EconomicTalk – คิดๆ เขียนๆ … ใครได้ใครเสียจากการคุ้มครองเงินฝาก

11 สิงหาคม 2554 เป็นวันแรกที่พระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551 (“กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก”) กำหนดให้สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (Deposit Protection Agency หรือ “DPA”) ลดวงเงินการคุ้มครองเงินฝาก เหลือ 50 ล้า่นบาท/คน/สถาบันการเงิน จากเดิมที่คุ้มครองเต็มจำนวน จึงขอใช้โอกาสนี้ คิดๆ เขียนๆ เกี่ยวกับการคุ้มครองเงินฝากของไทย จากมุมมองของผู้เขียนในฐานะผู้บริหารสถาบันการเงิน การคุ้มครองเงินฝากในประเทศไทย มีความเป็นมาอย่างไร? ก่อนวิกฤติเศรษฐกิจช่วงปี 2540 ประเทศไทยไม่มีการคุ้มครองเงินฝากแต่อย่างใด ผู้ฝากเงินพิจารณาความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินและระดับอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับเป็นสำคัญ แต่เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นในปี 2540 ซึ่งมีต้นตอจากปัญหาหนี้เสียในภาคอสังหาริมทรัพย์ ทำให้สถาบันการเงินมีฐานะอ่อนแอลงอย่างมาก จนผู้ฝากเงินขาดความมั่นใจในสถาบันการเงินที่ตนฝากเงินไว้ จึงพากันถอนเงินฝากออกมาเป็นจำนวนมากในเวลาไม่นาน (Bank Run) กล่าวกันว่าในยุคนั้น สถาบันการเงินที่ล้มไปหลายสิบแห่ง เหตุไม่ได้เกิดจากปัญหาหนี้เสียจนขาดทุนมโหฬารเพียงอย่างเ้ดียว แต่เกิดจากการขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ...

InvestmentTalk – เส้นทางเศรษฐี

คำถามสำคัญสำหรับคนส่วนใหญ่ คงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า “ทำอย่างไรถึงจะรวย?” ส่วนตัวผม คิดว่ามีกฎง่ายๆ อยู่ 2 ข้อเท่านั้น คือ 1. สร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น และ 2. ประหยัดอดออม แต่จุดซึ่งคนไม่ค่อยพูดกันคือ วันนี้เราเน้นกันแต่ข้อ 2. ให้ประหยัดอดออม ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น กลั้นใจไม่ใช่เงินสุรุ่ยสุร่าย ออมเข้าไว้ จริงครับ ประหยัดก็ดีอยู่ แต่ประหยัดให้ตายอย่างไร (แม้แต่การได้เงินเดือนมาแล้วไม่ใช้สักบาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน) ก็ไม่มีทางเหลือเงินเกินรายได้ ถามตัวเองว่า วันนี้เงินเดือนเราเท่าไร เดือนหนึ่งๆ ใช้จ่ายไปแล้วจะเหลือเก็บเท่าไร ปีหนึ่งๆ จะเหลือเก็บเท่าไร อีก 10 ปีจะมีเท่าไร แล้วถามตัวเองซ้ำไปอีกว่า ด้วยกลไกแบบนี้ อีก 10 ปี ...

InvestmentTalk – ความเสี่ยง ไม่ได้น่ากลัว หากเข้าใจและบริหารเป็น

ในหนังสือและแบบเรียนทางการเงินหลายเล่มที่พูดคุย หรืออธิบายถึงระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนรับได้นั้น มีความแตกต่างกันไป หากแต่เราทราบจริงๆแล้วหรือยังว่า ความเสี่ยงคืออะไร? ชีวิตจริง หากเราพูดถึงความเสี่ยง เรามักนึกถึงโอกาสที่จะเกิดเหตุร้าย หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ซึ่งมักเป็นในแง่ร้ายๆเสมอ ดังนั้นในมุมของการลงทุน นักลงทุนหน้าใหม่และหน้าเดิมๆทั้งหลายก็มองว่า ความเสี่ยง คือโอกาสขาดทุน โอกาสที่จะสูญเสียเงินต้น ในการลงทุน ความเสี่ยง (Risk) หมายถึง โอกาสที่นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น หรือลดลง จากผลตอบแทนคาดหวัง หากแปลความหมายของมันดีๆ จะเห็นว่า ความเสี่ยงไม่ใช่เรื่องราวร้ายๆอย่างที่เราเข้าใจกันนะครับ แต่ความเสี่ยงนำมาซึ่งโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นให้แก่นักลงทุนอีกด้วย ขอยกตัวอย่างง่ายๆล่ะกัน ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดในปัจจุบันที่เรารู้จักกันดีก็คือ เงินฝากธนาคาร สาเหตุที่เงินฝากธนาคารมีความเสี่ยงต่ำที่สุดก็เพราะ ปัจจุบันเรามีสถาบันรับประกันเงินฝาก อยู่ในสังกัดของกระทรวงการคลัง เป็นผู้รับประกันเงินต้นของผู้ออมเงินทั้งจำนวน ในกรณีที่ธนาคารนั้นไม่สามารถดำเนินงานได้ต่อ หรือมีปัญหา สถาบันประกันเงินฝากก็จะเข้ามาทำหน้าที่นี้ทันที ทำให้ผู้ฝากเงินมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นในระดับหนึ่งว่า กรณีที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้น อย่างน้อยผู้ฝากก็ได้รับเงินต้นคืนอยู่ดี แต่แน่นอนครับ ...

EconomicTalk – การคุ้มครองเงินฝาก (ที่กำลังจะสิ้นสุดลง) และการปรับตัวของผู้ฝากเงิน

ทราบหรือไม่ว่า ในปัจจุบัน เงินอออมของท่านที่ฝากอยู่กับสถาบันการเงิน (ได้แก่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์) ได้รับการคุ้มครองทั้งต้นและดอกเต็มจำนวนโดย สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (Deposit Protection Agency หรือ DPA) ไม่ว่าท่านจะมีเงินในบัญชีเพียง ไม่กี่หมื่นบาทหรือเป็นพันล้านบาทก็ตาม • หมายความว่าถ้าแบงค์ที่ท่านฝากเงินอยู่เกิดมีอันเป็นไป (ล้ม) DPA ก็จะจ่ายเงินคืนให้ท่านครบทั้งจำนวน โดยที่ท่านไม่ต้องไปฟ้องร้องต่อศาลในฐานะเจ้าหนี้แบงค์เพื่อขอแบ่งเงินคืน • ซึ่ง DPA จะเรียกเก็บเงินนำส่ง (เบี้ยประกัน) จากสถาบันการเงินของท่านในอัตราร้อยละ 0.40 ต่อปี (ต้นทุนเงินฝากของแบงค์ที่แท้จริงจึงจะต้องบวกเข้าไปอีก 0.40%) โดยจะคำนวณจากยอดเงินฝากเป็นรายวัน และทราบหรือไม่ว่า การคุ้มครองแบบเต็มจำนวนดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 11 สิงหาคม 2554 หรืออีกประมาณปีครึ่งนับจากนี้ • โดยในวันที่ ...

FundTalk – กองทุนรวมตลาดเงิน – ฝากถอนได้ทุกวัน ผลตอบแทนสูงกว่าออมทรัพย์

ทุกท่านคงคุ้นเคยกับการฝากเงินแบบออมทรัพย์กับธนาคารต่าง ๆ  ซึ่งสามารถฝากถอนได้ทุกวัน อย่างไรก็ดีความสะดวกที่ธนาคารมอบให้ ต้องแลกมาซึ่งอัตราผลตอบแทนที่ต่ำติดดิน หากย้อนดูสถิติไปถึงปี 2548 พบว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารอยู่ที่ 0.75% ต่อปี มาอย่างต่อเนื่อง และยังลดลงเหลือ 0.50%ต่อปี ตั้งแต่เดือนมีนาึคม 2552 ที่ผ่านมา ที่แย่กว่านั้น ดอกเบี้ยที่ได้รับจริงยังโดนเก็บภาษีเงินได้อีก 15% ซึ่งแปลว่า ณ ระดับดอกเบี้ยในปัจจุบัน เงินเข้ากระเป๋าท่านจริง ๆ สุทธิเพียง 0.425% ต่อปี เท่านั้น หากท่านมีเงินฝากออมทรัพย์ 1,000,000 บาท ในเวลาหนึ่งปี เงินของท่านมีความสามารถสร้างรายได้ให้ท่าน 4,250 บาท! ที่สำคัญ ไม่ว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินจะเคลื่อนไหวขึ้นไปมากเพีัยงใด ธนาคารพาณิชย์ก็ยังคงให้ดอกเบี้ยออมทรัพย์ในระดับนี้อย่างต่อเนื่อง ท่านทราบหรือไม่ว่าในเดือนตุลาคม 2549 ...