เมื่อธนาคารกลางทั่วโลกพร้อมใจกันกระตุ้นทางการเงินอีกครั้ง

ปี 2558 นับเป็นอีกปีที่ตลาดการเงินโลกมีความผันผวนสูง โดยตลาดหุ้นโลกเริ่มต้นปีด้วยการปรับตัวขึ้นนำโดยตลาดยุโรป และญี่ปุ่นที่มีนโยบาย QE และ QQE ช่วยสนับสนุน โดยความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ FED มีอยู่เป็นระยะ และตลาดหุ้นโลกได้มีการปรับฐานอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อจีนได้ทำการลดค่าเงินตัวเองอย่างผิดปกติในช่วงเดือนสิงหาคม 2558 ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกได้เกิดปรากฏการณ์ที่หลายคนเรียกว่า “Black Monday” อีกครั้งในวันที่ 24 สิงหาคม 2558 โดยรวมไตรมาส 3/58 ที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกได้ปรับตัวลดลงอย่างถ้วนหน้า โดยจีนลงแรงสุดประมาณ 30% ขณะที่ประเทศอื่นๆ มีอัตราการปรับลดลงประมาณ 10 – 20% ทั้งนี้ ในช่วงปลายไตรมาส 3/58 ประเทศผู้ส่งออกโภคภัณฑ์อย่างบราซิล เริ่มส่งสัญญาณมีปัญหา คล้ายกับกรณีของรัสเซียที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองของ FED ...

เรียนรู้จากประวัติศาสตร์… 12 ปีประเทศไทยกับกองทุน FIF

สวัสดีครับ ปี ค.ศ. 2014 จัดว่าเป็นอีกปีที่กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ หรือ FIF ได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยเป็นอย่างมาก หากพอจำกันได้กองทุน FIF นั้นเริ่มเกิดขึ้นในปี 2002 หรือเมื่อ 12 ปีที่แล้วโดยตอนนั้นมี บลจ. 5 แห่งเป็นผู้เสนอขายกองทุน FIF ในรุ่นแรกในวงเงินการเสนอขายที่ 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มาจนถึงวันนี้จำนวนกองทุน FIF ในบ้านเรามีมากมายหลายร้อยกอง ถ้ารวมกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่ระบุอายุเวลาด้วยผมคิดว่าอาจมีการออกกอง FIF ในเมืองไทยไปแล้วเป็นหลักพันกอง โดยล่าสุดกองทุนรวม FIF ในประเทศไทยมีขนาดใหญ่ถึงกว่า 8 แสนล้านบาท หรือกว่า 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าตลาดกองทุนรวมในประเทศไทย เรียกได้ว่ากว่าทศวรรษที่ผ่านมาการเติบโตของกองทุนรวม ...

โอกาสลงทุนจากการปรับฐาน หรืออวสานของงานเลี้ยง

23 สิงหาคม 2558 หุ้นอเมริกาปรับลง 6% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยวันศุกร์ดาวโจนส์ลงวันเดียวกว่า 500 จุด แรงที่สุดในรอบ 5 ปี ตลาดหุ้น Emerging Market ลงแรงนำมาโดยหุ้นจีนซึ่งดิ่งถึง 12% ในสัปดาห์เดียว และลงมาแล้วถึง 32% นับแต่เดือนมิ.ย. 58 ค่าเงินเอเชียและตลาดเกิดใหม่อ่อนค่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อหลังจากทางการจีนอ่อนค่าเงินตัวเองไป 4 – 5% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากตารางจะพบว่านับแต่ต้นปีดัชนีหุ้นเอเชีย และตลาดเกิดใหม่ติดลบไปแล้วเกือบ 15% ขณะที่ผลตอบแทนดัชนีหุ้นอเมริกาลงมายืนในแดนลบประมาณ 1%               ...

“CIMB-Principal iPROP” ไม่ต้องเป็นเศรษฐีก็เป็นเจ้าของห้างได้

The Ultimate Choice by FundTalk CIMB-Principal Property Income Fund (CIMB-Principal iPROP) ผลตอบแทน 3 ปีย้อนหลังประมาณ 10% ต่อปี เหมาะสำหรับระยะเวลาลงทุน 1 ปีขึ้นไป ช่วยสร้างรายได้ให้กับพอร์ตในรูปของค่าเช่าจากอสังหาริมทรัพย์ ช่วยให้พอร์ตขาดทุนน้อยในปีที่ตลาดหุ้นทำผลงานได้ไม่ดี แนะนำลงทุนระยะยาว 10 – 20% ของเงินลงทุนทั้งหมดสำหรับพอร์ตที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง เป็นอีกหนึ่งกองทุนแนะนำให้มีไว้ในพอร์ตการลงทุนโดยถือยาว ๆ ไปครับ กองทุนนี้เน้นนำเงินไปลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เช่นลงทุนในกอง CPNRF ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า พระราม 2 พระราม 3 และเชียงใหม่ ...

จัดพอร์ตลงทุนอย่างมืออาชีพโดยใช้กลยุทธ์ Enhanced Core-Satellite 7 ขั้นตอนด้วยตัวคุณเอง

  เหตุผลสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนหลายคนไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุน คือการไม่จัดพอร์ตระยะยาวให้เหมาะสมกับระยะเวลาการลงทุน และความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเอง บ่อยครั้งที่ปล่อยให้ความผันผวนของตลาดเข้าครอบงำจนทำให้ขายสินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะหุ้นออกจากพอร์ตไปมากจนเกินควร และเมี่อตลาดปรับตัวขึ้นก็ตามกลับเข้าไปซื้อไม่ทัน หรือบางกรณีก็เป็นภาวะของความฮึกเหิมในตลาดหุ้นขาขึ้น ที่นักลงทุนจำนวนมากเข้าไปเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นจนมากเกินความเหมาะสม และจบลงด้วยการขาดทุนมหาศาลเมื่อตลาดพลิกกลับเป็นขาลง แท้จริงแล้ว กุญแจสำคัญสำหรับความสำเร็จในการลงทุนระยะยาวมาจากการจัดพอร์ตให้เหมาะสม บวกกับระยะเวลาการลงทุนที่ยิ่งนานก็ยิ่งดี สำหรับแนวทางจัดพอร์ตอย่างมืออาชีพด้วยหลัก Core-Satellite เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพ โดยนอกจากจะเป็นการมีพอร์ตการลงทุนหลักที่มีชนิดสินทรัพย์ที่เหมาะสมในการลงทุนระยะยาว (Core Portfolio) ยังมีส่วนที่เป็นพอร์ตการลงทุนระยะสั้น (Satellite Portfolio) ที่ใช้ในการหาโอกาสในการเพิ่มผลตอบแทนการลงทุนในแต่ละช่วงเวลาอีกด้วย ทั้งนี้ การจัดพอร์ตแบบ Enhanced Core-Satellite คือการเพิ่มเครื่องมือการ Trading และ Rebalancing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุน ซึ่งมีขั้นตอนโดยสรุปดังต่อไปนี้ กำหนดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงสำหรับการลงทุนในระยะยาว ถ้ามีระยะเวลาการลงทุนนาน ๆ เช่นมากกว่า 10 ปี แนะนำให้ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงประมาณ 60% ...

ถึงเวลาของที่ปรึกษาการลงทุน และการทำ Global Asset Allocation

    ตลาดหลักทรัพย์ไทยจนถึงวันนี้ก็มีอายุ 40 ปีแล้วนะครับถ้าเทียบเป็นคนก็นับว่าเป็นวัยฉกรรจ์กำลังลุยแหลกเลยทีเดียว ขณะที่กองทุนรวมในประเทศไทยนั้นมีมาเกือบ ๆ 40 ปีเช่นกัน แต่เพิ่งจะมาเติบโตมากในช่วงหลังวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540  ภายหลังรัฐบาลใช้นโยบายการคลังแบบขาดดุลออกพันธบัตรรัฐบาล และตั๋วเงินคลังมากขึ้นทำให้กองทุนประเภทตราสารหนี้เติบโตขึ้น โดยเริ่มจากกองทุนตลาดเงิน และกองทุนประเภท Term Fund ต่อมาก็เริ่มมีกองทุนประเภทที่ลงทุนในต่างประเทศ หรือ FIF ในปี 2545 (อ่านบทความ เรียนรู้จากประวัติศาสตร์… 12 ปีประเทศไทยกับกองทุน FIF ที่ http://fundmanagertalk.com/thai-fif-funds-industry/ ) โชคไม่เข้าข้างเนื่องจากโลกเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจอีกครั้งในปี 2551 ทำให้ทั้งกองทุนหุ้นไทยและกองทุนหุ้นต่างประเทศต่างได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง มีเพียงกลุ่มนักลงทุนที่แบ่งเงินลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว และทองคำเท่านั้นที่สามารถลดผลกระทบได้จากการกระจายความเสี่ยง แท้จริงแล้วการศึกษาทางวิชาการมากมายต่างก็บอกอยู่แล้วว่ามากกว่า 90% ของผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับนั้นมาจากการจัดสินทรัพย์ลงทุน (Asset Allocation) ...

Investment Talk – จัดพอร์ตแบบ Enhanced Core-Satellite รับ QE ยุโรป และการผ่อนคลายทางการเงินในเอเชีย

  ต่อเนื่องจากบทความเรื่อง “จัดพอร์ตลงทุนอย่างมืออาชีพโดยใช้กลยุทธ์ Enhanced Core-Satellite 7 ขั้นตอนด้วยตัวคุณเอง” (หาอ่านได้ที่ http://fundmanagertalk.com/enhanced-core-satellite-asset-allocation/ ) วันนี้เราจะมาแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนตามมุมมองภาวะตลาดใน 6 – 12 เดือนข้างหน้ากันครับ โดยพอร์ตที่ผมจะแนะนำในวันนี้เป็นพอร์ตที่เสี่ยงปานกลาง (Moderate Risk) มีระดับความผันผวนของผลตอบแทนที่ประมาณ 10% ต่ำกว่าระดับความผันผวนของตลาดหุ้นที่อยู่ประมาณ 15 – 20% โดยพอร์ตการลงทุนนี้เหมาะกับการลงทุนระยะยาว 3 -5 ปีขึ้นไป แต่ก็มีส่วนของ Satellite Trading ที่ใช้เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนส่วนเพิ่มใน 6 – 12 เดือนข้างหน้า ในส่วนของ Core Portfolio ผมเลือกการลงทุนใน ...

Investment Talk – แนวโน้มการลงทุนโลก (Investment Theme) ที่สำคัญในปี 2558

สวัสดีปีใหม่ครับ หลังจากที่ได้เขียนบทความเรื่อง “ปรับพอร์ตรับการเปลี่ยนขั้ว QE ปีแพะ 2558 (หาอ่านได้ที่ http://fundmanagertalk.com)” ไปในฉบับที่แล้ว วันนี้ผมจะขอเล่าถึงแนวโน้ม และปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ต้องติดตามในปี 2558 หรือที่เรียกกันว่า Investment Theme ครับ การย้ายความมั่งคั่งจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคน้ำมัน ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงถึงประมาณ 50% ในปี 2557 หากแนวโน้มราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับต่ำแบบนี้ แน่นอนว่าผู้เสียประโยชน์คือผู้ผลิตน้ำมันที่ย่อมมีกำไรน้อยลงอย่างเช่นประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง หรือประเทศรัสเซียที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันมาก ๆ ย่อมได้ประโยชน์ เช่นประเทศในเอเชียอย่าง ไทย เกาหลีใต้ อินเดีย ซึ่งผู้เขียนมองว่าอินเดียอยู่ในสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดเพราะนอกจากจะได้ประโยชน์จากการบริโภคน้ำมันที่ราคาถูกลงแล้ว ปัญหาเรื้อรังเรื่องการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของอินเดียก็ลดลงด้วยทำให้ความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุนลดลง หากมองประเด็นในเรื่องของน้ำมันที่มีต่อรายกลุ่มอุตสาหกรรม แน่นอน การที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงมาก ๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อกลุ่มพลังงาน ผู้ผลิตน้ำมัน ผู้ขุดเจาะน้ำมัน ...

InvestmentTalk – ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

สวัสดีปีใหม่ 2558 8iy[ สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 ...

Investment Talk – ลงทุนอย่างไร เมื่อ QE สหรัฐฯ หมดไปแต่ QE ยุโรป ญี่ปุ่นเข้ามาแทน

ในที่สุดนโยบายการกระตุ้นทางการเงินของสหรัฐฯ หรือ QE ก็มีอันจบลงภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ทำการอัดฉีดเงินเข้าระบบการเงินอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานถึงประมาณ 6 ปีนับแต่เกิดวิกฤตแฮมเบอเกอร์ในช่วงปลายปี 2008 เป็นเม็ดเงินอัดฉีดครั้งมโหฬารกว่า 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ควบคู่กับการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำใกล้ศูนย์เปอร์เซนต์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มีสภาพคล่องในระดับสูง ลดภาระหนี้สินให้กับภาคธุรกิจที่กำลังฝืดเคืองในเวลานั้น รวมถึงเอื้อให้ภาคธุรกิจสามารถกู้ยืมเงินมาขยายกิจการได้ในต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ หลังจากทำการกระตุ้นด้วย QE มากว่าครึ่งทศวรรษ อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ กลับมามีทิศทางที่ดีขึ้นจากที่เคยมีอัตราการว่างงานสูงถึงประมาณ 10% ได้ปรับตัวลดลงมาต่ำกว่า 6% ขณะที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มกลับมาเติบโตได้ดี เช่นเดียวกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ทำให้ FED ตัดสินใจหยุดมาตรการ QE ในที่สุด ในเวลาที่ผ่านมา เม็ดเงินที่เกิดจากการการทำ QE ของ FED ส่วนหนึ่งได้ไหลไปสู่ตลาดการลงทุนทั่วโลกทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และโภคภัณฑ์ต่าง ๆ การหยุดทำ ...

InvestmentTalk – ความสวยงามของหุ้นขนาดเล็ก (Small is Beautiful)

หุ้นขนาดเล็ก (Small Cap Stocks) คือหุ้นที่มีขนาดของกิจการยังไม่ใหญ่มาก ซึ่งโดยมากจะหมายถึงหุ้นที่มีมูลค่ากิจการตามราคาตลาดต่ำกว่า 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท) ผู้เขียนมองว่าการลงทุนในหุ้น Small Cap เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับพอร์ตการลงทุนในระยะยาว จากคุณลักษณะสำคัญหลายประการ ดังนี้ครับ ศักยภาพในการเติบโตที่สูงกว่า ผู้เขียนเชื่อเสมอว่า “ราคาหุ้น ระยะสั้นตามข่าว ระยะยาวตามกำไร” คือราคาหุ้นในระยะสั้นมักจะผันผวนไปตามกระแสข่าวต่าง ๆ เกี่ยวกับบริษัท ขณะที่การเติบโตของราคาหุ้นระยะยาวจะสอดคล้องกับการเติบโตของกำไรของแต่ละบริษัท จากการศึกษาพบว่าการเติบโตของหุ้น Small Cap ทั่วโลกมีอัตราการเติบโตของกำไรอยู่ประมาณ 14.7% ขณะที่การเติบโตของตลาดหุ้นโลกโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 11.1% ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เนื่องจากหากคิดจากหลักความเป็นจริง บริษัทที่มีขนาดใหญ่ มีฐานกำไรที่ใหญ่มาก ย่อมเป็นไปได้ยากที่จะมีการเติบโตกำไรสูง ๆ เมื่อเทียบกับบริษัทขนาดเล็กที่กำลังอยู่ในช่วงวัฏจักรของการเติบโต ...

InvestmentTalk – กลยุทธ์การลงทุนรับภาวะการเมืองร้อน เศรษฐกิจโรย ปี 2557

  ความท้าทายในปี 2557 ผ่านไป 1 เดือนของปีม้า 2557 เรียกได้ว่าเป็นอีกปีที่ไม่ธรรดาแน่นอนครับ โดยตลาดการเงิน และเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังถูกปัญหารุมเร้าอยู่หลายปัจจัย นับตั้งแต่เรื่องการเมืองที่ยังส่อแววยืดเยื้อและยังมองไม่เห็นฉากจบ ส่งผลให้เศรษฐกิจในประเทศซบเซา ตั้งแต่ภาคการบริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม และชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายจำนำข้าว การลงทุนจากต่างประเทศซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอการลงทุนแล้ว รวมไปถึงการใช้จ่ายภาครัฐที่ย่อมมีการชะงักงันเนื่องจากไม่มีรัฐบาลอย่างเป็นทางการ เศรษฐกิจไทยปี 2557 จากเดิมที่คาดการณ์กันว่าจะโต 4 – 5% ผู้เขียนมองว่าเป็นไปได้ที่จะมีการปรับประมาณการกันลงมาที่ 3% หรือต่ำกว่านั้นครับ มองไปที่ตลาดการเงินและเศรษฐกิจต่างประเทศ เริ่มเห็นปัญหาในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) อย่างอาร์เจนตินา ตุรกี แอฟริกาใต้ ซึ่งล่าสุดค่าเงินอ่อนค่าอย่างหนัก จากปัญหาเงินไหลออก การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างมาก และทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศซึ่งร่อยหรอลงไปมาก คล้ายกับปัญหาวิกฤตต้มยำกุ้งที่เคยเกิดขึ้นกับบ้านเราในปี 2540 ความวิตกกังวลในตลาดเกิดใหม่ส่งผลกระทบต่อประเทศในเอเชียบางประเทศที่ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมาก ๆ ...

InvestmentTalk – ปรับพอร์ตรับมือความไม่แน่นอนทางการเมือง 2557

ก้าวเข้าสู่ปี 2557 กันแล้วนะครับ เรียกได้ว่าเป็นการเปิดปีใหม่ที่ค่อนข้างท้าทายสำหรับตลาดทุนประเทศไทยบ้านเรา โดยปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองได้กดดันดัชนีตลาดหุ้นให้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากช่วงปลายปี 2556 ที่ผ่านมา ประกอบกับประเด็นเรื่องการลด QE ของทางสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติลดการลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็นปีที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เกือบ 2 แสนล้านบาท   ความไม่แน่นอนทางการเมืองของประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Market) แปลกแต่จริง ที่ ณ เวลานี้ความไม่แน่นอนทางการเมือง ได้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในหลายประเทศในกลุ่ม Emerging Market มากที่สุดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา นอกจากประเทศไทยเราก็มีอีกหลายประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาด้านการเมือง ตัวอย่างเช่น ตุรกี –มีการประท้วงเกิดขึ้นต่อเนื่องในปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องการคอรัปชั่นของรัฐบาล และล่าสุดกำลังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนมีนาคม 2557 ซึ่งปัญหาอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นหากมีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล อินโดนีเซีย – มีการประท้วงกันในเรื่องการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในประเทศ ค่าเงินรูเปียอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ...

InvestmentTalk – รับมือการเข้าสู่ Aging Society ด้วยการจัดพอร์ตแบบ “สมดุลตามอายุ”

จากการศึกษาของสภาพัฒน์ฯ ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ยุค “สังคมผุ้สูงอายุ (Aging Society)” จากปัจจุบันที่มีประชากรที่มีอายุสูงกว่า 65 ปีขึ้นไปที่ประมาณ 9% จะทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็น 25% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในปี พ.ศ 2583 นอกจากนี้ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ได้ทำการศึกษาเช่นกันว่าผู้สูงอายุชาวไทยในปัจจุบัน มีมากถึง 2 ใน 3 ที่ไม่มีเงินออม ส่วนที่มีเงินออมมากกว่า 1 ล้านบาทนั้นมีเพียง 5% ของจำนวนผุ้สูงอายุทั้งหมด ขณะที่สวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุของประเทศไทยยังมีอยู่ในระดับจำกัด ผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านที่อ่านบทความฉบับนี้ก็กำลังจะเข้าสู่ “วัยสูงอายุ” ไม่ช้า ก็เร็ว ดังนั้น ผมขอเชิญชวนทุกท่านมาให้ความสำคัญกับเรื่องการออม การลงทุน เพื่อรับกับ Mega Trend ...