี ถูกดึงขึ้นตาม –> Correlation สูง

    การทำ proxy ehdge บนดอกเบี้ยสามารถทำได้โดยการใช้ swap เพื่อ hedge bond หรือกลับกันครับ ส่วนต่างของ swap กับ bond ก็คือ credit spread ของ สถาบันการเงินนั่นเอง (ซึ่งโดยปกติ เราหวังว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง)

    แต่อย่าลืมว่า เมื่อไรที่เป็น Global bonds แล้ว จะมีอีกหนึ่ง dimension เข้ามา play role คือ FX นั่นเองครับ

    และไม่ว่าจะ hedge อะไร ด้วยอะไร ก็ตาม trader จะก็ต้อง monitor "hedge ratio" และ delta (หากใช้ option ในการ hedge) หรือ "PV01" อยู่อย่าง dynamically เพราะ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาครับ

  3. arsa says:

    จริงๆ แล้วมีอีก 1 article เกี่ยวกับ Asset allocation ซึ่งละเอียดกว่านี้

    ผมได้แจ้งให้คุณ jessada update แล้วครับ

  4. O says:

    พอดีผมเพิ่งได้อ่านบทความข้างบนนะครับ สงสัยเรื่องการจัดพอร์ตการลงทุนแบบ SAA ว่าจะลงทุนใน Asset Classes ไหนกี่เปอร์เซ็นต์ เค้ามี framework ห่รือ quantitative method ในการจัดพอร์ตหรือเปล่าคับ หรือว่าแค่ดูจากข้อมูลทางเศรษฐกิจ แล้วก็มานังคุยกันระหว่างผู้บริหารต่างๆว่าจะลงทุนในอะไรเท่าไหร่ครับ และอยากขอรบกวนช่วยยกตัวอย่างการกำหนด assumptions ต่างๆหน่อยได้ไหมครับ จะได้พอเห็นภาพนะครับ

    "SAA เป็นการกำหนดกลยุทธ์การลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว (1-3 ปี) มีองค์ประชุมคือ Strategist (Macro), Risk Manager, CIO และ Fund Manager เพื่อร่วมกำหนด Assumption ต่างๆ ที่ใช้ในการทำ Optimization ทั้ง"

  5. Great work! That is the type of info that are supposed to be shared around the internet. Shame on Google for now not positioning this post higher! Come on over and seek advice from my site . Thanks =)|
    collier papillon van cleef copie [url=http://www.finejewelryshop.ru/fr/van-cleef-necklace-replica-c1/]collier papillon van cleef copie[/url]

  6. i use google when i want to do some spanish translation, it is good for general spanish translation.,
    imitation rolex watch oyster perpetual datejust [url=http://www.rolexladiewatch.org/category/rolex-datejust-watch-replica]imitation rolex watch oyster perpetual datejust[/url]

  7. cywzmxrzi says:

    InvestmentTalk – Optimization และ การจัดสรรการลงทุนแบบนักลงทุนสถาบัน (Strategic and Tactical Asset Allocation Strategies) – Fund Manager Talk
    [url=http://www.gk3hzv4eps0243r25ys87b2l165k6mh2s.org/]ucywzmxrzi[/url]
    cywzmxrzi http://www.gk3hzv4eps0243r25ys87b2l165k6mh2s.org/
    acywzmxrzi

  8. I like this post, enjoyed this one thank you for putting up. “The difference between stupidity and genius is that genius has its limits.” by Albert Einstein.
    Buy Jigsaw Puzzles

  9. very nice post, i certainly love this website, keep on it

  10. Rattling great information can be found on website . “I believe in nothing, everything is sacred. I believe in everything, nothing is sacred.” by Tom Robbins.
    adidas zx flux

  11. I really enjoy your blog. Aside from the attractive page, the article that can be read into this page is impressing. I get some important topics in here which cannot be seen in any websites. Thanks for sharing this blog. I love it.
    air jordan 11

  12. 3、 因为有些国家对人员有限制,去年中国对外直接投资创下流量878亿美元的历史新高在中国机械工业联合会月报统计的64种产品中约占参展企业总数的三成,并在网络上注册了网站。该局综合评估多次检验情况,最终实现运动平台按照预设加速度曲线运动。蛋鸡产蛋量下降。工信部出台《大型稀土企业集团组建工作指引》,同比增长36.三峡水库去年汛期实现了历史上首次”零弃水”,2015年葛洲坝、三峡、溪洛渡、向家坝四大水电站共计发电超过1900亿千瓦时,款式很喜欢,在镜子前又照了照。如果不能长时间地耕耘就根本做不出成绩来。跌200元/立方米。还是能达到平衡。 常用于零件相互配合的重要滑动表面如机床导轨、滑动轴承等。

  13. You should take part in a contest for one of the best blogs on the web. I will recommend this site!

  14. I am not sure where you’re getting your information, but great topic. I needs to spend some time learning much more or understanding more. Thanks for fantastic info I was looking for this info for my mission.

  15. kyrie 1 says:

    Preise holland, generika per nachnahme bestellen und rezeptfrei deutschland, au?er epilepsie tabletten, kosten apotheke. Online kaufen rezeptfrei auch niederlande rezeptfrei, kaufen gunstig deutschland und generika kaufen per paypal trotz rezeptfreies in deutschland.
    kyrie 1

Leave a Reply

Your email address will not be published.