เมื่อธนาคารกลางทั่วโลกพร้อมใจกันกระตุ้นทางการเงินอีกครั้ง

ปี 2558 นับเป็นอีกปีที่ตลาดการเงินโลกมีความผันผวนสูง โดยตลาดหุ้นโลกเริ่มต้นปีด้วยการปรับตัวขึ้นนำโดยตลาดยุโรป และญี่ปุ่นที่มีนโยบาย QE และ QQE ช่วยสนับสนุน โดยความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ FED มีอยู่เป็นระยะ และตลาดหุ้นโลกได้มีการปรับฐานอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อจีนได้ทำการลดค่าเงินตัวเองอย่างผิดปกติในช่วงเดือนสิงหาคม 2558 ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกได้เกิดปรากฏการณ์ที่หลายคนเรียกว่า “Black Monday” อีกครั้งในวันที่ 24 สิงหาคม 2558 โดยรวมไตรมาส 3/58 ที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกได้ปรับตัวลดลงอย่างถ้วนหน้า โดยจีนลงแรงสุดประมาณ 30% ขณะที่ประเทศอื่นๆ มีอัตราการปรับลดลงประมาณ 10 – 20% ทั้งนี้ ในช่วงปลายไตรมาส 3/58 ประเทศผู้ส่งออกโภคภัณฑ์อย่างบราซิล เริ่มส่งสัญญาณมีปัญหา คล้ายกับกรณีของรัสเซียที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองของ FED ...

โอกาสลงทุนจากการปรับฐาน หรืออวสานของงานเลี้ยง

23 สิงหาคม 2558 หุ้นอเมริกาปรับลง 6% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยวันศุกร์ดาวโจนส์ลงวันเดียวกว่า 500 จุด แรงที่สุดในรอบ 5 ปี ตลาดหุ้น Emerging Market ลงแรงนำมาโดยหุ้นจีนซึ่งดิ่งถึง 12% ในสัปดาห์เดียว และลงมาแล้วถึง 32% นับแต่เดือนมิ.ย. 58 ค่าเงินเอเชียและตลาดเกิดใหม่อ่อนค่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อหลังจากทางการจีนอ่อนค่าเงินตัวเองไป 4 – 5% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากตารางจะพบว่านับแต่ต้นปีดัชนีหุ้นเอเชีย และตลาดเกิดใหม่ติดลบไปแล้วเกือบ 15% ขณะที่ผลตอบแทนดัชนีหุ้นอเมริกาลงมายืนในแดนลบประมาณ 1%               ...

Investment Talk – แนวโน้มการลงทุนโลก (Investment Theme) ที่สำคัญในปี 2558

สวัสดีปีใหม่ครับ หลังจากที่ได้เขียนบทความเรื่อง “ปรับพอร์ตรับการเปลี่ยนขั้ว QE ปีแพะ 2558 (หาอ่านได้ที่ http://fundmanagertalk.com)” ไปในฉบับที่แล้ว วันนี้ผมจะขอเล่าถึงแนวโน้ม และปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ต้องติดตามในปี 2558 หรือที่เรียกกันว่า Investment Theme ครับ การย้ายความมั่งคั่งจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคน้ำมัน ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงถึงประมาณ 50% ในปี 2557 หากแนวโน้มราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับต่ำแบบนี้ แน่นอนว่าผู้เสียประโยชน์คือผู้ผลิตน้ำมันที่ย่อมมีกำไรน้อยลงอย่างเช่นประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง หรือประเทศรัสเซียที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันมาก ๆ ย่อมได้ประโยชน์ เช่นประเทศในเอเชียอย่าง ไทย เกาหลีใต้ อินเดีย ซึ่งผู้เขียนมองว่าอินเดียอยู่ในสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดเพราะนอกจากจะได้ประโยชน์จากการบริโภคน้ำมันที่ราคาถูกลงแล้ว ปัญหาเรื้อรังเรื่องการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของอินเดียก็ลดลงด้วยทำให้ความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุนลดลง หากมองประเด็นในเรื่องของน้ำมันที่มีต่อรายกลุ่มอุตสาหกรรม แน่นอน การที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงมาก ๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อกลุ่มพลังงาน ผู้ผลิตน้ำมัน ผู้ขุดเจาะน้ำมัน ...

InvestmentTalk – ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

สวัสดีปีใหม่ 2558 8iy[ สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 ...

Investment Talk – ลงทุนอย่างไร เมื่อ QE สหรัฐฯ หมดไปแต่ QE ยุโรป ญี่ปุ่นเข้ามาแทน

ในที่สุดนโยบายการกระตุ้นทางการเงินของสหรัฐฯ หรือ QE ก็มีอันจบลงภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ทำการอัดฉีดเงินเข้าระบบการเงินอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานถึงประมาณ 6 ปีนับแต่เกิดวิกฤตแฮมเบอเกอร์ในช่วงปลายปี 2008 เป็นเม็ดเงินอัดฉีดครั้งมโหฬารกว่า 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ควบคู่กับการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำใกล้ศูนย์เปอร์เซนต์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มีสภาพคล่องในระดับสูง ลดภาระหนี้สินให้กับภาคธุรกิจที่กำลังฝืดเคืองในเวลานั้น รวมถึงเอื้อให้ภาคธุรกิจสามารถกู้ยืมเงินมาขยายกิจการได้ในต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ หลังจากทำการกระตุ้นด้วย QE มากว่าครึ่งทศวรรษ อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ กลับมามีทิศทางที่ดีขึ้นจากที่เคยมีอัตราการว่างงานสูงถึงประมาณ 10% ได้ปรับตัวลดลงมาต่ำกว่า 6% ขณะที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มกลับมาเติบโตได้ดี เช่นเดียวกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ทำให้ FED ตัดสินใจหยุดมาตรการ QE ในที่สุด ในเวลาที่ผ่านมา เม็ดเงินที่เกิดจากการการทำ QE ของ FED ส่วนหนึ่งได้ไหลไปสู่ตลาดการลงทุนทั่วโลกทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และโภคภัณฑ์ต่าง ๆ การหยุดทำ ...

InvestmentTalk – เคล็ด (ไม่)ลับ การลงทุนในภาวะ “หยวนแข็ง เยนอ่อน”

พบกันอีกครั้งในคอลัมน์ “คุยกับผู้จัดการกองทุน” ครับ สัปดาห์นี้เราจะมาคุยกันเรื่องเงินเอเชียสองสกุล ที่แม้จะอยู่ทวีปเดียวกันแต่มีแนวโน้มเคลื่อนไหวค่อนข้างจะตรงข้ามกันครับ อันดับแรกคือค่าเงินเยนของประเทศญี่ปุ่นซึ่งในระยะหลังปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ สังเกตง่าย ๆ จากการที่คนไทยปีนี้ไปเที่ยวญี่ปุ่นเยอะเป็นพิเศษ จากเดิมเงิน 100 เยนราคา 38 บาทในปีที่แล้ว วันนี้เงิน 100 เยนราคาเพียง 32 บาท (ช่วงกลางปีลงไปต่ำสุดที่ 29 บาท) สินค้าญี่ปุ่นที่เคยว่าแพงก็เริ่มจะดูแพงน้อยลงในช่วงนี้ สาเหตุหลักที่ค่าเงินเยน อ่อนค่าลงในช่วงที่ผ่านมานั้นมาจากการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยธนาคารกลางญี่ปุ่น ซึ่งมีปริมาณมากถึง 1.4 ล้าน ๆ ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเม็ดเงินดังกล่าวจะทยอยเป่าเข้าสู่ระบบในปี 2556 – 57 ส่งผลให้ปริมาณเงินเยนในระบบเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งมีเป้าหมายให้ประเทศญี่ปุ่นกลับมามีเงินเฟ้อที่ระดับ 2% จากเดิมที่อยู่ในภาวะเงินฝืดมานานนับสิบปี ในด้านพื้นฐานค่าเงินที่อ่อนค่ามีส่วนช่วยภาคการส่งออก และภาคการท่องเที่ยว ...

Investment Talk – มารู้จักกับ “Cocktail Theory” ของ Peter Lynch กัน

Peter Lynch นั้นได้ชื่อว่าเป็นนักลงทุนและผู้จัดการกองทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลกการลงทุนในยุคนี้ ตัว Peter Lynch ได้เขียนหนังสือซึ่งเหมือนเป็นคัมภีร์ในการลงทุนที่ชื่อว่า “ONE UP ON WALL STREET” ซึ่งรวบรวมประสบการณ์และองค์ความรู้ของตัวเขาเองไว้ในหนังสือเล่มนี้ ที่จะเอามาเล่าให้ฟังก็คือ ในหนังสือเล่มนี้ กล่าวถึงทฤษฏีอันหนึ่ง ซึ่งปีเตอร์เป็นคนตั้งขึ้นมา และดูเหมือนว่าจะใช้ได้จริงในเกือบๆทุกตลาดหุ้นทั่วโลกด้วยสิ (ถ้าประเทศนั้นมี Coktail Party นะ) ทฤษฏีนี้ Peter Lynch ให้ชื่อว่า “Cocktail Theory” นั้นเอง ทฤษฏีนี้ เอาไว้พยากรณ์ว่าตลาดหุ้นอยู่ในช่วงไหนของวัฏจักรด้วยการไปยืนอยู่ที่กลางห้องจัดเลี้ยงงาน Cocktail หรูๆซักแห่ง แล้วคอยฟังว่า คนในงานเข้ากำลังพยายามพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่ โดยแบ่งออกเป็น 4 ช่วงภาวะตลาด อ่านดูแล้วงงกันไหมครับว่ามันทำนายได้จริงหรอ… ลองไปดูกันว่านักลงทุนระดับโลกคนนี้เขามองยังไง ...

EconomicTalk – วิกฤติหนี้ยุโรป อดีต ปัจจุบัน และอนาคต (3)

วิกฤติหนี้ยุโรป อดีต ปัจจุบัน และอนาคต (3) ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM บทความสองตอนก่อนได้เล่าถึงความเป็นมาและสถานการณ์ปัจจุบันของปัญหาหนี้สินในยุโรปไปแล้ว ในตอนสุดท้ายนี้จะกล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินในยุโรป และอนาคตของเศรษฐกิจโลกในทัศนะของผู้เขียน ปัจจุบันความสนใจปัญหาหนี้สินของประเทศในกลุ่มยุโรปอยู่ที่กรีซ อิตาลี และสเปน ซึ่งประเทศทั้งสามมีสถานะที่ใกล้เคียงกัน คือ หนี้สินต่อ GDP สูง มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำ ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่อง และมีอัตราการว่างงานที่สูงมากจนไม่น่าเชื่อ ที่สำคัญประเทศอย่างอิตาลีและสเปนคือเป็นประเทศทีมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ติดอันดับโลก (GDP อิตาลี และสเปนจัดอยู่ในอันดับ 8 และ 12 ของโลกตามลำดับ) หากประเทศทั้งสองไม่สามารถระดมเงินกู้เพื่อมาต่ออายุลมหายใจได้ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจะรุนแรงมากกว่าวิกฤติทุกครั้งที่โลกเคยผ่านมา ชนิดที่ว่าวิกฤติต้มยำกุ้งของเอเชียเมื่อปี 1997 ถือว่าจิ๊บจ้อยมาก หรือแม้แต่ Hamburger crisis ปี ...

InvestmentTalk – ปรับกลยุทธ์ลงทุนกับ @FundTalk ตอน “ในวิกฤตการเงินระยะสั้น คือโอกาสลงทุนระยะยาว”

เจษฎา สุขทิศ, CFA | 4 ตุลาคม 2554 ในขณะที่ผมกำลังเขียนบทความฉบับนี้ดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ระดับประมาณ 850 จุด ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากที่ทำราคาปิดสูงสุดที่ 1148 จุดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา โดยคิดเป็นการปรับตัวลดลง 26% หรือหากมองนับแต่ต้นปีก็เป็นการปรับตัวลงประมาณ 18% โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดปรับตัวลดลงรอบนี้โดยหลักมาจากปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะของกลุ่ม PIIGS ในยุโรป [อ่านบทความ “GIROS CRISIS” เศรษฐกิจยุโรปจะซึมยาว และกระทบเศรษฐกิจโลกซึ่งผมได้เขียนไว้เมื่อเดือน พ.ค. 54 ได้ที่ http://fundmanagertalk.com/economic-talk-giros-crisis-eu-economy-recession/] ผมประเมินว่าปัญหาเศรษฐกิจของยุโรปจะเรื้อรังอย่างต่อเนื่องใน 1 – 2 ปีข้างหน้า แต่ในส่วนของ sentiment ...

EconomicTalk – การกลับมาอีกครั้งของ Operation Twist

           Operation Twist เกิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1961 ยุคที่เศรษฐกิจอเมริกาเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยรัฐบาล John F. Kennedy และธนาคารกลางสหรัฐต้องการลดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวเพื่อกระตุ้นภาคการลงทุนและสนับสนุนอุปสงค์ภาคอสังหาริมทรัพย์ ในขณะเดียวกันก็สามารถควบคุมการไหลออกของดุลการชำระเงินและทองคำได้จากการที่อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในระดับเดิม ซึ่งสอดคล้องกับพัฒนาการของธนาคารกลางสหรัฐในปัจจุบันที่เริ่มต้นจากการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้อยู่ในระดับต่ำต่อไปอย่างน้อยอีก 2 ปี จากนั้นจึงทำการซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวในลำดับถัดมา                ความแตกต่างระหว่าง Operation Twist กับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณทั้ง QE1 และ QE2 อยู่ที่อายุคงเหลือของพันธบัตรรัฐบาล โดยมาตรการที่ผ่านมาเน้นการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 10 ปี ในขณะที่มาตรการปัจจุบันพุ่งเป้าไปยังการซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ดังพิจารณาได้จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐมีแผนที่จะใช้เงิน 116,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (เฉลี่ย 12,889 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน) คิดเป็นร้อยละ 29 ของ 400,000 ล้านเหรียญสหรัฐที่ได้จากการขายพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นเพื่อซื้อพันธบัตรที่มีอายุคงเหลืออยู่ในช่วง ...

EconomicTalk – วิกฤติหนี้ยุโรป อดีต ปัจจุบัน และอนาคต (2)

วิกฤติหนี้ยุโรป อดีต ปัจจุบัน และอนาคต (2) ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM บทความตอนที่แล้วได้เล่าถึงที่มาของปัญหาหนี้สินในยุโรปไปแล้ว ในตอนนี้จะกล่าวสถานการณ์ปัจจุบันของปัญหาในรายละเอียดตามมุมมองของผู้เขียน ปัจจุบันปัญหาหนี้สินของกรีซอาจถือได้ว่าอยู่ระดับที่น่าวิตกมาก แม้ว่ากลุ่มสภาพยุโรป (EU) และกองทุนการเงินระหว่าประเทศ (IMF) จะเข้าให้ความช่วยเหลือไปแล้วกว่า 110,000 ล้านยูโรก็ตาม เนื่องจากการให้เงินสนับสนุนของ EU ที่ให้กับกรีซเป็นในรูปเงินกู้เพื่อนำไปชำระหนี้พันธบัตรที่ครบกำหนด โดยมีเงื่อนไขว่ากรีซจะต้องดำเนินนโยบายรัดเข็มขัดเพื่อลดภาระขาดทุนทางการคลังจากร้อยละ 10.5 ในปี 2010 และขายสินทรัพย์ภาครัฐ เพื่อนำมาชำระหนี้สินจำนวนมหาศาลที่เคยก่อไว้ อย่างไรก็ดีหลังจากได้เงินกู้ก้อนแรกไปปีกว่าๆแล้วกรีซยังไม่แนวโน้มว่าจะทำได้ใกล้เคียงกับคำมั่นที่เคยให้ไว้กับ EU และ IMF การดำเนินนโยบายรัดเข็มขัดเป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากการต่อต้านจนถึงขั้นจลาจลจากประชาชนที่เคยสุขสบายจากรัฐสวัสดิการที่ให้เปล่า กระบวนการขายสินทรัพย์ที่ล่าช้าและดูเหมือนจะไม่เพียงพอในการชำระหนี้ทั้งหมด เมื่อรวมกับเศรษฐกิจของประเทศที่ทรุดหนักในระยะหลัง ทำให้ในที่สุดนายกรัฐมนตรีของกรีซได้ออกแถลงการณ์ขอร้อง EU ให้ผ่อนปรนเงื่อนไขการรัดเข็มขัดและขอเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องก้อนใหม่ พร้อมยกคำขู่ว่ากรีซจะมีเงินพอใช้ไปได้จนถึงเดือนตุลาคม 2011 ...

EconomicTalk – วิกฤติหนี้ยุโรป อดีต ปัจจุบัน และอนาคต (1)

วิกฤติหนี้ยุโรป อดีต ปัจจุบัน และอนาคต (1) ชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM นักลงทุนบางท่านอาจยังไม่ทราบว่าปัญหาหนี้สินในยุโรปที่นักวิเคราะห์เศรษฐกิจและการเงินมักจะยกขึ้นมาอธิบายความผันผวนของตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศว่ามันคืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร ดำเนินไปในทิศทางใด และควรมีแนวทางแก้ไขอย่างไร ผู้เขียนจะลองนำเสนอเรื่องราวปัญหาหนี้สินในยุโรปผ่านทรรศนะส่วนตัวของผู้เขียนแต่พอสังเขป ปัญหาหนี้สินในยุโรปในครั้งนี้มีรากฐานมายาวนานเริ่มตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศมหาอำนาจเดิมในยุโรปได้รับความสูญเสียมหาศาลจากสงครามไม่ว่าจะเป็นผู้ชนะอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส และสัมพันธมิตร หรือฝ่ายพ่ายสงครามอย่างเยอรมัน อิตาลี และพลพรรคอักษะ เปิดโอกาสให้สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้ชนะที่สูญเสียน้อยที่สุดก้าวเข้ามาเป็นมหาอำนาจทางการทหารและเศรษฐกิจแทน ค่าเงินสกุลหลักที่ใช้ซื้อขายสินค้ากันก็เปลี่ยนจากปอนด์สเตอริงมาเป็นดอลลาร์สหรัฐและก็เป็นเช่นนั้นมาตลอดเกือบ 70 ปีที่ผ่านมา เวลาผ่านไปความสำคัญของเศรษฐกิจยุโรปก็เริ่มลดลงโดยเฉพาะหลังจากที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวหลังจากสงคราม ในที่สุดกลุ่มประเทศในยุโรปเริ่มรู้สึกว่าตนเองเริ่มจะด้อยกว่าประเทศเกิดใหม่อย่างสหรัฐและต้องการกลับมาเป็นมหาอำนาจอีกครั้ง จนกระทั่งปี ค.ศ. 1992 ก็เริ่มมีแนวคิดจะรวมเศรษฐกิจยุโรปให้เป็นปึกแผ่น โดยการก่อตั้งสหภาพยุโรปซึ่งมุ่งเน้นการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันภายในประเทศกลุ่มยุโรป เช่น การจ้างงานเสรี การเดินทางข้ามประเทศ อัตราภาษีพิเศษในภูมิภาค และที่สำคัญที่สุดกำหนดสกุลเงินหลักที่ใช้ร่วมกันในสหภาพยุโรปเพื่อคานอำนาจกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ในที่สุดค่าเงินยูโรก็ได้ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ธันวาคม ...

Investment Talk – รู้จักสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ แล้วระดับไหนที่น่าเชื่อถือ?

สืบเนื่องมาจากปัญหาหนี้ในกลุ่มประเทศ PIIGS (โปรตุเกส, ไอร์แลนด์, อิตาลี, กรีซ และ สเปน) ได้สร้างความกังวลให้กับตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลก จนทำให้จากกำไรที่นักลงทุนทำได้มาตลอดต่อเนื่องตั้งแต่หลัง Subprime Crisis ตอนนี้กลายเป็นแค่ฝันที่ยังรอคอยให้มันเป็นความจริง ผ่านมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้ ใครกระจายการลงทุนออกไปต่างประเทศ กลับรู้สึกเหมือนเดินย้ำอยู่กับที่ NAV กองทุนไม่เห็นวิ่งขึ้นเหมือนเก่า แถมทรุดเอาๆด้วยซ้ำไป ความเสี่ยงอันเกิดจากหนี้ของประเทศดังกล่าวที่สูงขึ้น อาจวัดได้จากอัตราส่วน Debt to GDP แต่นั้นก็ไม่ได้บอกถึงความเสี่ยงทั้งหมดของประเทศดังกล่าว และเพื่อเป็นตัวแทนของนักลงทุนในการหาความเสี่ยงของหลักทรัพย์ที่นักลงทุนไปลงทุน จึงได้เกิดสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือขึ้นมาในตลาดทุนอย่างปัจจุบัน สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agency: CRA) ก็คือ บริษัทซึ่งทำหน้าที่ให้บริการจัดอันดับคุณภาพและความเสี่ยงของตราสารประเภทหนี้ หรือของบริษัท หรือองค์การต่างๆ โดยในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้น ทาง CRA แต่ละแห่งจะพิจารณาหลักเกณฑ์ต่างๆที่สำคัญ ...

EconomicTalk – ย้อนรอย ประวัติโดยย่อ Subprime Crisis

       ใครเพิ่งเข้ามาในตลาดปี 2009 จนถึงตอนนี้ อาจนึกภาพตลาดขาลงไม่ออก ส่วนใครอยู่ในเกิน 15 ปี โดนไป 2 ครั้ง ก็เข็ดไปหลายคนนะครับ อยากรู้เรื่อง Subprime Crisis กันไหม? วิกฤต Subprime เกิดจากอะไร? – เกิดจาก อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าภูมิภาคอื่นของสหรัฐ และสภาพคล่องในระบบที่สูง กองทุนต่างๆ รวมทั้งธนาคารที่มีสภาพคล่องเยอะ ก็พยายามปล่อยกู้ ซึ่งก็อนุมัติกันได้ง่ายๆเป็นเวลาหลายปีทีเดียวก่อนเกิดวิกฤตดังกล่าว คำว่า Subprime Loan ก็คือ เงินกู้ชนิดหนึ่งที่ปล่อยให้กับผู้อยู่อาศัย โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คราวนี้ ลองนึกภาพนะครับ อัตรากรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยทั่วทั้งอเมริกาเพิ่มขึ้นจาก 64% ในปี 94 มาเป็น ...

InvestmentTalk – ปรับกลยุทธ์ลงทุนกับ @FundTalk ตอน “ระวังเงินร้อนลวก”

เจษฎา สุขทิศ, CFA | 2 พ.ค. 54 เข้าสู่เดือนพฤษภาคม ของปีกระต่ายทองแล้วนะครับ อากาศช่วงนี้เริ่มจะร้อนสมกับเป็นหน้าร้อนเมืองไทย หลังจากที่เราเกิดปรากฎการณ์แฟชั่นเสื้อหนาวกลางฤดูร้อนไปเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าสมดุลธรรมชาติของโลกเรานั้นกำลังสั่นคลอนหนักทีเดียว และระยะหลายปีหลังมามีภัยธรรมชาติต่าง ๆ เกิดถี่ขึ้น และรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับการปรับกลยุทธ์การลงทุนครั้งนี้ผมให้ชื่อว่าตอน “ระวังเงินร้อนลวก” ไม่ใช่น้ำร้อนนะครับ แต่เป็นเงินร้อน ซึ่งหมายถึงเงินทุนเคลื่อนย้ายจากต่างชาติซึ่งมาเร็วและไปเร็ว ต้นตอของเงินร้อนที่ว่านี้มาจากทิศทางการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องของค่าเงินดอลลาร์ในปีนี้ภายหลังจากผู้ว่าแบงค์ชาติสหรัฐฯ ได้ออกมาย้ำกับนักลงทุนว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องต่อไป ทำให้สภาพคล่องของเงินดอลลาร์ยังคงท่วมระบบอย่างต่อเนื่อง เมื่อดูจากค่าเงินดอลลาร์เทียบกับยูโรล่าสุดอ่อนไปที่ 1.48 อ่อนค่าไปกว่า 10% แล้วในปีนี้ ด้วยการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์นี้เองเป็นปัจจัยหลักอันหนึ่งทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นทำ new high อย่างต่อเนื่อง โดยขณะที่กำลังเขียนบทความอยู่นี้ได้ปรับขึ้นทะลุ 1,556 เหรียญต่อออนซ์ไปแล้ว ขณะที่ตลาดหุ้นหลักอย่างอเมริกาก็ทำจุดสูงสุดนับแต่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ไปเช่นเดียวกัน เมื่อมองกลับไปที่ปัจจัยพื้นฐาน ผมยังคงมองว่าปี ...