คุณอาสา อินทรวิชัย ปัจจุบันเป็น Fixed income fund manager ที่ AYF หรือ บลจ.อยุธยา ก่อนที่จะมาร่วมงานกับ AYF คุณอาสาเคยทำงานกับธนาคาร Standard Chartered Bank (Thai) ในตำแหน่ง Global Investor Sales และเป็น Fixed income fund manager ที่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และที่ Citibank ในตำแหน่ง Relationship manager (Financial instituitons) คุณอาสา จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรม เครื่องกล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี และปริญญาโททาง Mechanical Engineering จาก University of Southern California และ MBA จาก University of California, Berkeley

Yield curve ในช่วงการขึ้นดอกเบี้ย

ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา เหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับตลาดดอกเบี้ยรอบโลกคงหนีไม่พ้นกรณีที่ FED ประกาศใช้นโยบาย “Quantitative Easing” หรือ QE การประกาศใช้นโยบาย QE1 ในเดือน พ.ย. 2008 และ มี.ค. 2009 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทน หรือ Yield ของพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในทันที โดยในเดือนพ.ย. US Treasury yield 10ปี ลดต่ำลงจาก 3.7% สู่ 2.15% ในระยะเวลาเพียงเดือนเศษ และในอีกมุมหนึ่ง QE ทำให้ค่าเงิน USD อ่อนค่าทันทีจาก 1.27 แตะ ...

EconomicTalk – นโยบายประชานิยม และผลกระทบต่อตลาดหุ้นและตลาดดอกเบี้ย

อาสา อินทรวิชัย, 11 ก.ค. 54 การปรับตัวขึ้นของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทยถึง +48 จุด ในวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น คงสร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกท่านไม่มากก็น้อย ต้องยอมรับว่าแม้สาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นบ้านเราปรับตัวอยู่ใน “แดนลบ” เป็นแรมเดือนจะมาจากปัญหาหนี้ในยุโรป แต่สาเหตุสำคัญของการ rebound เมื่อวันจันทร์นั้นกลับมาจากปัจจัยในประเทศหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลงนั่นเอง และไม่ว่าจะเป็นพรรคใดได้รับเสียงข้างมาก ผมเชื่อว่าตลาดหุ้นก็ปรับตัวขึ้นครับ …..แต่การปรับขึ้นถึงเกือบ 50จุดนั้น ผมคิดว่ามาจาก “Populism” หรือ “นโยบายประชานิยม” ของพรรคเพื่อไทยที่มีผลทางจิตวิทยา (ในระยะสั้น) นั่นเอง ไม่น่าแปลกใจเลยที่พรรคเพื่อไทยจะได้รับคะแนนโหวตจากประชากรนอกเขตกทม.อย่างท่วมท้นเพราะนโยบายประชานิยมที่มุ่งเน้นในการเพิ่มรายได้ขั้นต่ำและราคาผลิตผลการเกษตรนั้นตอบโจทย์ประชากรกลุ่ม “รากหญ้า” อย่างชัดเจน …..แต่ท่านทราบหรือไม่ครับว่า การตอบรับในตลาดดอกเบี้ยนั้นกลับมีทิศทางตรงข้ามกับในตลาดหุ้น กล่าวคืออัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล (Bond yield) โดยเฉพาะช่วงอายุยาวกว่า 5 ปี ได้ปรับขึ้นค่อนข้างรุนแรง 25-40bps ...

EconomicTalk – QE2 กับการ Export Inflation ไปทั่วโลก

จริงๆแล้ว การที่เศรษฐกิจ/ประเทศหนึ่งๆ จะมี Inflation บ้างก็เป็นเรื่องที่ดีนะครับ เพราะนั่นแสดงถึงการมีกำลังซื้อ/จับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่องอันจะนำไปสู่การผลิตและการจ้างงาน (ที่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว) แต่หาก Inflation นั้นกลับมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะด้วยสาเหตุจาก Supply shock (ราคาขึ้นเพราะของขาดตลาด) หรือ Demand pull (ราคาขึ้นเพราะมีความต้องการซื้อสูง) ก็ตาม ผลเสียย่อมเกิดต่อ “ค่าเงิน” และระบบเศรษฐกิจ ของประเทศนั้นๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุของการอ่อนค่าของเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ (USD) ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมานั้น ทุกคนมุ่งเป้าไปที่ “QE2”  และเมื่อกล่าวถึง QE หรือ Quantitative Easing แล้ว หลายท่านทราบดีว่าขนาดของโปรแกรม QE2 นั้นอยู่ที่ USD 600Bln ...

InvestmentTalk – DW (Derivatives Warrant) “การลงทุนแบบ Leverage”

ช่วง ปี 2005-2008 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการเงินและการลงทุนอย่ในสภาวะแห่งการเติบโต (Growth phase) อย่างก้าวกระโดด นวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างที่ Risk manager ตามไม่ทัน โครงสร้างของผลตอบแทนสามารถ link กับ อัตราดอกเบี้ย, Credits, Commodities หรือ FX ซึ่งเราเรียกว่าเป็น “สินทรัพย์อ้างอิง (Underlying asset)” Underlying asset เหล่านี้จะถูกนำไปใช้ผ่านธุรกรรมประเภท Derivatives ในรูปแบบต่างๆ เช่น Collateralized Debt Obligations (CDO), Mortgage-Backed Securities (MBS), Digital Options, ...

InvestmentTalk – การใช้ธุรกรรม Cross Currency Swap เพื่อเปลี่ยน Liability exposure (ดอกเบี้ยเงินกู้) จากดอกเบี้ย THB ไปเป็น USD

เมื่อปลายปี 2008 ผมได้เขียน article เรื่อง “ผลกระทบจาก Flow ของ Asset swap ต่อตลาด Bond และตลาด Swap” โดยได้ยกตัวอย่างของ กองทุนในประเทศไทยทำการลงทุนใน USD bond และทำธุรกรรม Swap เพื่อเปลี่ยน USD coupon ไปเป็น THB coupon ธุรกรรมดังกล่าวมีผลให้ทั้ง อัตราดอกเบี้ย Cross currency swap (CCS) และพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก Flow ในธุรกรรม Asset swap นั้นเกี่ยวข้องกับ “การเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย ...

EconomicTalk – เมื่อประเทศจีนยอมหยวนให้ “เงินหยวน” แข็งค่าขึ้น

ในรอบเดือน มิ.ย. นี้ คงไม่มีข่าวใดน่าสนใจไปกว่าข่าวจากประเทศจีน เมื่อวันที่ 19-20 มิ.ย. ที่ผ่านมา PBoC (People’s Bank of China) ประเทศจีนได้ประกาศว่า “ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำให้ RMB มีความยืดหยุ่นมากขึ้น” ซึ่งเปรียบเสมือนเป็น “สัญญาณของการสิ้นสุดการ Peg ค่าเงินระหว่าง USD-CNY” (ในที่นี้ขอใช้ CNY หรือ Chinese Yuan แทน Renminbi, RMB นะครับ) เมื่อ PBoC ปรับเปลี่ยน Official daily trading band (กรอบการแกว่งตัว) ของค่าเงิน ...

InvestmentTalk – Credit Default Swap (CDS) และ Credit Linked Note (CLN)

หลายปีก่อนนักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความสนใจในตลาด Interest rate derivatives (IRD) เพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยง (hedging interest rate risk) หรือเพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนผ่านการลงทุนใน structured note โดยวางกลยุทธ์การลงทุนหรือป้องกันความเสี่ยงให้สอดคล้องกับดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงตามสภาพเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา ในรอบเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา ธุรกรรมอีกประเภทที่ได้รับความนิยมไม่น้อยไปกว่า IRD คือ Credit derivatives (CD) ปริมาณของธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการใช้ Credit Default Swap (CDS) เพื่อการป้องกันความเสี่ยงด้านเครดิต (Buying “Protection”) หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุน (Selling “Protection”) ทั้งนี้อาจกล่าวได้ว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกรรม credit derivatives ...

EconomicTalk – PIGS : ปีเสือ แต่หมูดุกว่า

อาสา อินทรวิชัย ใครกล่าวว่าปีนี้เป็น “ปีเสือดุ” ผมว่าไม่ใช่ครับ น่าจะเป็น “หมูดุ” มากกว่า “PIGS” หรือ “PIIGS” คือกลุ่มประเทศ Portugal (AA rating) Ireland (AA-) บางนิยาม ได้รวม Italy (AA-) เข้าไปใน “I” ด้วย Greece (A-) และ Spain (AAA) ถูกยกเป็นกรณีของประเทศที่มีสถานการณ์คลังที่ถดถอย อาจถูก downgrade rating และในขณะที่ผมกำลังเขียน article นี้อยู่ ก็ได้มี Acronym (คำย่อ) ใหม่เกิดขึ้นอีกหนึ่งคำ ...

InvestmentTalk – สรุปสภาวะการลงทุนในตลาดดอกเบี้ยทั่วโลก ปี 2009

อาสา อินทรวิชัย ผ่านไปแล้วนะครับสำหรับปี 2009 ปีแห่งความผันผวนของการลงทุนในหลักทรัพย์ “ทุกประเภท” ตั้งแต่ ตลาดดอกเบี้ย ซึ่งรวมถึง พันธบัตรรัฐบาลและตลาด credit (ผู้ออกตราสารไม่ใช่รัฐบาลฯ) ตลาด Commodities ตลาดหุ้น และ ตลาด FX จากตารางที่ 1 เราพบว่าผลตอบแทนของหลักทรัพย์แต่ละประเภทมีความผันผวนมากในปี 2008-2009 หลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจมากคือ High yield bonds (ซึ่งมี Rating เฉลี่ยที่ประมาณ “B”) ที่ให้ผลตอบแทน 53.85% YTD ซึ่งสูงกว่า DJIA และ S&P 500 ด้วยซ้ำไป แต่หากท่านสามารถรับความเสี่ยงได้มากกว่า ...

Arsa Indaravijaya “The Most Astute Investors (2008 – 2009)”

ขอแสดงความยินดีกับ คุณ อาสา อินทรวิชัย หนึ่งใน Author ของ FundManagerTalk.com สำหรับการได้รับรางวัล The Most Astute Investors (Local Currency Bonds) โดยนิตยสาร The Asset โดยงานรับรางวัลจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนทีผ่านมาที่ประเทศสิงคโปร์ รางวัล The Most Astute Investors จะทำการคัดเลือกโดยให้ทางฝ่าย Treasury ของ Counterparties ของ Investment house ซึ่งได้แก่ ธนาคาพาณิชย์ไทย, ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ, และบริษัทหลักทรัพย์ ร่วมทำการ Vote เลือกหาผู้จัดการกองทุนที่คิดว่ามีความสามารถและมีผลงานโดดเด่นที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา โดยรางวัลดังกล่าวคุณอาสาได้รับเป็นครั้งที่สองนับแต่ร่วมงานเป็น ...

InvestmentTalk – Optimization และ การจัดสรรการลงทุนแบบนักลงทุนสถาบัน (Strategic and Tactical Asset Allocation Strategies)

อาสา อินทรวิชัย อาจกล่าวได้ว่าในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐฯ และบริษัทเอกชนหลายแห่งได้รณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออมเพื่อการเกษียนอายุมากขึ้นโดยได้ส่งเสริมให้มีการออมหลายรูปแบบทั้งโดยตรงและผ่านหน่วยลงทุนประเภท RMF และ LTF ดังนั้นผมจะไม่ใช้คอลัมน์นี้กล่าวถึงรูปแบบการออมอีกแต่จะขอกล่าวถึง กระบวนการจัดสรรการลงทุนที่นักลงทุนสถาบันกระทำกันภายใน 2 หน้ากระดาษ A4 ดังนี้ครับ การทำ Asset Allocation สามารถจัดได้เป็น 2 รูปแบบใหญ่คือ “Strategic Asset Allocation (SAA)” และ “Tactical Asset Allocation (TAA)” โดยสัดส่วนการลงทุนของแต่ละ Asset class จะถูกกำหนดในเวทีใหญ่หรือ “SAA” ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “Optimization” (เปรียบได้กับ Portfolio ...

InvestmentTalk – มองเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นผ่าน Yield Curve

มีคำถามจากท่านผู้อ่าน 2 ท่านที่สละเวลาเขียนมาถามเรื่องความชันของ Yield curve ครับ ผมขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ในการตอบคำถามและ share ให้กับท่านอื่นๆ ด้วยครับ คำถามที่ 1: ในหนังสือ “When markets collide” ของ “Mohamed El Erian” กล่าวถึงเรื่อง Yield curve ว่า การที่ 2/10 spread ในปี 2006 ติดลบ (Yield ของพันธบัตรอายุ 10 ปี ต่ำกว่า Yield 2 ปี) หรือที่เรียกว่า ”Inverted ...

FundTalk – กองทุนพันธบัตรและตราสารหนี้เกาหลี (Kimji Fund)

ท่านผู้อ่านหลายๆท่านคงมีการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้เกาหลี (พันธบัตรรัฐบาล, หน่วยงานของรัฐ หรือธนาคารพาณิชย์เอกชน) บ้างไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปลายปี 2008 จนถึงกลางปี 2009 ที่ผ่านมาประเทศเกาหลีได้รับผลกระทบที่ค่อนข้างรุนแรงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก คำถามที่มักได้รับคือ “เกาหลีจะโอเคไหม” แต่เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 2 ปี 2009 ของประเทศเกาหลีประกาศออกมาอย่างแข็งแกร่งที่ + 2.3% QoQ คำถามก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็น “ทำไมผลตอบแทนของกองทุนเกาหลี (ในสกุลเงินบาท) ถึงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ?” ปัญหาที่บริษัทขนาดใหญ่ซึ่งมียอดขายทั่วโลกและรับเงินค่าขายเป็น USD มักต้องประสบคือ การที่ค่าเงิน USD มีแนวโน้มที่อ่อนค่าลง (และเมื่อ convert มาเป็นเงินรับในสกุลท้องถิ่นเช่น KRW ก็จะทำให้ลดน้อยลงตามไปด้วย) เราจะทำอย่างไรเพื่อรับมือเรื่องนี้ได้บ้างครับ? วิธีที่แรกที่ทำได้คือ ...