InvestmentTalk – กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เงินปันผลสูง ความผันผวนต่ำกว่าหุ้น
ขอประเดิมบทความแรกใน Fund Manager Talk ด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาิริมทรัพย์ (Property Fund หรือ “PF”) ครับ
หลายคนเมื่อได้ยินคำว่า อสังหาริมทรัพย์ อาจจะนึกถึง การเก็งกำไร หรือ ฟองสบู่ แต่ความหมายที่แท้จริงของการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ คือการมีสิทธิในการรับรายได้ค่าเช่า (หรือที่เรียกว่า “สิทธิการเช่า”) ในอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ซึงมีรายได้ที่ “ค่อนข้าง” แน่นอนจากค่าเช่าพื้นที่ เช่น ห้างสรรพสินค้า เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ หรือ โรงงานอุตสาหกรรม โดยนักการเงินจะประเมินมูลค่าของกระแสรายได้ในอนาคต เช่น 20 ปี หรือ 30 ปี หรือแม้กระทั่ง ไม่สิ้นสุด (infinite horizon) และนำมาคิดลด (ซึ่งเรียกรวมว่าวิธี Discounted Cash Flow) เพื่อให้ได้มูลค่า ณ วันนี้ และนำมูลค่านั้นมาขายให้นักลงทุนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ (รวมทั้งผมด้วย)
พูดอีกนัยหนึ่ง การลงทุนใน PF ก็คือการซื้อมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดทั้งหมดในอนาคตจากค่าเช่าพื้นที่นั่นเอง
(ศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง มูลค่าปัจจุบัน ได้ที่ http://www.investopedia.com/terms/p/presentvalue.asp)
การลงทุนใน PF จะได้รับผลตอบแทนสองส่วน ส่วนแรกคือ เงินปันผลที่มาจากค่าเช่า และ ส่วนที่สองคือกำไรจากมูลค่าเงินลงทุนที่ “อาจ” เพิ่มขึ้น ซึ่งในภาวะปัจจุบัน PF หลายตัวให้ผลตอบแทนสูงกว่า 10% ต่อปี (หุ้นในตลาดหลักทรัพย์โดยเฉลี่ย ณ วันที่ 3 พ.ย.52 ให้เงินปันผลเฉลี่ย 4.09% ต่ิอปี และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ 0.50% ต่อปี)
และเมื่อทราบถึงผลตอบแทน ก็ต้องเข้าใจถึงความเสี่ยงที่มาด้วยกัน สำหรับ PF ความเสี่ยงหลัก ประการแรกคือ โอกาสที่รายได้ค่าเช่าจะลดลงเนื่องจากการลดค่าเช่าหรือการไม่ต่อสัญญาเช่า เป็นผลให้ผลตอบแทนของผู้ลงทุนลดลง และประการที่สองคือความผันผวนของราคา PF ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอาจทำให้เราขาดทุน (แต่บางครั้งก็เป็นโอกาสในการหากำไรเช่นกัน)
PF สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ 1) Freehold: สิทธิการเช่าไม่มีสิ้นสุด เนื่องจาก PF เป็นเจ้าของตัวอสังหาริมทรัพย์โดยถาวร (ซื้อขาด) 2) Leasehold: สิทธิการเช่ามีระยะเวลาสิ่้นสุด เนื่องจาก PF ทำสัญญาเช่าแบบมีระยะเวลากับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่แท้จริง (เซ้งมา) ซึ่ง PF ประเภทนี้มูลค่าพื้นฐานของตัวมันเองจะทยอยลดลงตามระยะเวลาสิทธิการเช่าที่เหลือน้อยลงไปด้วย
ขอกล่าวถึง PF ยอดนิยม 3 ตัว ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สามารถเคาัะซื้อขายได้เหมือนหุ้นทั่วไป ดังนี้
1. กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ฟิวเจอร์พาร์ค (FUTUREPF): รายได้จะมาจากค่าเช่าพื้นที่ค้าขายในห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต มูลค่ารวมในตลาดหลักทรัพย์ 4.3 พันล้านบาท ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาจ่ายเงินปันผลรวมกัน 1.021 บาท/หน่วย ราคาซื้อขายในตลาดปัจจุบัน 9.30 บาท/หน่วย คิดเป็นผลตอบแทน 10.98% ต่อปี (ก่อนภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10%) (ตัวนี้เป็น Leasehold)
2. กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QHPF) รายได้มาจากค่าค่าเช่าพื้นที่ใน อาคาร Q.House ลุมพินี, Q.House เพลินจิต และ Waveplace มูลค่ารวมในตลาดหลักทรัพย์ 6.2 พันล้านบาท ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาจ่ายเงินปันผลรวมกัน 0.7830 บาท/หน่วย ราคาซื้อขายในตลาดปัจจุบัน 8.00 บาท/หน่วย คิดเป็นผลตอบแทน 9.79% ต่อปี (ก่อนภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10%) (ตัวนี้เป็น Leasehold)
3. กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทคอน (TFUND) รายได้มาจากค่าเช่าพื้นที่ในโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง มูลค่ารวมในตลาดหลักทรัพย์ 7.3 พันล้านบาท ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาจ่ายเงินปันผลรวมกัน 0.81 บาท/หน่วย ราคาซื้อขายในตลาดปัจจุบัน 10.10 บาท/หน่วย คิดเป็นผลตอบแทน 8.02% ต่อปี (ก่อนภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10%) (ตัวนี้เป็น Freehold จึงมีความเสี่ยงต่ำในด้านอายุของกองทุนซึ่งไม่สิ้นสุด จึงให้ผลตอบแทนต่ำกว่า PF ตัวอื่น ๆ ด้วย เพราะนักลงทุนบางประเภทที่ไม่ชอบความเสี่ยงด้านอายุคงเหลือจะเน้นลงทุนใน PF นี้)
สรุปประโยชน์ของการลงทุนใน PF
1. ซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์เหมือนหุ้นทั่วไป
2. ให้ผลตอบแทนสูงในรูปเงินปันผล และมีโอกาสเติบโตตามอัตราค่้าเช่าที่อาจเพิ่มขึ้น
3. ความผันผวนของราคาต่ำกว่าหุ้นทั่วไป
4. มีโอกาสได้กำไรจากราคา (แต่โอกาสยังต่ำกว่าหุ้นทั่วไป)
5. ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของร่วมในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่
สรุปความเสี่ยงของ PF
1. ยังมีความผันผวนของราคาในตลาด
2. สภาพคล่องในการซื้อขายบางช่วงเวลาจำกัด (ไม่มีคนรับซื้อ/ปล่อยขาย พอกับความต้องการ) แต่ถ้าซื้อขายในระดับหลักแสนบาทต่อวัน ทำได้สบายครับ
3. สำหรับ PF ประเภท Leasehold เมื่ออายุคงเหลือของสิทธิการเช่าลดลง จะทำให้มูลค่าในทางทฤษฎีของ PF ลดลงไปด้วย
4. ปริมาณรายได้ค่าเช่าอาจมีความผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ
สำหรับผู้ที่กลัวความผันผวนจากการลงทุนในหุ้นทั่วไป แต่ต้องการผลตอบแทนสูง PF น่าจะเ็ป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งครับ ที่สำคัญ PF โดยทั่วไปจะจ่ายปันผลปีละ 4 ครั้ง ซึ่งจะเริ่มขึ้นเครื่องหมาย XD สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 ของปี 2552 ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้แล้ว หากท่านผู้อ่านสนใจ PF ตัวที่แนะนำ หรือตัวอื่น ๆ (ดูได้จาก www.set.or.th ในกลุ่ม ”PFUND”) ก็น่าจะเป็นโอกาสดีในการเริ่มต้นลงทุนใน PF ครับ
SJ


ถ้าผมมีเงินฝากธนาคารอยู่
การแบ่งมาลงในกองอสังหาฯ ระยะเวลาลงทุน 1 ปี
คิดว่าปลอดภัยมั้ยครับ???
(กลัวเจ๊ง) ikik( REPLY )
หวัดดี fundmanager คนใหม่คับ
แล้ว CPNRF ดีมั้ยคับเมื่อเทียบกับ 3 กองทุนที่กล่าวถึงในบทความ
ขอบคุณคับ Humphrey( REPLY )
ผมมองว่าผลตอบแทนเงินปันผลระดับประมาณ 10% เมื่อนำมาชดเชยกับโอกาสขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นได้ใน 1 ปี สำหรับปีที่ตลาดไม่ผันผวนมาก น่าจะเหลือกำไรติดมืออยู่บ้าง เช่น ซื้อมาต้นทุน 10 บาท ได้ปันผล 1 บาท แต่ราคาตลาดลดลงเหลือ 9.50 บาท สุทธิแล้วได้กำไร 0.50 บาท แต่ถ้าสามารถถือครองได้ยาวกว่า 1 ปี โอกาสที่จะขาดทุนก็จะน้อยลงไปอีก เมื่อรวมรายได้จากเงินปันผลหลายปีเข้าด้วยกันครับ Sakunphat( REPLY )
CPNRF ก็น่าสนใจครับ ผมเพียงได้ไม่ได้ยกขึ้นมาแนะนำเท่านั้นเอง ไม่ใช่ไม่ดีแต่อย่างใด
ยิ่งช่วงหลังจากที่ขยายกองรวมสาขาปิ่นเกล้าเข้าไป และ XD 0.30 สตางค์ไปแล้ว ในระดับราคาไม่เกิน 9.00 บาท ส่วนตัวคิดว่าได้ผลตอบแทนน่าสนใจครับ แต่ก็ยังน้อยกว่า FUTUREPF อาจเกิดจากโครงสร้างของสินทรัพย์ที่มีการกระจายความเสียงด้านแหล่งที่มาของรายได้ไปในห้างเซ็นทรัลหลายสาขา ทำให้นักลงทุนต้องการผลตอบแทนต่ำกว่า (ต้องการการชดเชยความเสี่ยงต่ำกว่า) FUTUREPF ที่มีแหล่งรายได้จากฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เพียงแห่งเดียวครับ Sakunphat( REPLY )
ยินดีต้อนรับคุณ Sakunphat
Author และ Webboard Moderator แห่ง FundManagerTalk.com ครับ
คิดว่าน่าจะถูกใจเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ติดตามอ่านนะครับ (ไม่ทันไรก็โดนรุมซะแล้ว)
ดีใจมากที่ได้มาร่วมแชร์ความรู้กันที่นี่ครับ โดยเฉพาะในส่วนของตราสารทุน ที่ผมไม่ถนัดมากนัก
เชื่อน่าจะมีบทความดี ๆ แบบนี้ทยอยออกมาเรื่อย ๆ ครับ FundTalk( REPLY )
ต้องขอบคุณคุณเจทที่ให้เกียรติและให้โอกาสมาร่วมแบ่งปันข้อมูลที่ FundManagerTalk.com เช่นกันครับ
Sakunphat( REPLY )
จะดูความน่าลงทุนจากอะไรในกองทุน PF ที่เป็น leasehold
investorthai( REPLY )
ถ้า เงินปันผลที่ได้ต้องแลกด้วย nav ที่ลดลง
PF ประเภท Leasehold สามารถประเมินความน่าสนใจได้จากการคำนวณ Internal Rate of Return (IRR) ของชุดของกระแสเิงินสดที่คาดว่าจะได้ตลอดอายุของ Leasehold ครับ เท่าที่เคยประเมิน PF ประเภทนี้หลายตัว ให้ IRR ในช่วง 9-12% ครับ (แปรตามกับอัตราผลตอบแทนเงินปันผล)
หมายเหตุ: ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IRR ในเชิงทฤษฏีและการประยุกต์ใช้ได้ที่ http://www.investopedia.com/articles/07/internal_rate_return.asp Sakunphat( REPLY )
เท่าที่ผมพอจะทราบเลยมาแบ่งปันกันครับ
รูปแบบกรรมสิทธิ์ทางกฏหมายของอสังหาริมทรัพย์นั้นมี 2 แบบหลักๆ คือ
1. กรรมสิทธิ์สมบูรณ์ (Freehold)คือความเป็นเจ้าของโฉนดหรือเอกสารสิทธิโดยสมบูรณ์ เช่นโฉนดที่ดินทั้งหลาย ซึ่งการถือครองกรรมสิทธิ์นั้น สามารถตกทอดสู่ลูกหลานหรือผู้รับมรดกได้ โดยบุคคล(หรือนิติบุคคล)ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์นั้นจะถูกระบุชื่ออยู่หลังโฉนด
2. กรรมสิทธิ์ที่ได้มาจากการเช่า หรือเรียกว่า “สิทธิการเช่า” ซึ่งตามกฏหมายไทยระบุไว้ว่า หากการเช่าที่มีระยะเวลามากกว่า 3 ปี ผู้เช่าและผู้ให้เช่าจะต้องไปทำการจดทะเบียนนิติกรรมที่กรมที่ดิน โดยปัจจุบัน กฏหมายไทยให้ระยะเวลาการเช่า (หรือสิทธิการเช่า) สูงสุดที่ 30 ปี ซึ่งการจดทะเบียนสิทธิการเช่านี้จะมีการระบุระยะเวลาการเช่า เริ่มต้นและสิ้นสุด พร้อมชื่อผู้เช่าลงในหลังโฉนด หากเจ้าของทรัพย์สินจะขายทรัพย์สินแปลงดังกล่าวให้ต่อบุคคลอื่น สิทธิการเช่าที่ให้ไว้แล้วก็จะต้องติดตามไปกับเจ้าของใหม่ด้วย กล่าวคือเจ้าของทรัพย์สินใหม่ต้องรับภาระเป็นผู้ให้เช่าต่อจากเจ้าของเดิมจนกว่าสิทธิการเช่าจะหมดอายุลง Berm( REPLY )
Leave your response!
Login
Categories
Authors
- Arsa (9)
- FundTalk (35)
- Keng (12)
- krit587 (1)
- Mr.Messenger (4)
- Setha (3)
Powered by Authors WidgetWebboard
posted in forum Career Talk by SorSaha on August 23, 2010 at 8:37 pm
posted in forum Investment Talk by FundTalk on August 23, 2010 at 10:26 am
posted in forum Economic Talk by FundTalk on August 23, 2010 at 10:14 am
posted in forum Career Talk by FundTalk on August 23, 2010 at 10:10 am
posted in forum Career Talk by FundTalk on August 23, 2010 at 10:08 am
posted in forum Investment Talk by Platinumdd on August 13, 2010 at 1:53 pm
FundTalk Links
Powered by
Investment Sites
Tags
Recent Comments
UserOnline
recent posts
Most Commented
Most Viewed