InvestmentTalk – เส้นทางเศรษฐี

InvestmentTalk – เส้นทางเศรษฐี

คำถามสำคัญสำหรับคนส่วนใหญ่ คงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า “ทำอย่างไรถึงจะรวย?”

ส่วนตัวผม คิดว่ามีกฎง่ายๆ อยู่ 2 ข้อเท่านั้น คือ 1. สร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น และ 2. ประหยัดอดออม

แต่จุดซึ่งคนไม่ค่อยพูดกันคือ วันนี้เราเน้นกันแต่ข้อ 2. ให้ประหยัดอดออม ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น กลั้นใจไม่ใช่เงินสุรุ่ยสุร่าย ออมเข้าไว้

จริงครับ ประหยัดก็ดีอยู่ แต่ประหยัดให้ตายอย่างไร (แม้แต่การได้เงินเดือนมาแล้วไม่ใช้สักบาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน) ก็ไม่มีทางเหลือเงินเกินรายได้ ถามตัวเองว่า วันนี้เงินเดือนเราเท่าไร เดือนหนึ่งๆ ใช้จ่ายไปแล้วจะเหลือเก็บเท่าไร ปีหนึ่งๆ จะเหลือเก็บเท่าไร อีก 10 ปีจะมีเท่าไร แล้วถามตัวเองซ้ำไปอีกว่า ด้วยกลไกแบบนี้ อีก 10 ปี ชีวิตจะถึงจุดที่เราฝันไว้ ได้หรือเปล่า

ดังนั้น หนทางที่จะสร้างฐานะให้เติบโตอย่างฝัน จึงไม่ใช่อยู่ที่การประหยัดอย่างเข้มข้น แต่อยู่ที่การ “สร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น

ถามต่อว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้น จะมาจากไหน

สำหรับมนุษย์เงินเดือน (ความจริงผมไม่ชอบใช้คำนี้ มันดูต่ำต้อย แต่เนื้อความของมันกินใจและชัดเจนที่สุดแล้ว) ก็คงต้องเลือกทำงานที่สร้างคุณค่าให้กับองค์กร (เพิ่มกำไร –> เพิ่มตัวเลขงบดุลส่วนของผู้ถือหุ้น)  ทำงานที่ยากขึ้น มีคนทำได้น้อย ทุ่มเทกับงานมากขึ้น แสวงหาโอกาสในการเติบโตในอาชีพ ซึ่งสุดท้าย จะนำมาซึ่งรายได้ที่มากขึ้นจากค่าตอบแทน (เงินเดือน)

แต่นั่นเป็นการสร้างรายได้ทางอ้อม เพราะหลายครั้ง ผลตอบแทนก็ไม่ค่อยจะสอดคล้องกับความคาดหวังของเรา  และส่วนใหญ่เราควบคุมไม่ค่อยจะได้ ซึ่งนั่นไม่ใช่ความผิดของนายจ้าง นายจ้างไม่มีหน้าที่สร้างพนักงานให้เป็นเศรษฐี แต่อยู่ที่ตัวเราเองต่างหาก ว่าจะยอมรับทนอยู่กับภาวะที่เราไม่ยินดีหรือไม่ และเพื่ออะไร

อีกทางเลือกหนึ่งก็คือ  การสร้างรายได้ทางตรง ที่เราทำเองและได้เองเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับทำงานพิเศษนอกเวลางานประจำ ที่อาศัยความรู้และความชำนาญของเรา ซึ่งใครจะรู้ว่า ต่อไป งานพิเศษอาจกลายมาเป็นงานหลัก และอาจเติบโตเป็นกิจการใหญ่โตก็ได้

แต่ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ก็เป็นสิ่งที่เราต้องใส่แรงกายเข้าไปอยู่ดี (ลงแรงกายมากเท่าไร ได้เงินมากตาม) ดังนั้น แหล่งรายได้ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีก (ลงแรงกายน้อย แต่ได้เงินมาก) ก็คือการให้เงินทำงานแทนเรา หรือการลงทุน นั่นเอง ซึ่งเป็นไปได้ทั้ง การริเริ่มลงทุนในธุรกิจที่เป็นของเราเอง (แต่ก็จะต้องลงแรงกายไม่น้อยอยู่ดี แต่ข้อดีคือควบคุมได้ทั้งหมด และรับผลประโยชน์เต็มๆ) และการลงทุนในหลักทรัพย์ (ใช้แรงกายน้อย แต่ความเสี่ยงคือต้องมองตลาดให้ออก) และไม่่ว่าจะให้เงินทำงานแทนเราในแบบไหน เราเองในฐานะ ‘เจ้านาย’ ของเงิน ก็ต้องศึกษาศาสตร์และศิลป์ในการบริหารเงิน และฝึกปรือฝีมือการบริหารให้พัฒนาขึ้นตลอดเวลา ถ้าเจ้านายสั่งงานไม่ดี งานก็ไม่เดินครับ

อย่างไรก็ดี ทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะเริ่มต้นได้ ก็ด้วยการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของชีวิต ด้วยการให้คุณค่ากับแรงกายและแรงสมองของเรามากขึ้น แล้วเราจะอยากได้ชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะเกิดผลเป็นจริงได้ ก็ด้วยการเริ่มทำ เริ่มวันนี้เลยครับ :)

Share this Story

Related Posts

Facebook Comments

Check Also

MACD เครื่องมือชี้จุดซื้อบอกจุดขาย พร้อมผลทดสอบความแม่นยำ 20 ปี

คำถามสำคัญอันดับต้นๆ ของนักลงทุนทั้งมือใหม่และมืออาชีพก็คือ ดัชนีจะปรับขึ้นและลงเมื่อไร หรือไม่ก็ ควรซื้อและขายหุ้นตัวนี้ที่ราคาเท่าไร โดยทั่วไปแล้ว เราสามารถพิจารณาจาก 2 ...

About Keng

คุณ ศกุนพัฒน์ จิรวุฒิตานันท์ (SJ, Keng) ปัจจุบันทำงานด้านการลงทุนอยู่ที่บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) (Bangkok First Investment & Trust Public Company Limited หรือ "BFIT") ในตำแหน่ง Head of Investment Advisory Department ดูแลงานระดมทุนของบริษัท ควบกับตำแหน่ง Investment Committee ดูแลเงินลงทุนในหุ้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ตราสารหนี้ และบริหารสภาพคล่องของธุรกิจผ่านธุรกรรมในตลาดเงิน ในด้านคุณวุฒิ สอบผ่านหลักสูตร Certified Investment & Securities Analyst Level 2 (CISA II) ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้เป็นนักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ และผู้แนะนำการลงทุนด้านตลาดทุน รวมถึงได้รับอนุญาตจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ให้เป็นผู้ค้าตราสารหนี้ขึ้นทะเบียน SJ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระดับปริญญาโท (MBA, Finance) จาก The University of Western Australia และเคยทำงานวิเคราะห์สินเชื่อลูกค้าเกษตรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)